กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดระดับสิบในห้องประชุมกระจกใสเงาวับ คือฉากทัศน์แรกที่ต้อนรับโปรเจกต์ ‘The Old Soul’ ตึกเก่าอายุครึ่งศตวรรษที่กำลังจะถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพ
บนโต๊ะประชุมตัวยาวสไตล์มินิมอล เอกสารแบบแปลนสถาปัตยกรรมถูกกางแผ่หลา สลับกับแท็บเล็ตและกระดาษโพสต์อิทสีสะท้อนแสงนับร้อยแผ่นที่แปะกระจัดกระจายราวกับรังมดงานหัวกะทิที่กำลังประท้วงเงียบ
"ถ้าแนวคิดของครีเอทีฟฝั่งคุณคือการเอาไฟนีออนสีม่วงแดงมาคาดไว้บนคานไม้สักทองอายุห้าสิบปี ผมเกรงว่าเราคงไม่ต้องคุยกันต่อให้เสียเวลาค่ะ... อ้อ ขอโทษที ผมหมายถึง 'เสียเวลาชีวิต' มากกว่า"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันไว้อย่างไม่คิดจะปิดบังดังขึ้น กรณิศในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม ไร้เนกタイแต่เนี๊ยบกริบทุกกระเบียดนิ้วกำลังใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ ลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะ มันเป็นจังหวะที่น่าหงุดหงิดเสียจนคนฟังอยากจะเอาแฟ้มเอกสารฟาดหน้าหล่อๆ ของเขาสักที
ทีปกรเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอไอแพด ดวงตากลมโตเรียยาวรำคาญใจฉายแวววาววับ เขาไม่ได้สะทกสะท้านกับรังสีความดูถูกที่แผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มดีกรีลอนดอนแม้แต่น้อย
"แล้วถ้าคุณกรณ์เปิดกะṀองกะลาแล้วลองใช้จินตนาการที่มันกว้างกว่าขอบตึกสี่เหลี่ยมดูสักนิด คุณก็จะเห็นว่าไม้สักเก่าๆ กับนีออนไซเบอร์พังค์มันคือการปะทะกันระหว่างอดีตกับอนาคตที่โคrตจะเซ็กซี่... หรือว่าสมองส่วนครีเอทีฟของคุณมันถูกรีโนเวตกลายเป็นคอนกรีตบล็อกไปหมดแล้ว ถึงได้คิดอะไรเดิมๆ ซ้ำซากจำเจแบบนี้?"
ทีปย้อนกลับด้วยน้ำเสียงเอื่อยๆ แต่คมกริบราวกับใบมีดโกนที่อาบน้ำผึ้ง เขายกกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ท่าทางกวนประสาทนั้นทำเอาสันจมูกโด่งเป็นสันของกรณิศกระตุกวูบ
นี่คือการพบกันครั้งแรกอย่างเป็นทางการของสองหัวเรือใหญ่แห่งโปรเจกต์รีโนเวตตึกเก่าใจกลางย่านเจริญกรุง ฝ่ายหนึ่งคือสถาปนิกผู้เคร่งครัดในสัจจะวัสดุและเส้นสายโครงสร้าง ส่วนอีกฝ่ายคือครีเอทีฟตัวพ่อผู้มีไอเดียบ้าบิ่นทะลุปรอท และเคมีระหว่างพวกเขาก็ระเบิดตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มนับหนึ่ง
"ความเซ็กซี่ที่คุณว่า มันคือความอัปยศทางสถาปัตยกรรมชัดๆ" กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างโปร่งในเสื้อเชิ้ตโอเวอร์사이즈สีขาวที่นั่งไขว่ห้างอย่างไม่เกรงใจใคร "ตึกนี้มีประวัติศาสตร์ มีจิตวิญญาณ ไม่ใช่พื้นที่ทดลองความเพ้อเจ้อของเด็กจบใหม่ที่ยังแยกไม่ออกระหว่างงานศิลปะกับลิเกทาสี"
"อุ๊ย! เด็กจบใหม่เหรอคะ?" ทีปยิ้มหวานหยดจนน่าหมั่นไส้ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ระยะห่างระหว่างเขากับกรณ์ลดลง "เสียใจด้วยนะคุณสถาปนิกปากจัด ประสบการณ์กวาดรางวัลระดับเอเชียของผม น่าจะเก่าแก่กว่าความสามารถในการยอมรับความเปลี่ยนแปลงของคุณเสียอีก"
บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ลูกทีมของทั้งสองฝั่งต่างกลืนน้ำลายเอื้อมระอา ไม่มีใครกล้าหายใจแรงเพราะกลัวจะตกเป็นเหรียญสังเวยสงครามประสาทครั้งนี้
กรณ์ขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากบางที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ อย่างท้าทาย ยอมรับเลยว่าไอ้ท่าทางปากเก่งไม่ยอมคนนี่มันน่าจับมาตีปากให้เจ่อเสียจริงๆ แต่แปลก... ยิ่งอีกฝ่ายกวนประสาทมากเท่าไหร่ หัวใจที่เคยด้านชาในกองแบบแปลนกลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
"งั้นเหรอครับ?" กรณ์ลุกขึ้นยืนบ้าง ความสูงที่ได้เปรียบกว่าทำให้เขาต้องก้มมองคนตรงข้าม ทว่าทีปกลับไม่มีทีท่าจะถอยหลังแต่อย่างใด ใบหน้าหวานเชิดขึ้นสู้สายตาอย่างอวดดี "ถ้าเก่งนัก งั้นเรามาเดิมพันกันไหมล่ะ"
"เดิมพันอะไรคะ?"
"ถ้าโปรดักต์รอบนี้ยอดเอนゲージメントฝั่งคอนเทนต์ของคุณไม่ถึงเป้าที่คุณโม้ไว้ คุณต้องยอมให้ผมรื้อดีไซน์ไฟบ้าบอของคุณออกให้หมด แล้วทำตามแบบแปลนของผมแต่เพียงผู้เดียว" กรณ์ยื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ
ทีปหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีเข้มพราวระยับด้วยความสนุกสนาน "แล้วถ้ามันทะลุเป้าจนตึกนี้กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ที่คุณต้องยอมรับล่ะ?"
"ผมจะ..." กรณ์ชะงักไปนิดเมื่อโน้มตัวเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากกายของคนตรงข้าม กลิ่นที่ชวนให้สติกระเจิดกระเจิง "ผมจะยอมเลี้ยงข้าวคุณ... สามมื้อติด อยากกินอะไรผมตามใจหมด"
"แค่นี้?" ทีปหรี่ตามองอย่างไม่สะใจ "น้อยไปหน่อยมั้งสำหรับศักดิ์ศรีของสถาปนิกเซเลบ"
"งั้นจะเอาอะไรว่ามา"
"ถ้าผมชนะ... คุณต้องยอมเรียกผมว่า 'พี่ทีป' พร้อมกับทำตามไอเดียผมทุกอย่างในโปรเจกต์นี้แบบไม่มีข้อแม้"
กรณิศชะựngไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ฉายแววเจ้าเล่ห์ เขาเกลียดการพ่ายแพ้ และเกลียดที่สุดคือการต้องยอมจำนนให้ใคร แต่ไม่รู้ทำไม... เสียงทุ้มๆ ที่เอ่ยท้าทายเมื่อครู่กลับทำให้เขาอยากลองเสี่ยงดูสักตั้ง
"ได้..." กรณ์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจกระตุก "แต่ถ้าคุณแพ้ เตรียมตัวโดนผม..."
ตึง!
เสียงผลักประตูห้องประชุมเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของหญิงสาววัยกลางคนในชุดสูทรasยหรู ซึ่งก็คือ 'คุณกacan' กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"หยุดเถียงกันได้แล้วทั้งคู่! ฉันมีเรื่องด่วนจะประกาศ... โปรเจกต์นี้ไม่ได้มีแค่เราสองทีมแล้วนะ"
ทั้งกรณ์และทีปผละออกจากกันอย่างเสียดายเล็กน้อย หันไปมองผู้บริหารด้วยความฉงน
"หมายความว่ายังไงครับคุณกานต์?" กรณ์ขมวดคิ้วถาม
คุณกานต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ วางแฟ้มเอกสารสีแดงฉานลงกลางโต๊ะ "มีคู่แข่งรายใหญ่จากต่างประเทศเข้ามาซื้อหุ้นร่วมทุน และพวกเขาส่ง 'คนคนนั้น' เข้ามาคุมโปรเจกต์นี้ด้วย... คนที่คุณก็รู้ว่าใคร"
ทีปเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ ขณะที่กรณิศชะựngค้างไปเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าแรกของเอกสาร... ชื่อของคนที่เขาไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดในชีวิต
หมอกไม้ไผ่ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความระอุในห้องประชุมนี้ด้วยกันนะคะ
สถาปนิกปากจัดกับครีเอทีฟสายมึน•ตอนที่ 1
ศึกแรกพบในห้องประชุมสีเทา
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับครีเอทีฟสายมึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
