"ถ้าคิดว่าการโรยเกลือป่นลงบนเนื้อปลาที่กำลังย่างไฟอ่อนๆ มันจะทำให้เนื้อเค็มจนกินไม่ได้ล่ะก็... นับว่าพวกท่านประเมินฝีมือของอดีตเชฟอย่างฉันต่ำไปหน่อยนะครับ"
รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของหลินฟาง ในมือเรียวถือไม้พายไม้ไผ่ที่ใช้ปาดซอสกระเทียมพริกไทยสูตรลับลงบนซี่โครงหมูรมควัน กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศที่ผัดจนน้ำมันหมูซึมออกมาผสานกับกลิ่นไอดินหลังฝนตกในเขตชนบทปี 1970 ทำให้บรรยากาศหน้าบ้านพักข้าราชการทหารในค่ายอบอวลไปด้วยความน่ากิน ทว่า... เบื้องหลังควันโขมงจากเตาดินถ่านนั้น กลับมีสายตาสองคู่ที่กำลังจดจ้องมองมาด้วยความริษยาและมุ่งร้าย
แม่เฒ่าหลี่สะใภ้ใหญ่ตระกูลหลี่ หรือก็คือแม่สามีจอมแสบผู้ขึ้นชื่อเรื่องการรีดไถ ยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่ ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น นางตั้งใจจะมาอาละวาดเรื่องที่หลินฟางปฏิเสธไม่ยอมส่งมอบคูปองแป้งสาลีโควต้ารอบใหม่ให้ แถมนางยังเตรียมแผนการสกปรกมาด้วยการซ่อนผงบอระเพ็ดตากแห้งบดละเอียดไว้ในผ้าเช็ดหน้า เพื่อจะแอบโรยลงไปในหม้อซุปกระดูกหมูของหลินฟาง ให้รสชาติอาหารมื้อนี้กลายเป็นความขมขื่นจนสามีของนางต้องรังเกียจ และชาวบ้านต่างพากันรุมประณามว่าสะใภ้รองทำอาหารรสชาติแย่จนกินไม่ได้
"นังเด็กสารเลว! แกคิดว่าทำอาหารส่งกลิ่นหอมเรียกแขกแบบนี้แล้วผัวของแกจะรักจะหลงงั้นรึ หน้าตาก็เป็นแค่ลูกชาวนาตกยาก กล้าดียังไงมาทำเป็นหยิ่งยโสใส่ฉัน!" แม่เฒ่าหลี่ส่งเสียงแว้ดขึ้นมาทำลายความเงียบ ท่ามกลางชาวบ้านที่เริ่มเดินมามุงดูด้วยความสนใจ
หลินฟางค่อยๆ วางไม้พายลงบนเขียงไม้อย่างใจเย็น นางไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าแม่สามีทันที แต่กลับใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเศษผงพริกไทยดำบนโต๊ะไม้ด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังชมการแสดงงูพิษที่พยายามแผ่แม่เบี้ยใส่พังพอน
"อ้าว... คุณแม่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย ยืนตากแดดอยู่ตรงนั้นระวังความดันจะขึ้นเอาเสียเปล่าๆ นะครับ" หลินฟางหันไปส่งยิ้มหวานหยดที่แฝงไปด้วยความเยียบเย็น ดวงตากลมโตเป็นประกายคมกริบ "ลมเพลมพัดอะไรถึงพาให้ท่านมาถึงเรือนครัวของผมได้ล่ะครับ หรือว่ากลิ่นซี่โครงหมูตุ๋นยาจีนหม้อนี้มันลอยไปเตะจมูกท่านเข้า ถึงได้เดินตามกลิ่นมาไกลขนาดนี้?"
"ใครตามกลิ่นของแกกัน! ฉันแค่จะมาตรวจดูว่าแกแอบเอาเสบียงของส่วนรวมไปขายในตลาดมืดหรือเปล่าต่างหาก!" แม่เฒ่าหลี่แก้ตัวน้ำขุ่นๆ พลางกวาดสายตามองไปรอบครัวเพื่อหาจังหวะหยิบผงบอระเพ็ดในกำมือออกมาโรย
ทว่า หลินฟางกลับรู้ทันทุกย่างก้าว นางแกล้งทำเป็นเดินเข้าไปใกล้หม้อซุปเดือดพล่าน พร้อมกับตักน้ำซุปสีอำพันขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วส่งเสียงอุทานด้วยความเสียดาย
"อุ๊ยตาย... น่าเสียดายจริงๆ ด้วยครับคุณแม่" หลินฟางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่สะnั่นไปถึงโสตประสาทของคนฟัง "ซุปหมูตุ๋นโสมป่าชุดนี้ ผมตั้งใจเคี่ยวมาสามชั่วโมงเต็มเพื่อรอต้อนรับผู้ตรวจการจากกองพลที่จะมาตรวจเยี่ยมค่ายใน1ชั่วโมงข้างหน้านี้ หากว่ามีสิ่งแปลกปลอมตกลงไปแม้แต่นิดเดียว หรือมีใครบังอาจทำให้อาหารชุดนี้เสียรสชาติล่ะก็... โทษฐานทำลายทรัพย์สินทางราชการและขัดขวางการปฏิบัติงานของกองทัพ มีโทษสถานหนักถึงขั้นเนรเทศออกจากเขตทหารเลยนะครับ"
คำพูดประโยคเดียวทำเอาแม่เฒ่าหลี่ที่กำลังจะควักมือหยิบผงบอระเพ็ดออกจากกระเป๋าเสื้อ ถึงกับชะงักกึก มือที่กำอยู่สั่นเทาด้วยความตกใจกลัว เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มขมับ เมื่อได้ยินคำว่า 'ผู้ตรวจการจากกองพล' และ 'เนรเทศ'
ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ต่างพากันส่งเสียงซุบซิบ
"นั่นสิ... ได้ยินว่าวันนี้ท่านผู้พันหลิวจะพาคณะนายทหารระดับสูงมาตรวจโรงครัวด้วยนี่นา"
"ถ้าแม่เฒ่าหลี่ไปทำอะไรกับอาหารของกองร้อยเข้า มีหวังครอบครัวตระกูลหลี่ได้โดนคาดโทษแน่ๆ"
หลินฟางปรายตาไปมองมือที่ซ่อนอยู่ข้างลำตัวของแม่สามี เห็นเหงื่อที่ไหลย้อยลงมา นางจึงรุกต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนลึกซึ้ง
"อ๊ะ หรือว่าที่คุณแม่กำมือแน่นขนาดนั้น... ในมือของคุณแม่จะมีของดีอะไรจะมาช่วยเสริมรสชาติอาหารให้ผมหรือเปล่าครับ? ไหน ลองเอาออกมาให้ชาวบ้านแถวนี้ได้ดูเป็นบุญตาหน่อยสิครับ ว่าของวิเศษจากบ้านตระกูลหลี่มันเลิศเลอขนาดไหน ถึงขนาดต้องแอบซ่อนไว้ไม่กล้าให้ใครเห็น"
แม่เฒ่าหลี่หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก จะแบมือออกก็ไม่ได้ จะเก็บเข้ากระเป๋าเสުރก็ไม่ทันเสียแล้ว สายตาทุกคู่ของชาวบ้านนับสิบชีวิตต่างจ้องมองมาที่มือของนางเป็นตาเดียว ความอับ ơายพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดจนนางแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินหลัก พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารรีดเรียบของพันจ่าอากาศเอกเฉินหลงที่เดินตรงดิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าเพียงชั่วพริบตาเดียวก็เข้าใจทะลุปรุโปร่ง
เฉินหลงก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างภรรยาตัวน้อย ใช้มือหนาโอบไหล่บางไว้แสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องเงียบกริบ
"แม่ครับ... แม่มาทำอะไรที่ครัวของภรรยาผมหรือครับ?"
แม่เฒ่าหลี่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กำมือที่ซ่อนผงบอระเพ็ดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ นางอ้าปากพะงาบๆ จะแก้ตัวแต่ทว่า...
เฉินหลงไม่ได้รอคำตอบ เขากลับยื่นมือไปคว้าข้อมือของแม่สามีขึ้นมาแบออกท่ามกลางสายตาประชาชน ผงสีน้ำตาลเข้มร่วงกราวลงบนพื้นดินทันที กลิ่นฉุนของสมุนไพรมีพิษตลบอบอวลขึ้นมาฟ้องความจริงทั้งหมด
บรรยากาศรอบบริเวณเงียบสงบลงชั่วขณะ ก่อนที่เฉินหลงจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความปรานี
"ท่านแม่... ดูท่าทางท่านคงจะว่างมากสินะครับ ถึงได้เอาสมุนไพรแปลกปลอมพวกนี้มา 'ปรุงรส' อาหารให้กองร้อยแบบนี้... เกรงว่าบ้านพักรับรองของกองทัพคงไม่มีที่ให้คนจิตใจสกปรกเช่นท่านพักพิงอีกต่อไปแล้วกระมังครับ!"
หัวใจของแม่เฒ่าหลี่หล่นวูบไปถึงตาตุ่ม เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับบุตรชายสายเลือดเหล็กที่ตอนนี้แววตาดุดันรา과พญาเสือพร้อมขย้ำเหยื่อ ทว่าก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงทุ้มกังวานของนายทหารยศสูงผู้มาใหม่ก็ดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารจานเด็ดที่เพิ่งยกลงจากเตาถ่านของหลินฟางพอดี
"หืม... กลิ่นหอมนี่มันอะไรกัน ช่างชวนให้ท้องร้องเสียจริง อาหารจานนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วใช่ไหม สะใภ้หลิน?"
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอดนะครับ!
คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70•ตอนที่ 30
จัดการเงียบๆ
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!