สถาปนิกปากจัดกับครีเอทีฟสายมึน•ตอนที่ 2

แบบแปลนกับไอเดียบ้าคลั่ง

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"คุณสถาปนิกจะทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้นไปอีกนานแค่ไหนคะ หรือว่าตระหนักได้แล้วว่าดีไซน์ที่ฉันเสนอไปเมื่อกี่มันเหนือชั้นจนสมองระดับไอวี่ลีกของคุณตามไม่ทัน" น้ำเสียงกวนประสาทที่ลอยละลิ่วมาพร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของเปปเปอร์มินต์ ทำให้กรณิศที่กำลังจดจ่ออยู่กับการคีบกระดาษแปลนด้วยปลายนิ้วเรียวยาวต้องชะงักกึก เขาเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะประชุมกระจกใสเงาวับ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมฉายแววหงุดหงิดระคนระอาอย่างปิดไม่มิด ชื่อ 'ทีปกร' ที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าแรกของเอกสารพรีเซนต์โปรเจกต์รีโนเวตโรงแรมบูติกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวอักษรบนกระดาษ แต่มันคือวิญญาณหลอนที่เขาอุตส่าห์หนีหน้ามาข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนต่อสถาปัตยกรรมที่ลอนดอนถึงห้าปีเต็ม แต่พอกลับมารับช่วงต่อบริษัทสถาปัตย์ของครอบครัวได้ไม่ทันไร ตัวปัญหาคนเดิมก็ดันถูกส่งมาเป็นหัวหน้าทีมครีเอทีฟฝั่งลูกค้าซะอย่างนั้น ให้ตายเถอะ... โลกกลมยิ่งกว่าลูกบอลพลาสติกในสระเด็กเสียอีก "สมองผมปกติครบถ้วนดีครับคุณครีเอทีฟ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ พอดีติดปาก" กรณิศจงใจเน้นเสียงประชดประชัน พลางถอดแว่นสายตาออกแล้ววางกระแทกลงบนโต๊ะดังปึกจนทีปกรถึงกับเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นข้างหนึ่ง "แต่ไอเดียที่คุณเพิ่งพ่นออกมาเมื่อกี้ต่างหากที่มันผิดปกติจนผมต้องถามซ้ำว่า คุณเอาสมองส่วนไหนคิด หรือใช้หางตาร,ัดสัดส่วนโปรเจกต์นี้กันแน่" ทีปกรไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด ร่างโปร่งในชุดสูทโอเวอร์ไซส์สีครีมทิ้งน้ำหนักตัวพิงสะโพกกับขอบโต๊ะประชุมอย่างสบายอารมณ์ เขายกมือขึ้นกอดอก ปรายตามองสถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบระดับเซียนด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่โลกใบนี้เคยสร้างมา "ก็ไอเดียที่จะทุบผนังห้องสูท VIP ทุกห้องทิ้ง แล้วเปลี่ยนเป็นกระจกใสอัจฉริยะที่สั่งการด้วยระบบสัมผัสไงคะ ถามจริง กรณิศ... คุณหูหนวกหรือสมองเสื่อมกันแน่ถึงจำคอนเซปต์ 'Unleash the Flow' ที่ฉันพูดไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วไม่ได้" "คุณเรียกไอเดียเด็กประถมอมมือตีลังกาคิดแบบนั้นว่าคอนเซปต์หรอกเหรอคะทีปกร" กรณิศแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์แต่เต็มไปด้วยพิษสงเอ่ยตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า "โรงแรมห้าดาวนะคะ ไม่ใช่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ที่ลูกค้าจะมานอนดูปลาว่ายน้ำผ่านกระจกใสแปดด้านโดยไม่มีความเป็นส่วนตัว! ถ้าแขกที่มาพักอยากโชว์เรือนร่างล่ำๆ ของตัวเองให้คนทั้งชั้นดูนัก คุณก็ควรแนะนำให้เขาไปเปิดรีสอร์ตเปลือายกายริมหาดส่วนตัว ไม่ใช่มาพังโครงสร้างทางวิศวกรรมที่ผมคำนวณมาอย่างดี!" "โอ้โห ใช้คำว่าพังโครงสร้างเลยเหรอคะเนี่ย ฟังดูยิ่งใหญ่ราวกับฉันกำลังจะระเบิดตึกใบหยกอย่างงั้นแหละ" ทีปกรหัวเราะร่วนในลำคอ ดวงตากลมโตแพรวพราวไปด้วยประกายความท้าทาย เขาขยับตัวเข้าประชิดโต๊ะประชุมมากขึ้น โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ร่างสูงที่นั่งนิ่งอยู่หลังเก้าอี้ "คุณนี่มันหัวโบราณและน่าเบื่อเป็นบ้าเลยนะกรกร... สถาปนิกอะไร หน้าตาก็ดูอินเตอร์ดีหรอก แต่กรอบความคิดนี่เก่าคร่ำครึยิ่งกว่าตึกโบราณแถวพระนครเสียอีก สถาปัตยกรรมยุคนี้เขาขาย 'ประสบการณ์' ค่ะ ไม่ใช่ขายอิฐมอญปูนฉาบแบบที่คุณเรียนมาจากตำราขึ้นสนิมพวกนั้น" กรณิศขบกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้น นัยน์ตาสีเข้มวับโรจน์ขึ้นด้วยความกรุ่นโกรธ ไม่ใช่เพราะโดนดูถูกฝีมือ แต่เป็นเพราะไอ้ท่าทางอวดดีและกลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือเปปเปอร์มินต์ของอีกฝ่ายมันกำลังปั่นป่วนประสาทสัมผัสของเขาจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ ผ่านมาห้าปี... หมอนี่ยังคงมีความสามารถพิเศษในการทำให้เขาสติแตกได้ภายในสามวินาทีแรกที่เจอหน้าเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน "ถ้าคุณอยากขายประสบการณ์นัก ทำไมไม่ลองไปเป็นไกด์นำเที่ยวสวนสัตว์ดุสิตดูล่ะครับ น่าจะเหมาะกับไอเดียพิสดารของคุณมากกว่ามานั่งประชุมกับผม" กรณิศสวนกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปาก "แบบแปลนนี้ผ่านการเซ็นรับรองจากวิศวกรอาวุโสแล้ว และผมไม่มีวันยอมแก้โครงสร้างบ้าๆ ตามที่คุณต้องการเด็ดขาด ต่อให้คุณจะนอนดิ้นพราดๆ อยู่ตรงนี้ก็เถอะ" ทีปกรหุบยิ้มทันที ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย ความขี้เล่นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความดุดันแบบคนที่ไม่มีวันยอมแพ้ใคร เขายืดตัวตรง เดินอ้อมโต๊ะประชุมเข้ามาประชิดตัวสถาปนิกหนุ่มที่ยังคงนั่งไขว่ห้างนิ่งสนิท กลิ่นหอมเฉพาะตัวของทีปกรโชยเข้าจมูกกรณิศอย่างจังจนคนตัวสูงต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ปลายนิ้วเรียวของครีเอทีฟหนุ่มแตะลงบนขอบกระดาษแปลนพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะใช้นิ้วชี้เคาะเบาๆ ลงบนจุดที่เป็นปัญหา "คุณบอกว่ามันแก้ไม่ได้... แต่ฉันบอกว่า 'ต้องได้' ค่ะ กรณิศ" ทีปกรโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วตาของสถาปนิกหนุ่มที่นั่งแข็งทื่อ "เพราะถ้าโปรเจกต์นี้ไม่ได้ไฟเขียวจากฉันในเวอร์ชันที่ 'สุดโต่ง' พอ คุณก็เตรียมตัวโดนท่านประธานเฉ่งหัวฟัดหัวเหวี่ยงได้เลย... ในฐานะที่ทำยอดขายพาร์ทรีโนเวตตกต่ำเป็นประวัติการณ์" กรณิศนิ่งค้างไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะคำขู่เรื่องยอดขาย แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเขากับคนตรงหน้าที่มันใกล้จนเกินความจำเป็น ดวงตากลมโตที่มองตรงมานั้นสะท้อนภาพเงาของเขาอยู่ข้างใน ทว่าก่อนที่สถาปนิกหนุ่มจะทันได้เอաբทสนทนาคมคายไหนมาโต้กลับเพื่อรักษาฟอร์ม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ก๊อก ก๊อก ก๊อก! "คุณกรณิศคะ... มีแขกสำคัญมารอพบที่ห้องรับรองค่ะ" เสียงเลขานุการสาวหน้าห้องดังลอดเข้ามาผ่านบานประตูที่เปิดแง้มออก กรณิศขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขากำลังจะเอ่ยปากไล่ให้เลขากลับไปก่อน แต่ทว่า... เมื่อประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกกว้างโดยบุคคลที่ก้าวเข้ามาใหม่ คำพูดทั้งหมดก็กลืนหายลงไปในลำคอทันที ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสไตล์อิตาเลียนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ ใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีและสร้างบาดแผลในใจให้กรณิศเมื่ออดีตกำลังยืนยิ้มกริ่มอยู่ตรงหน้า "สวัสดีครับกร... ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ คิดถึงผมล่ะสิ" ทีปกรที่ยืนค้ำหัวกรณิศอยู่ชะựngกึก เขาหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแว่นตาที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบกลับมามองหน้าสสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้สีหน้าเปลี่ยนจากโกรธขึงกลายเป็นเรียบตึงราวกับหินแกรนิต และในวินาทีนั้นเอง กรณิศก็รู้ทันทีว่า... นรกกำลังส่งตัวจริงเสียงจริงมาซ้ำเติมเขาในวันที่แย่ที่สุดแล้วค่ะ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความป่วนชวนใจเต้นในตอนนี้ด้วยนะคะ มาร่วมลุ้นกันต่อค่ะว่าสถาปนิกปากแข็งกับครีเอทีฟจอมแสบจะรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างไรในตอนต่อไป! (หมอกไม้ไผ่)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับครีเอทีฟสายมึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%