คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70•ตอนที่ 22

คืนใจที่เปิดออก

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"บอกมาเสียดีๆ ว่าเจ้าซ่อนน้ำตาลกรวดปี๊บนั้นไว้ที่ไหน หลินฟาง! อย่าคิดว่าฉันไม่เห็นนะว่าช่วงนี้เอ็งแอบทำขนมหวานกินกันสองคนกับตาเฉินหลง ปล่อยให้แม่คนนี้แก่ตายคาเรือนครัวมืดๆ นี่หรือไง!" เสียงแหลมสูงของแม่เฒ่าหลี่ดังทะลุผนังดินเหนียวเก่าคร่ำคร่าเข้ามาในห้องครัวอุ่นกรุ่น หลินฟางไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย มือเรียวขาวที่เพิ่งผ่านการนวดแป้งสาลีมาหมาดๆ ยังคงขยับจังหวะสม่ำเสมอ เธอตวัดสายตามองไปที่บานประตูไม้ไผ่ที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ใบหน้าเหี่ยวย่นของแม่สามีบิดเบี้ยวด้วยความริษยา ดวงตาสีขุ่นกวาดมองไปรอบห้องราวกับเหยี่ยวล่าเหยื่อ นี่คือค่ำคืนที่ลมหนาวเดือนพฤศจิกายนพัดกระหน่ำจนหน้าต่างสั่นระรัว ทว่าภายในครัวของสองสามีภรรยาตระกูลเฉินกลับอบอวลไปด้วยไอความร้อนจากเตาถ่านและกลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยวกับขิงแก่และพุทราจีน "แม่ครับดึกมากแล้ว ลมหนาวแรง ทำไมยังไม่อีกห้องมาเดินตากน้ำค้างล่ะครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง พันจ่าอากาศเอกเฉินหลงก้าวเข้ามาในห้องครัว ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวทหารเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นที่ขับเน้นความน่าเกรงขาม เขายืนบังร่างของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์จ้องมองแม่แท้ๆ ของตนเองนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความอ่อนข้อ แม่เฒ่าหลี่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปะทะกับสายตานั้น แต่ความโลภบังตาทำให้หล่อนเชิดหน้าขึ้น "แกเข้าข้างมันนะซิไอ้ลูกอกตัญญู! เมียแกมันสะใภ้ตัวดี ซ่อนของอร่อยไว้กินเองคนเดียว ปล่อยให้ฉันกินแต่ผักต้มเค็มๆ ปี๋ ข้าเป็นแม่แกนะเว้ย!" หลินฟางถอนหายใจเบาๆ เธอยกผ้าสะอาดขึ้นเช็ดมือช้าๆ ก่อนจะก้าวออกมาจากด้านหลังแผงไม้ไผ่ รอยยิ้มบางเบาประดับบนริมฝีปากอิ่มได้รูป ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัว เจือไว้ด้วยความขบขันและเวทนาเสียด้วยซ้ำ "แม่ครับ... ที่ฉันกับพี่หลงต้องทำของหวานดึกๆ แบบนี้ ก็เพราะเห็นว่าช่วงนี้อากาศเปลี่ยน แม่มักจะไอแห้งๆ ตอนดึกไม่ใช่หรือครับ" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าชัดถ้อยชัดคำ "น้ำตาลกรวดกับพุทราจีนในโหลนั้น ฉันตั้งใจเคี่ยวเป็น 'ยาคู้อุ่นปอด' ไว้ให้แม่ต่างหาก ไม่เชื่อแม่ลองดูนี่สิครับ" เธอตักน้ำแกงสีอำพันใสในหม้อดินขนาดเล็กใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบ ควันสีขาวกรุ่นลอยขึ้นมาพร้อมกลิ่นหอมละมุนของขิงและพุทราจีนเคี่ยวจนงวด สีหน้าของแม่เฒ่าหลี่ชะงักง้าง ความเกรี้ยวกราดในแวบแรกแปรเปลี่ยนเป็นความกระอักกระอ่วน หล่อนกะพริบตาปริบๆ มองถ้วยในมือสะใภ้สลับกับใบหน้าเรียบเฉยของบุตรชาย "เอ่อ... แก... แกไม่ได้ซ่อนกินคนเดียวหรอกเรอะ?" แม่เฒ่าหลี่ถามเสียงอ่อยลงครึ่งหนึ่ง "ถ้าฉันใจแคบอย่างที่แม่ว่า ป่านนี้ฉันคงเอาเนื้อหมูตุ๋นซอสถั่วเหลืองในมิติฟาร์มของฉันมากินโชว์ให้แม่ดูไปนานแล้วครับ... จริงไหมครับพี่หลง" หลินฟางหันไปสบตากับสามี พลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากให้เขาหนJหนึ่ง เฉินหลงมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหายากปรากฏบนใบหน้าคมเข้ม เขาเอื้อมมือหนาโอบไหล่บางของภรรยาเข้ามาใกล้โดยไม่เกรงใจสายตาแม่ยาย "ใช่ครับแม่ เมียผมเป็นคนจิตใจดีงามเสมอ มีแต่แม่นั่นแหละที่ชอบคิดอกุศลกับเธออยู่เรื่อย" แม่เฒ่าหลี่หน้าเจื่อนลงทันที หล่อนรับถ้วยยาคู้อุ่นปอดมาจากมือสะใภ้ด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ เมื่อซดน้ำอุ่นๆ รสชาติหวานกลมกล่อมและเผ็ดร้อนนิดๆ ของขิงช่วยให้ลำคอที่แห้งผากชุ่มชื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความอุ่นซ่านแผ่ซ่านไปทั่วอก ทำให้ความริษยาเมื่อครู่มลายหายไปเกือบหมดสิ้น แต่ด้วยความที่ฟอร์มจัด หล่อนจึงกระแทกถ้วยลงบนโต๊ะแล้วพึมพำ "อะแฮ่ม... ก็ไม่ได้แย่นักหรอก... งั้นฉันเอาถ้วยนี้กลับไปกินที่ห้องล่ะกัน" พูดจบล่อนก็หิ้วปิ่นโตเก่าๆ เดินหนีหายออกไปจากห้องครัวอย่างรวดเร็วท่าเสียงลมหนาวที่พัดหวีดหวิว เมื่อร่างของแม่เฒ่าหลี่ลับตาไป บรรยากาศในห้องครัวก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่หนาแน่นยิ่งกว่าเดิม เฉินหลงถอนหายใจยาวนาน เขาหันมามองภรรยาตัวน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้า แสงไฟสีส้มจากเตาถ่านสะท้อนลงบนพวงแก้มเนียนใส ทำให้หลินฟางในยามนี้ดูงดงามราวกับภาพวาดโบราณ มือหนายื่นออกไปปัดเศษแป้งที่ติดอยู่ข้างแก้มของเธออย่างเบามือ สัมผัสที่อบอุ่นและทะนุถนอมทำเอาหัวใจของเชฟสาวเต้นผิดจังหวะ "เหนื่อยไหมครับช่วงนี้" เสียงทุ้มเอמהถามแผ่วเบา ดวงตาคมกริบฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด "ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ... เอ้ย! ไม่เหนื่อยหรอกครับ" หลินฟางเกือบหลุดคำพูดสมัยใหม่ติดปาก รีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน พลางก้มหน้าหลบสายตาคมคลาคล่ำของเขา ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "ฉัน... ผมหมายถึง ผมแค่อยكلสนุกกับการทำอาหารและการจัดการแปลงผักในมิตินะครับ ได้เห็นผลผลิตงอกงาม ได้เห็นชาวบ้านได้กินของดีๆ มันมีความสุขดี" เฉินหลงขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว จนหลินฟางสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายหนาที่แผ่ออกมา กลิ่นอายบุรุษผสมกับกลิ่นสบู่อ่อนๆ และกลิ่นไอดินจางๆ ลอยเข้าจมูก ทำให้สติสตังของอดีตเชฟสาวเริ่มกระเจิง "แต่ผมเป็นห่วงคุณ..." เฉินหลงกระซิบเสียงต่ำ ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบชนกัน "ช่วงนี้คุณยุ่งทั้งเรื่องเปิดร้านอาหารในตัวอำเภอ ทั้งเรื่องจัดการแม่ผมอีก... คุณเอาเวลาส่วนใหญ่ไปทุ่มเทกับทุกอย่าง ยกเว้น... การให้เวลากับสามีคนนี้" ประโยคตัดพ้อปนอ้อนเล็กน้อยจากนายทหารผู้เคร่งขรึม ทำเอาหลินฟางเบิกตากว้าง เธอนึกไม่ถึงว่าผู้ชายตัวโตคนนี้จะรู้จักพูดจาเรียกร้องความสนใจจากเธอเสียแล้ว "ฉัน... ผมไม่ได้ละเลยเสียหน่อยครับ ก็เราอยู่ด้วยกันทุกวัน..." หลินฟางประท้วงเสียงแผ่ว พยายามถอยหลังหนี แต่สะโพกกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะไม้เสียแล้ว เฉินหลงใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างค้ำยันโต๊ะไว้ เป็นการกักตัวเธอให้อยู่ในอ้อมแขนของเขาโดยสมบูรณ์ "การอยู่บ้านเดียวกัน กับการ 'ใช้เวลาร่วมกัน' มันไม่เหมือนกันนะครับ หลินฟาง..." เฉินหลงจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ นัยน์ตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายไฟบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเตาถ่านตรงหน้า "ตั้งแต่วันที่เราตกลงแต่งงานกัน คุณเปลี่ยนไปมาก... เปลี่ยนจนทำให้หัวใจของผมมันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอีกต่อไปแล้ว" หัวใจของหลินฟางกระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดแต่คุ้นเคยสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความเข้าใจผิด ความบาดหมาง และความหวาดระแวงในวันแรกที่ทะลุมิติมาบัดนี้ถูกชะล้างจนหมดสิ้น เหลือเพียงความลึกซึ้งที่ถักทอขึ้นทีละน้อยผ่านมื้ออาหารและค่ำคืนอันหนาวเหน็บ "พี่หลง..." เธอเรียกชื่อเขาเสียงสั่นเล็กน้อย เฉินหลงยิ้มละมุน รอยยิ้มที่ละลายน้ำแข็งบนยอดเขาชานซีได้ทั้งลูก มือหนาเลื่อนขึ้นประคองกกหูและลำคอระหง นิ้วหัวแม่มือลูบไล้พวงแก้มเนียนอย่างแผ่วเบาราวกับเผลอไผล "ผมไม่สนหรอกนะว่าอดีตคุณจะเป็นใคร หรือในอนาคตคุณจะมีความลับวิเศษอะไรซ่อนไว้อีก... แต่จำไว้นะหลินฟาง นับจากวินาทีนี้ไป คุณคือภรรยาของเฉินหลงคนนี้ และผมไม่มีวันปล่อยให้ใครมาทำร้ายคุณเด็ดขาด" คำพูดที่หนักแน่นและจริงใจยิ่งกว่าคำสาบานใดๆ ทำให้ขอบตาของหลินฟางร้อนผ่าว เธอพยักหน้ารับช้าๆ รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า ก่อนที่เธอจะตัดสินใจทำบางสิ่งที่ทำเอาทหารกล้าถึงกับชะงัก หลินฟางเอื้อมมือเรียวไปโอบรอบลำคอหนาของเขาไว้ ปลายจมูกรั้นชนเข้ากับสันจมูกโด่งเป็นคมของสามี เธอกระซิบเสียงกระเส่าชิดริมฝีปากหยักลึก "ถ้าอย่างนั้น... คืนนี้ฉันจะยอมให้พี่ชิมเมนูพิเศษ ที่ไม่มีขายที่ไหนในโลกนี้... ดีไหมครับ?" เฉินหลงนัยน์ตาเข้มขึ้นทันที เปลวไฟแห่งความปรารถนาพุ่งพล่านขึ้นในอก เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังลอดลำคอก่อนที่เขาจะก้มลงประกบเรียวปากอุ่นร้อนทับลงบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างดูดดื่ม ท่ามกลางไอหมอกและลมหนาวที่พัดกระหน่ำอยู่นอกหน้าต่าง ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นดังสนั่นหวั่นไหวจากหน้าบ้านก็ผ่ากลางความเงียบขึ้นมา พร้อมกับเสียงตะโกนโหวตเหวกโวยวายของบุรุษแปลกหน้า "เปิดประตูโว้ย! เฉินหลง! หัวหน้าหน่วยเสบียงสั่งให้แกรายงานตัวด่วนที่สุดตอนนี้ เกิดเรื่องใหญ่ที่คลังสินค้ากองทัพแล้ว!" (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%