“ถ้าท่านประธานจะกรุณาถอดแว่นตากันแดดอันเท่าฝาบ้านนั่นออกก่อน แล้วใช้ลูกตาจริงๆ มองสภาพความพินาศตรงนี้ ฉันว่ามันน่าจะช่วยให้อายุของโปรเจกต์นี้ยืนยาวขึ้นนะคะ”
น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงด้วยคมมีดของรินรดา ดีไซเนอร์สาวมือหนึ่งผู้ครองตำแหน่งเพอร์เฟกชันนิสต์ประจำแบรนด์ดัง ดังแทรกเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่กลางห้องแต่งตัวหลังเวทีอย่างไม่ไว้หน้าใคร เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากผู้ช่วยสาวที่ยืนตัวลีบอยู่ข้างประตูก็ไม่ดังเท่าเสียงสะท้อนในอกของทุกคนที่รู้ดีว่า ‘พายุลูกใหญ่’ กำลังเคลื่อนตัวเข้าปะทะกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ร่างสูงระหงในชุดสูทสีเข้มของ ‘คุณคริส’ ประธานใหญ่ผู้บินตรงมาจากมิลานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่เรียวปากสีแดงฉ่ำจะยกยิ้มขึ้นอย่างนึกสนุก หล่อนค่อยๆ ถอดแว่นตากันแดดแบรนด์หรูออก เผยให้เห็นดวงตากลมโตคู่คมที่กวาดตามองความเละเทะรอบตัวด้วยความรู้สึกขบขันมากกว่าจะโกรธเคือง ทว่าก่อนที่ท่านประธานจะได้เอ่ยปากตำหนิอะไร ประตูห้องแต่งตัวก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงอารมณ์
“ฉันบอกแล้วไงคะว่าช่างแต่งหน้าคนนี้มือหนักเหมือนใช้สว่าน! หน้าฉันไม่ใช่กำแพงปูนซีเมนต์นะที่จะได้มาโบกครีมหนาเตอะขนาดนี้!”
เนตรนภาก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องด้วยชุดราตรีสั้นผ้าไหมซาตินสีแดงเพลิงที่ขับผิวให้ดูโดดเด่นสะดุดตา เส้นผมยาวสลวยถูกรวบตึงไว้ด้านหลังเผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าเฉี่ยวคมที่กำลังบึ้งตึง นางแบบสาวตัวแสบผู้ขึ้นชื่อเรื่องการฉีกทุกกฎบนรันเวย์ตวัดสายตามาหยุดอยู่ที่รินรดา ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นร่างสูงของประธานใหญ่ยืนอยู่ตรงกลาง
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแต่งตัวชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ทว่าบรรยากาศกลับอึดอัดเสียจนแทบหายใจไม่ออก รินรดากลอกตาขึ้นฟ้าอย่างเบื่อหน่าย หล่อนไม่อยากจะเชื่อเลยว่านอกจากจะต้องมาปวดหัวกับนางแบบจอมพยศคนนี้แล้ว วันนี้เธอยังต้องมาเผชิญหน้ากับบอสใหญ่จอมจุกจิกอีก
“อ้าว... อยู่กันครบทีมพอดีเลยนะคะ” คุณคริสฉีกยิ้มกว้าง ปรบมือเบาๆ สองครั้งเพื่อทำลายความเงียบ “ฉันไม่ได้บินข้ามทวีปมาเพื่อดูพวกคุณยืนจ้องหน้ากันเหมือนปลากัดหรอกนะคะ นั่งลงก่อนค่ะ เรามีเรื่องสำคัญต้องคุยกัน... เรื่องโปรเจกต์ ‘The Runway’ ที่พวกคุณสองคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน”
คำว่า ‘ร่วมกัน’ หลุดออกมาจากริมฝีปากของประธานใหญ่ราวกับเสียงอสุนีบาตฟาดกลางแสกหน้า
รินรดานิ่งงันไปอึดใจหนึ่ง ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ หล่อนหันไปมองหน้าเนตรนภาที่ตอนนี้แสดงสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบของดีไซเนอร์สาวจะขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
“ร่วมงานกับเด็กสร้างปัญหาคนนี้น่ะเหรอคะ? ท่านประธานคงเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคะ ฉันออกแบบชุดให้คนใส่ ไม่ได้สร้างมาเพื่อแก้ปัญหาให้เด็กเอาแต่ใจที่เดินสะดุดขาตัวเองบนรันเวย์”
เนตรนภาที่ยืนกอดอกอยู่หันขวับมาทันที นัยน์ตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความโกรธ หล่อนก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังยี่ห้อเดียวกับที่รินรดาเกลียดนักหนาเพราะมันหอมเย้ายวนจนเกินงามลอยแตะจมูก
“ปากจัดอย่างที่คุณร่ำลือกันไม่มีผิดเลยนี่คะ คุณรินรดา... แต่เสียดายจังที่ฝีปากคมๆ ของคุณมันไม่ได้ช่วยให้ดีไซน์เชยๆ ของคุณดูแพงขึ้นมาได้เลยสักนิด ชุดสีเขียวตองอ่อนเมื่อกี้ ถ้าฉันไม่แกล้งทำเป็นสะดุดชายผ้าถอดมันออกกลางเวที ป่านนี้แบรนด์ของคุณคงโดนวิจารณ์เละในโซเชียลไปแล้วนะคะ”
“นั่นมันผลงานชิ้นเอกของฉัน! คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องมัน!” รินรดาตอกกลับเสียงกร้าว ใบหน้าสวยหวานตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโมโหจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ ดวงตาคู่คมจ้องมองนางแบบสาวที่สูงไล่เลี่ยกันด้วยความเดือดดาล เคมีระหว่างทั้งคู่พุ่งพล่านจนคนในห้องไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
“พอได้แล้วค่ะ! ทั้งสองคน!” คุณคริสยกมือขึ้นห้ามปรามด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ รอยยิ้มบนใบหน้าของประธานสาวหายวับไป เหลือเพียงแววตานิ่งสนิทที่กดดันให้ทุกคนต้องสงบปากสงบคำ “ฉันไม่ได้มาฟังพวกคุณเถียงกันเรื่องศักดิ์ศรี... เพราะคำสั่งจากเบื้องบนมันชัดเจนมากค่ะ โปรเจกต์ ‘The Runway’ คราวนี้ ถ้าพวกคุณทำยอดวิวและกระแสตอบรับไม่ถึงเป้าหมายที่บริษัทแม่กำหนด เราจะยกเลิกคอลเลกชันนี้ทั้งหมด... และฉันจะถือว่าความล้มเหลวครั้งนี้ เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของพวกคุณ”
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห้ามใจไม่อยู่ ความพยายามตลอดหกเดือนในการปั้นแต่งคอลเลกชันนี้กำลังจะถูกแขวนไว้บนเส้นด้าย โดยมีผู้หญิงปากร้ายตรงหน้าเป็นคนถือคีมตัดลวดเส้นนั้นไว้
“คุณคริสคะ จะให้ฉันร่วมงานกับยัยนี่เนี่ยนะ?” เนตรนภาชี้หน้าดีไซเนอร์สาวพล่นน้ำเสียงไม่พอใจ “ฉันมีตารางงานแน่นเอี๊ยด...”
“ไม่มีข้อแม้ค่ะ เนตรนภา” ประธานใหญ่ตัดบทเสียงเฉียบขาด “คุณรินรดาต้องการนางแบบที่สะท้อนจิตวิญญาณของคอลเลกชันนี้ และคุณคือคนเดียวที่ทำได้... ส่วนคุณรินรดาคะ คุณก็ต้องอดทนและรับมือกับความเอาแต่ใจของเนตรนภาให้ได้เช่นกัน... พวกคุณต้องย้ายเข้าไปทำงานร่วมกันที่สตูดิโอส่วนตัวของรินรดาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ห้ามปฏิเสธ นี่คือคำสั่งเด็ดขาดจากฉัน”
ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง รินรดารู้สึกเหมือนมีหินก้อนใหญ่หล่นทับลงมากลางอก การต้องทนเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้ในชั่วโมงงานก็แย่พออยู่แล้ว แต่นี่ยังต้องให้ยัยตัวแสบก้าวล้ำเข้ามาถึงพื้นที่ส่วนตัวในสตูดิโอของหล่อนอีกเหรอ?
ดีไซเนอร์สาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ หล่อนปรายตามองเนตรนภาที่ตอนนี้กำลังยืนยิ้มเยาะด้วยความสะใจ รินรดาจึงตัดสินใจเชิดหน้าขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ถ้าท่านประธานยืนยันแบบนั้น... ฉันก็ไม่มีปัญหาค่ะ แต่หวังว่าสตูดิโอของฉันจะกว้างพอที่จะรองรับ ‘อีโก้’ อันใหญ่โตของนางแบบคนนี้นะคะ”
“อุ๊ย... ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะคุณดีไซเนอร์” เนตรนภาก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอีกครั้ง ใบหน้าสวยเฉี่ยวโน้มเข้าไปกระซิบข้างใบหูจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงซอกคอขาว ทำเอารินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว “ฉันเป็นคนอยู่ง่าย... แต่อาจจะทำให้คุณนอนไม่หลับไปหลายคืนเลยล่ะค่ะ”
รินรดากำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ ทว่าก่อนที่หล่อนจะได้สวนกลับอะไรออกไป ประตูห้องแต่งตัวที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดผางอย่างแรง พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง... บุคคลที่ทำให้สีหน้ามั่นอกมั่นใจของคุณคริสถอดสีลงในเสี้ยววินาที
สการ์เล็ตโรสขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความแซ่บและร่วมลุ้นไปกับเคมีสุดเดือดของพวกเขานะคะ
ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตัวแสบ•ตอนที่ 2
คำสั่งจากเบื้องบน
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์ปากจัดกับยัยนางแบบตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
