ควันสีขาวนวลที่ลอยอ้อยอิ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามสาย พร้อมกับกลิ่นหอมหววนของน้ำมันหมูเจียวและกระเทียมเจียวใหม่ๆ กำลังทำลายความเงียบสงบของหมู่บ้านหง Hไปทีละน้อย
"แม่ว่ากลิ่นนี้มันแปลกๆ ไหมครับ... หรือว่าบ้านรองเขาแอบทำอะไรกินกันอีกแล้ว?"
เสียงทุ้มต่ำของโจวเฉียง ลูกชายคนรองของบ้านโจวเอ่ยขึ้น ขณะกำลังนั่งเหลาไม้ไผ่ที่ใต้ถุนบ้าน สายตาเหลือบมองไปยังทิศทางของบ้านหลังเล็กที่เพิ่งแยกออกไปเมื่อไม่นานมานี้ สภาพของบ้านหลังนั้นในตอนแรกแทบไม่ต่างอะไรกับโรงเก็บฟืนเก่าๆ แต่ทว่าในช่วงสามวันที่ผ่านมา กลับมีเสียงโขลกสาก เสียงหัวเราะ และที่สำคัญที่สุดคือ "กลิ่นอาหาร" ที่ลอยมาเตะจมูกคนทั้งหมู่บ้านชนิดที่เรียกว่าเยาะเย้ยความยากจน
แม่เฒ่าโจว วางไม้กวาดในมือลงใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางเดินกระแทกส้นเท้าออกมาที่ลานบ้าน จมูกฟุดฟิดสูดกลิ่นหอมที่ลอยมาตามลม กลิ่นหอมของซีอิ๊วคั่วกับเนื้อสัตว์และผักสดๆ ที่ผัดจนไฟลุกท่วมกระทะ มันช่างยั่วเย้ากระเพาะอาหารเสียจนน้ำลายสอ แต่นางไม่มีวันยอมรับหรอกว่าบ้านนั้นจะมีปัญญาหาของดีมากินได้
"เหลวไหล! จะเอาเงินที่ไหนมาซื้อเนื้อกิน! แกก็รู้ว่าตอนแยกบ้าน ฉันให้พวกมันไปแค่ข้าวเปลือกขึ้นรากครึ่งถังกับเกลือป่นห่อเดียว!" แม่เฒ่าโจวแผดเสียงด้วยความฉุนเฉียว ดวงตาหรี่เล็กอย่างจับผิด "นอกจากพวกมันจะแอบขโมยเสบียงของบ้านเราไปซ่อนไว้ก่อนแยกบ้านแล้ว ก็คงจะเป็นการกู้หนี้ยืมสินชาวบ้านมาอวดรวย! รอดูกเถอะ ฉันจะไปดูให้เห็นกับตาว่าพวกมันเอาอะไรกินกัน!"
ตัดภาพมาที่บ้านหลังเล็กของหลินว่านหลิง
บรรยากาศภายในห้องครัวอบอวลไปด้วยความสุขและความอบอุ่น หลินว่านหลิง ในชุดผ้าฝ้ายสะอาดสะอ้าน กำลังยืนอยู่หน้าเตาไฟด้วยท่าทางทะมัดทะแมง มือขวาถือตะหลิวไม้ผัดผักกวางตุ้งสีเขียวสดในกระทะเหล็ก เสียงน้ำซุปกระทบกับกระทะร้อนๆ ดังฉ่า พร้อมกับกลิ่นหอมของกระเทียมและกากหมูกรอบๆ ที่กระจายไปทั่วบริเวณ
ลู่จั้น สามีหนุ่มทหารหาญที่เพิ่งปลดประจำการชั่วคราวเพื่อมาช่วยภรรยาปรับปรุงบ้าน กำลังนั่งยองๆ ก่อไฟฟืนอยู่ที่หน้าเตา ดวงตาคมกริบมองแผ่นหลังของภรรยาด้วยความหลงใหลและภูมิใจ
"ว่านหลิง... กลิ่นมันหอมเกินไปหรือเปล่าครับ?" ลู่จั้นเอ่ยขึ้นด้วยความกังวลเล็กน้อย เมื่อเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าและเสียงบ่นโวยวายที่ดังแว่วมาจากทางบ้านใหญ่ "ดูเหมือนแม่กับพี่สะใภ้จะเริ่มสงสัยกันแล้วนะครับ"
ว่านหลิงหันมาส่งยิ้มพราย ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ นางตักผัดผักกวางตุ้งสีเขียวมรกตใส่จานกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต ก่อนจะวางลงบนโต๊ะไม้ที่เช็ดจนสะอาดเอี่ยมอ่อง ข้างๆ กันนั้นมีเนื้อสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วสีแดงฉ่ำส่งกลิ่นหอมเครื่องเทศอ่อนๆ และซุปไก่ตุ๋นโสมที่ต้มจนเปื่อยนุ่ม
"กลิ่นหอมนี่แหละค่ะ... เอ๊ย... หอมนี่แหละครับ ที่ฉันตั้งใจปล่อยออกไป" ว่านหลิงเผลอหลุดปากภาษาคุ้นเคย แต่ก็รีบเปลี่ยนสรรพนามอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้สามีจับผิด นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ยิ่งพวกเขาอยากรู้ ยิ่งสงสัย ยิ่งทนไม่ได้ นั่นแหละคือแผนการของเราครับ"
"แผนการ?" ลู่จั้นเลิกคิ้วหนาขึ้นด้วยความฉงน
"ใช่ค่ะ... อะแฮ่ม ใช่ครับ" ว่านหลิงยิ้มมุมปาก "เราจะอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ไปทำไม ในเมื่อฉันมีของดีอยู่ในมือ การที่เราทำตัวจน มันไม่ได้ช่วยให้คนพวกนั้นเลิกมาเอาเปรียบเราหรอกครับ มีแต่จะทำให้พวกเขารังแกเราหนักข้อขึ้น ทางเดียวที่จะหยุดความโลภของคนพวกนี้ได้ คือการทำให้พวกเขาเห็นว่า... เรา 'รวย' จนพวกเขาเอื้อมไม่ถึง และไม่มีปัญญาแม้แต่จะมาขอส่วนบุญต่างหากล่ะครับ"
ลู่จั้นมองภรรยาด้วยความรู้สึกทึ่ง ระคนเลื่อมใส ผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ไม่เพียงแต่ทำอาหารอร่อยจนเทียบเท่าเชฟในภัตตาคารหลวง แต่ยังมีสมองที่เฉียบแหลมและเด็ดเดี่ยว การย้ายออกมาอยู่เองแล้วสร้างเนื้อสร้างตัวอย่างเปิดเผย คือการตบหน้าคนบ้านใหญ่ได้อย่างเจ็บแสบที่สุดโดยไม่ต้องใช้กำลังเลยแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นเอง!
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูรั้วไม้ไผ่หน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงของแม่เฒ่าโจวที่ตะโกนด่าทอเข้ามาทันที
"หลินว่านหลิง! อีลูกสะใภ้อกตัญญู! แกเปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ! พวกแกแอบซ่อนเงินทองอะไรไว้ ทำไมถึงได้มีกลิ่นเนื้อกลิ่นปลาลอยฟุ้งไปทั่วบ้านทั่วเมืองแบบนี้! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะพังประตูเข้าไป!"
บรรยากาศในห้องครัวเงียบลงชั่วขณะ ลู่จั้นขมวดคิ้วมุ่นเตรียมจะลุกขึ้นไปจัดการ แต่หลินว่านหลิงกลับยื่นมือเรียวไปแตะแขนของสามีเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"ใจเย็นๆ ครับสามี ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง... วันนี้แหละ เรามาเปิดบ้านต้อนรับ 'แขกผู้เกียรติ' กันหน่อยดีกว่า"
ว่านหลิงก้าวเดินด้วยฝีเท้ามั่นคงไปยังประตูรั้ว มือเรียวปลดกลอนไม้ออกอย่างใจเย็น เผยให้เห็นร่างของแม่เฒ่าโจวที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้าบ้าน โดยมีพี่สะใภ้ใหญ่และโจวเฉียงยืนชะเง้อมองอยู่ด้านหลังด้วยสายตากระหายความอยากรู้อยากเห็น
แม่เฒ่าโจวเงื้อมือขึ้นเตรียมจะตบหน้าลูกสะใภ้ทันทีที่ประตูเปิด แต่ทว่า...
ว่านหลิงกลับเอี้ยวตัวหลบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยกถาดไม้ที่บรรจุจานผัดผักกวางตุ้งส่งกลิ่นหอมฉุย และชามเนื้อตุ๋นน้ำแดงขึ้นมาในระดับสายตาของแม่สามีพอดี กลิ่นหอมเย้ายวนพุ่งเข้าใส่จมูกของแม่เฒ่าโจวเต็มๆ จนร่างแก่ชราถึงกับชะงักกึก กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่โดยไม่รู้ตัว
"อ้าว แม่มาพอดีเลยครับ" ว่านหลิงเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อม แต่แววตากลับเยียบเย็นจนแม่เฒ่าโจวต้องหนาวสะท้าน "พอดีเลยครับ ผมกับพี่ลู่จั้นกำลังจะกินมื้อเที่ยงพอดี แม่สนใจจะเข้ามา 'ชิม' ฝีมือลูกสะใภ้คนนี้หน่อยไหมครับ ว่ามันอร่อยสมกับที่แม่เคยด่าว่าผมเป็นตัวซวยหรือเปล่า?"
คำพูดที่นิ่มนวลแต่เชือดเฉือนถึงกระดูกดำ ทำให้แม่เฒ่าโจวหน้าชาวาบดั่งถูกตบกลางสาธารณชน ขณะที่สายตาของชาวบ้านเริ่มทยอยเดินมามุงดูเหตุการณ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ
ก่อนที่แม่เฒ่าโจวจะได้ทันอ้าปากโวยวายอะไรออกมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงรถจักรยานยนต์ดังกระหึ่มก็เลี้ยวเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของพวกเขาเสียก่อน
ร่างสูงโปรดของ "สหายหม่า" พ่อค้าตลาดมืดผู้กว้างขวาง ในชุดเสื้อคลุมตัวยาวและแว่นตากันแดด ก้าวลงจากรถพร้อมกับกระเป๋าหนังใบโตในมือ เขากวาดสายตามองผู้คนที่ยืนออกันอยู่หน้าบ้าน ก่อนจะส่งยิ้มกว้างให้หลินว่านหลิงแล้วเอ่ยเสียงดังลั่น
"ฮ่าๆๆๆ สหายหลิน! ผมมารับสินค้าล็อตที่สองตามนัด! เงินสดเจ็ดร้อยหยวนสำหรับผักดองและซอสสูตรพิเศษล็อตนี้... หวังว่าคุณคงจะยังไม่ขายให้คนอื่นไปซะก่อนนะ!"
สิ้นเสียงของสหายหม่า... บริเวณหน้าบ้านของหลินว่านหลิงก็ตกอยู่ในความเงียบงันสนิททันที ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลนออกจากเบ้า!
เจ็ดร้อยหยวน?!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" ในตอนนี้นะครับ!
คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า•ตอนที่ 17
กลิ่นผัดผักลอยลมฟ้องความรวย
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสตรอง ทะลุมิติไปปั้นสามีทหารให้รวยฟ้าผ่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!