เสียงตบโต๊ะไม้สนดังสนั่นจนถ้วยกระเบื้องเคลือบบนคานครัวสั่นสะเทือน แม่เฒ่าโจวถลึงตาจ้องหน้าหลานสะใภ้ด้วยแววตาดุดัน ใบหน้าเหี่ยวย่นตามกาลเวลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว น้ำลายกระเด็นออกมาพร้อมกับเสียงแหลมสูงที่แผดก้องไปทั่วบริเวณห้องโถง
"หลินว่านหลิง! แกกล้าดียังไงถึงทำเป็นหูทวนลมเมื่อฉันพูด! ในฐานะแม่ของลู่จั้น ของทุกอย่างในบ้านหลังนี้ รวมถึงกำไรจากการค้าขายผักและหมูสามชั้นนั่น มันควรเป็นของฉันกับน้องชายเขาครึ่งหนึ่งด้วยซ้ำ!"
กลิ่นหอมกรุ่นของ "ซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดง" ที่เพิ่งเคี่ยวจนงวดได้ที่จากเตาฟืนด้านหลังยังคงลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นไอความตึงเครียดในอากาศ หลินว่านหลิงยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องครัว สีหน้าของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองแม่สามีจอมโลภและลู่เฉียง น้องชายสามีที่กำลังทำหน้าตา ⟪หิวกระหาย⟫ จ้องมองหม้ออาหารบนเตาราวกับสุนัขจรจัดจ้องมองเศษเนื้อ
"แม่พูดจบหรือยังครับ... เอ๊ย ขออภัยครับ พอดีผมติดนิสัยพูดจาสุภาพกับคนที่มีความเป็นมนุษย์น่ะครับ" ว่านหลิงจงใจพูดแซะด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนเสื้อผ้า
"นัง... นังสะใภ้ไร้ศีลธรรม! แกกล้าด่าฉันทางอ้อมเรอะ!" แม่เฒ่าโจวปรี่เข้ามาหมายจะคว้าแขนเรียวของว่านหลิงเพื่อสั่งสอน ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วเหี่ยวย่นจะสัมผัสโดนชายเสื้อ ร่างสูงใหญ่ของลู่จั้นที่เพิ่งเดินกลับมาจากแปลงเกษตรหลังบ้านก็ก้าวเข้ามาขวางกลางไว้ราวกับภูเขาผา
ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มจ้องมองมารดาและน้องชายด้วยแววตาเย็นเยียบ ความกดดันระดับสนามรบแผ่ซ่านออกมาจนแม่เฒ่าโจวถึงกับผงถอยหลังไปสามก้าว ลู่จั้นไม่ได้ส่งเสียงตะคอกสักแอะ ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าพายุฤดูร้อน
"แม่ครับ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้น "บ้านหลังนี้ถูกแบ่งแยกสิทธิ์ตามกฎหมายกองทัพและทางการหมู่บ้านอย่างชัดเจนตั้งแต่วันที่เราแต่งงานแยกครัวแล้ว การที่แม่บุกมาโวยวายและพยายามแย่งชิงทรัพย์สินที่หยาดเหงื่อแรงงานของผมกับภรรยาหามา มันเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายอาญาบ้านเมืองนะครับ"
"ไอ้... ไอ้ลูกอกตัญญู! แกเห็นเมียดีกว่าแม่ผู้ให้กำเนิดหรือไง!" ลู่เฉียงที่ยืนเงียบอยู่นานทนไม่ไหว โพล่งขึ้นด้วยความโมโห ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย "แกจำไม่ได้หรือไงว่าตระกูลส่งเสียให้แกไปเป็นทหารจนได้ดิบได้ดี ตอนนี้รวยแล้วทำเป็นลืมหัวนอนปลายเท้า!"
ว่านหลิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ใสราวกระดิ่งเงินแต่กลับทำให้สองแม่ลูกรู้สึกหนสั่นสะท้าน เธอเดินผ่านหลังสามีออกมาเผชิญหน้ากับน้องสามีตัวแสบ ดวงตาคู่สวยประกายแวววาวด้วยความฉลาดทันคน
"ส่งเสีย? หึ สหายลู่เฉียง ความจำสั้นหรือแกล้งลืมกันแน่ครับ?" ว่านหลิงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่ฉานไปด้วยเหตุผล "เงินทองและข้าวเปลือกที่บ้านใหญ่ใช้กินใช้อยู่ทุกวันนี้ ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมามาจากเงินเดือนทหารของลู่จั้นและหยาดเหงื่อที่ผม... เอ่อ ที่ฉันหามาจากการปลูกผักส่งตลาดมืดทั้งสิ้น เงินที่พวกท่านเอาไปผลาญกับการพนันและซื้อเหล้าขาว เป็นเงินหยาดเหงื่อของใครกันแน่ ลองก้มลงมองมือตัวเองดูสิครับว่าเคยจับจอบจับเสียมทำนาเองสักครั้งไหม!"
คำพูดทิ่มแทงใจดำนั้นทำให้ลู่เฉียงหน้าชาไปแถบหนึ่ง เขาอ้าปากพะงาบๆ เถียงไม่ออก เพราะความจริงคือเขาใช้ชีวิตเกียจคร้านผลาญเงินไปวันๆ จริงดังว่า
"แก... แกมันนังปีศาจปากร้าย!" แม่เฒ่าโจวกรีดร้องด้วยความจนมุม หยิบไม้เท้าขึ้นมาทำท่าจะตี แต่ลู่จั้นจับด้ามไม้เอาไว้แน่น แรงบีบเพียงเล็กน้อยทำให้ไม้เท้าสั่นเทา แม่สามีหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นประกายตาดุดันของบุตรชาย
"ผมเตือนด้วยความหวังดีในฐานะลูกชายครั้งเดียวนะครับ..." ลู่จั้นกดเสียงต่ำ ดวงตาคมกวาดมองทั้งสองคน "ถ้าพวกท่านยังไม่ยอมออกไปจากเขตบ้านของผมภายในสามนาทีนี้ ผมจะไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้านและกองกำลังรักษาความปลอดภัยท้องถิ่น ให้มาจัดการข้อหาบุกรุกและรีดไถทรัพย์สิน... เชิญครับ!"
บรรยากาศเงียบกริบลงทันตาเห็น แม่เฒ่าโจวรู้ดีว่าบุตรชายคนนี้พูดจริงทำจริง หากเรื่องถึงโรงพักหรือหัวหน้าหมู่บ้าน ชื่อเสียงที่นางพยายามรักษาไว้คงป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี นางกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ดึงแขนบุตรชายคนเล็กแล้วสะบัดก้นเดินหนีออกไปพร้อมกับคำขู่ อาฆาตมาดร้าย
"ฝากไว้ก่อนเถอะนังสะใภ้ตัวดี! แกไม่ตายดีแน่!"
เสียงฝีเท้าและเสียงบ่นด่าค่อยๆ ห่างออกไปจนลับตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่กลับคืนสู่บ้านไร่หลังน้อยอีกครั้ง หลินว่านหลิงถอนหายใจยาวเหยียด ปลดปล่อยความตึงเครียดออกจากบ่า ก่อนจะหันกลับมาสบตากับสามีหนุ่มที่ยืนมองเธอด้วยแววตาอ่อนโยนและความรู้สึกผิด
"เหนื่อยหน่อยนะครับภรรยาของผม" ลู่จั้นเอ่ยเสียงนุ่ม พร้อมกับยื่นมือหนามาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของเธออย่างทะนุถนอม เคมีที่อบอุ่นและลึกซึ้งระหว่างคนทั้งสองทำให้ความเหนื่อยล้าทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา
"ฉันไม่เหนื่อยหรอกครับลู่จั้น แค่คนพวกนั้นไม่ได้กินซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดงสูตรพิเศษของฉันก็พอแล้ว!" ว่านหลิงยิ้มกริ่ม ดวงตาเป็นประกายซุกซน เธอหันกลับไปที่เตาไฟ กลิ่นหอมเย้ายวนของเครื่องเทศและเนื้อหมูเปื่อยนุ่มกำลังส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณบ้าน ราวกับจะประกาศชัยชนะเหนือความโลภของญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อ
ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะตักอาหารมื้อค่ำมารับประทานเพื่อฉลองความสงบสุข เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างเร่งรีบที่หน้าบ้าน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ว่านหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ลู่จั้นส่งสัญญาณมือให้เธอยืนรออยู่ด้านหลัง ก่อนจะเดินไปเปิดประตูด้วยความระมัดระวัง
เบื้องหน้าประตูรั้ว ไม่ใช่แม่เฒ่าโจวหรือคนในหมู่บ้าน หากแต่เป็นสหายหม่า พ่อค้าตลาดมืดคนสำคัญ ที่ยืนหอบหายใจจนตัวโยน ใบหน้าเปื้อนเหงื่อชุ่มโชกและมีความตื่นตระหนกฉายชัดเจน ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความรีบร้อนเมื่อเห็นหน้าลู่จั้น
"สหายลู่... คุณผู้หญิงหลิน!แย่แล้วครับ!" สหายหม่าร้องตะโกนเสียงหลง ลมหายใจหอบกระชั้น "สินค้าล็อตใหม่ที่พวกคุณฝากขายในตลาดมืด... มีคนจากเมืองหลวงระดับสูงกวาดซื้อเกลี้ยงหมดตั้งแต่ยังไม่ทันวางแผง! และตอนนี้... ท่านผู้นั้นกำลังเดินทางมาที่บ้านหลังนี้ด้วยตัวเองครับ!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" ในตอนนี้นะครับ!
คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า•ตอนที่ 18
ญาติจอมสูบเลือดกลับมาทวงบุญคุณ
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!