คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70•ตอนที่ 39

เฉินหลงเลื่อนขั้น

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ถ้าเอกสารฉบับนี้ผ่านการอนุมัติจากส่วนกลาง แปลว่าที่ดินแปลงสามหลังแนวชายป่า จะถูกผนวกเข้ามาเป็นเขตทดลองปลูกพืชเศรษฐกิจของกองพล... และนั่นหมายถึงตำแหน่งผู้บังคับกองพันรบพิเศษของพี่ จะถูกประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์หน้าครับ อาฟาง" เสียงทุ้มต่ำของเฉินหลงเจือด้วยความเหนื่อยอ่อนเล็กน้อย แต่แววตากลับเปล่งประกายความมุ่งมั่นระคนความรู้สึกผิด ขณะที่เขากำลังวางแฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งในห้องครัว กลิ่นหอมกรุ่นของซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวและพุทราจีนที่หลินฟางเพิ่งเคี่ยวจนงวด ส่งควันสีขาวนวลลอยกรุ่นอบอวลไปทั่วบริเวณ ช่วยขับไล่ความหนาวเย็นยามค่ำคืนของยุค 70 ให้เจือจางลงไปได้ถนัดตา หลินฟางในผ้ากันเปื้อนสีครีมสะอาดยังไม่ทันได้เอ่ยปากทักทายสามีตามปกติ มือเรียวที่กำลังถือทัพพีไม้ถึงกับชะงัก เธอกวาดสายตาคมกริบมองเอกสารราชการตราครุฑแดงฉานบนโต๊ะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มผู้เป็นสามี รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรู้เท่าทัน "ตำแหน่งผู้บังคับกองพัน... เลื่อนขั้นเร็วกว่าที่คาดไว้ตั้งครึ่งปีนะคะ เอ้ย... เกือบไป ผมหมายถึง เก็ทแล้วครับคุณสามี" หลินฟางเกือบเผลอหลุดคำลงท้ายแบบเดิมออกมาตามความคุ้นเคย สมองซีกหนึ่งรีบปรับสวิตช์คำพูดให้เข้ากับความเป็นสุภาพบุรุษของฟาร์มเมอร์สุขใจในใจ "พี่เฉินคงไม่ได้เอาความดีความชอบจากการกวาดล้างเครือข่ายตลาดมืดลอตก่อน ไปแลกมากับการโยกย้ายครั้งนี้หรอกใช่ไหมครับ?" เฉินหลงถอนหายใจยาว พลางดึงร่างระหงของภรรยาเข้าสู่อ้อมแขนอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมสันฝังลงบนลาดไหล่บางสูดดมกลิ่นหอมสะอาดของสบู่สมุนไพรที่เธอทำเอง เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดจากค่ายทหาร "พี่จะเอาอนาคตของตัวเองไปแลกกับพวกเหลือบไรพวกนั้นทำไมกันเล่า" เฉินหลงกระซิบเสียงนุ่มข้างใบหู "ผลงานในชายแดนเมื่อช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมาต่างหากที่เบิกทางให้... เพียงแต่ การเลื่อนขั้นครั้งนี้มาพร้อมกับภาระหน้าที่ที่หนักหนາขึ้น และ... การจับตาดูจากพวกตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง" หลินฟางไม่ได้ดิ้นหนีอ้อมกอดอุ่น เธอปล่อยให้สามีกอดประโลมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาประคองใบหน้าคร่ำเคร่งของเขาด้วยมือทั้งสองข้าง นิ้วโป้งลูบไล้รอยคล้ำใต้ดวงตาคมกริบอย่างเบามือ "ไม่ว่าพวกเขาจะจับตาดูด้วยสายตาริษยาหรือหวังผลประโยชน์อันใด ตระกูลเฉินในตอนนี้ไม่ใช่ตระกูลที่ใครจะมาบีบยำได้ตามใจชอบอีกแล้วครับ" หลินฟางกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นทรงพลัง "ในเมื่อสามีของฉันได้เลื่อนขั้นเป็นถึงผู้พันเฉินแล้ว อาหารมื้อนี้เราต้องเฉลิมฉลองกันให้สมเกียรติสักหน่อย" ว่าแล้วหญิงสาวก็ผละตัวจากอ้อมแขน ไปจัดการตักซุปรากบัวร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามลายคราม พร้อมกับยกจาน "หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงฮกเกี๊ยน" ที่เนื้อหนังนุ่มละมุนละลายในปาก สีสันเงางามน่ารับประทานจากการเคี่ยวด้วยน้ำตาลกรวดและเหล้าจีนชั้นดีที่เธอแอบดึงออกมาจากมิติฟาร์มสมุนไพร มาวางเรียงรายบนโต๊ะอาหารจนเต็ม กลิ่นหอมของเครื่องเทศและซีอิ๊วโบราณเตะจมูกจนเฉินหลงต้องกลืนน้ำลายลงคอ แม้เขาจะเป็นนายทหารผู้ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน แต่ความสุขที่แท้จริงกลับไม่ใช่ชัยในสนามรบ หากแต่เป็นช่วงเวลาที่ได้นั่งกินข้าวฝีมือภรรยาคนนี้ในบ้านพักหลังน้อยที่อบอุ่น "ฝีมือคุณนับวันยิ่งทำให้พี่ถอนตัวไม่ขึ้นจริงๆ" เฉินหลงใช้ตะเกียบหนีบชิ้นหมูสามชั้นตุ๋นสีเข้มเข้าปาก รสชาติกลมกล่อม หวานเค็มกำลังดี ละมุนลิ้นจนความเหนื่อยล้าทั้งวันมลายหายไปสิ้น "ถ้าติดใจฝีมือเมีย ก็ต้องสัญญาว่าไม่เอาตัวไปเสี่ยงอันตรายเกินความจำเป็นนะครับ" หลินฟางตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่ถ้วยให้เขา พลางเอ่ยเตือนด้วยรอยยิ้ม "เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไป ฉันกับฟาร์มสมุนไพรคงต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพแน่นอน" เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของเฉินหลงดังขึ้นในลำคอ บรรยากาศภายในบ้านเต็มไปด้วยความสุขสงบ จนกระทั่ง... *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นอย่างเร่งรีบและไร้มารยาท ตามด้วยเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่ารำคาญของแม่เฒ่าหลี่ ที่แผดเผาทำลายบรรยากาศอันแสนอบอุ่นในพริบตา "ไอ้ลูกอกตัญญู! นังสะไภ้ตัวดี! ฉันรู้ว่าพวกแกกินของดีกันอยู่ในบ้าน เปิดประตูเดี๋ยวนี้! หลานชายฉันสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารได้แล้ว แกที่เป็นอาต้องควักเงินมาจัดงานเลี้ยงฉลองให้หลาน ไม่เช่นนั้นฉันจะประจานให้พวกนายทหารทั้งค่ายรู้ว่าพวกแกมันพวกเนรคุณไม่เลี้ยงดูแม่ผู้ให้กำเนิด!" เฉินหลงขมวดคิ้วมุ่น รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างกายในทันที เขาววางตะเกียบลงบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ แต่ก่อนที่เขาจะทันลุกขึ้นไปจัดการปัดกวาดความรำคาญนั้น หลินฟางกลับเอื้อมมือมาแตะแขนเขาไว้เบาๆ ดวงตาคู่สวยของภรรยาฉายแววเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มพิมพ์ใจผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น "ใจเย็นก่อนครับสามี... แม่เฒ่ามาถูกจังหวะเสียจริง ในเมื่อสามีได้เลื่อนขั้นทั้งที เราก็ควรจะแบ่งปัน 'ความสุข' ให้คนในครอบครัวได้ลิ้มลองไม่ใช่หรือครับ?" หลินฟางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะก้าวเดินไปที่ประตูด้านหน้าด้วยฝีเท้ามั่นคง ทิ้งให้เฉินหลงนั่งมองแผ่นหลังของภรรยาด้วยความรู้สึกทึ่งระคนขบขัน... เขารู้ดีว่าแม่เฒ่าหลี่กำลังเดินเข้าสู่หลุมพรางที่ภรรยาตัวน้อยของเขาขุดรอไว้เรียบร้อยแล้ว กลอนประตูถูกปลดล็อกออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโลภของแม่เฒ่าหลี่ที่อ้าปากเตรียมจะด่าทอต่อ แต่ยังไม่ทันที่คำพูดหยาบคายหลุดรอดออกมา หลินฟางก็ชิงพูดตัดหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม "คุณแม่มาพอดีเลยครับ... พอดีผมกับพี่เฉินเพิ่งได้ข่าวดีเรื่องการเลื่อนขั้น และกำลังทำ 'เมนูพิเศษ' ต้อนรับแขกวีไอพีพอดี เชิญเข้ามาด้านในก่อนสิครับ รับรองว่ารสชาตินี้... จะทำให้คุณแม่ไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิตเลยล่ะครับ" แม่เฒ่าหลี่ชะงักกึก มองหน้าลูกสะไภ้ด้วยความระแวง แต่กลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นที่โชยทะลุประตูออกมาทำให้ความโลภบังตา นางจึงสะบัดหน้าพรวดก้าวเท้าเข้ามาในบ้านโดยไม่ฟังเสียงทักท้วงใดๆ ทว่า... เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูและหันไปสบตากับนายทหารยศสูงผู้หนึ่งที่นั่งรออยู่มุมห้อง พร้อมกับเอกสารลับกองโตบนโต๊ะ รอยยิ้มของแม่เฒ่าก็ค้างเติ่งในทันที เพราะแขกวีไอพีที่นั่งอยู่ตรงนั้น หาใช่ใครอื่น—แต่มันคือ "ผู้ตรวจการพิเศษจากส่วนกลาง" ที่เพิ่งเดินทางมาถึงค่ายทหารแห่งนี้เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%