ศาลาคนเศร้ากับเฒ่าพรานไพร•ตอนที่ 3

แผนที่เก่าแก่และคำเตือนจากพรานเฒ่า

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
"ถ้าก้าวพ้นแนวเขตหินศิลาแลงนั่นไป... ต่อให้คุณเป็นสารวัตรที่พกปืน Glock 19 ติดตัวไว้ถึงสองกระบอก หรือด็อกเตอร์ผู้รอบรู้เรื่องพิธีกรรมโบราณจากมหาวิทยาลัยดังแค่ไหน สันนิบาตแห่งความตายก็จะต้อนรับพวกคุณด้วยความเงียบ... เงียบจนไม่ได้ยินแม้แต่เสียงกรีดร้องของตัวเอง" เสียงแหบแห้งราวกระดาษทรายถูกบดขยี้ดังขึ้นท่ามกลางความอับชื้นของราวป่าดิบชื้น ลุงพาน พรานเฒ่าผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนผิวหนังเหี่ยวย่นราวกับเปลือกไม้ตะเคียน ปิดฉากการสนทนาด้วยการตอกมีดเหน็บด้ามงาช้างลงบนตอไม้ผุอย่างแม่นยำ ปลายคมมีดฝังลึกจมหายไปเกือบครึ่งนิ้ว ราวกับต้องการประกาศิตเตือนใจผู้มาเยือนจากเมืองหลวงทั้งสอง สารวัตรกันต์ไม่แม้แต่จะชายตามองมีดเล่มนั้น นายตำรวจมือปราบวัยสี่สิบเศษผู้ผ่านคดีฆาตกรรมอำมหิตมาโชกโชน ขยับปีกหมวกแก๊ปสีเขียวเข้มเพื่อซ่อนแววตาที่กำลังประเมินสถานการณ์ เขากำลังใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือคลึงผิวโลหะเย็นเฉียบของไฟแช็กซิปโปะในกระเป๋าเสื้อ รอยแผลเป็นแนวยาวที่พาดผ่านสันจناกและมุมปากซ้ายของเขาเต้นตุบๆ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจ—มันเป็นสัญญาณเตือนภัยอัตโนมัติจากร่างกายทุกครั้งที่สัญชาตญาณดิบเริ่มส่งเสียงร้องเตือนว่า "อันตรายถึงชีวิต" "ผมไม่ได้มาเดินป่าเพื่อหาความตื่นเต้น ลุงพาน" กันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทุ้มต่ำ และหนักแน่นในที "เรามีหมายจับที่ออกโดยศาล และเรามีศพที่หายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอยถึงสี่ศพในรอบสามเดือน ถ้าเขตป่าต้องห้ามของลุงซ่อนฆาตกรไว้ ต่อให้มันจะเป็นผีสางเทวดาองค์ไหน ผมนี่แหละจะเป็นคนลากคอมันออกมาเข้ากระบวนการยุติธรรมเอง" ดร.รวิภา ซึ่งยืนกอดอกพิงลำต้นยางนาขนาดสามคนโอบอยู่ไม่ไกล หลุดเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเชิงเย้ยหยัน เธอปัดเศษใบไม้แห้งที่เกาะอยู่บนเสื้อแจ็คเก็ตสนามสีเขียวขี้ม้าออกอย่างไม่ใส่ใจนัก แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรง The Row มองตรงไปยังพรานเฒ่าด้วยความท้าทายเชิงวิชาการ "สารวัตรกันต์คะ... เอ๊ย ขออภัยครับสารวัตร" รวิภาชะงักไปนิดเมื่อเผลอใช้สรรพนามที่ไม่เข้าท่า แต่เธอก็แก้เกมได้อย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้มมุมปาก "บางครั้งกฎหมายมนุษย์ก็ไปไม่ถึงเขตอำนาจของความเชื่อโบราณนะคะ... เอ่อ ครับ สารวัตร" เธอเน้นเสียงคำว่า 'ครับ' หนักเป็นพิเศษเพื่อล้อเลียนความเคร่งครัดของนายตำรวจหนุ่ม พรานเฒ่าหันมามองนักมานุษยวิทยาหญิงด้วยหางตา แววตาของคนแก่ผ่านโลกสะท้อนความสมเพชเวทนาเจือความรังเกียจ "พวกคนเมือง... มักจะคิดว่าความรู้ในตำรากับปืนในมือจะเอาชนะทุกอย่างได้ นั่งห้องแอร์เย็นๆ จิบกาแฟแล้วขีดเส้นใต้แผนที่ว่าตรงนี้คือ 'เขตป่าต้องห้าม' แต่พวกคุณรู้ไหมว่า ทำไมไอ้เส้นประสีแดงบนแผนที่กระดาษไขราคาแพงของพวกคุณ ถึงไม่มีใครกล้าเดินข้ามมาในรอบห้าสิบปี?" พรานพานดึงแผนที่กระดาษเก่าคร่ำคร่าแผ่นหนึ่งออกจากย่ามผ้าดิบสะพายข้าง แล้วสะบัดมันออกด้วยมือเดียว รอยพับนับร้อยรอยทำให้แผนที่แผ่นนั้นแทบจะหลุดรุ่ยออกเป็นชิ้นๆ หมึกสีดำที่ใช้เขียนเส้นทางแสดงถึงพิกัดของ 'ถ้ำมรกตโบราณ' ถูกแต้มทับด้วยรอยเปื้อนสีคล้ำคล้ายคราบเลือดเก่าๆ ที่แห้งกรัง "เพราะป่านี้มันไม่ได้แค่ 'รก' หรือ 'ลึก' ครับ" พรานเฒ่าก้าวเข้าไปใกล้กันต์ ชี้ปลายนิ้วที่หยาบกร้านลงบนจุดกากบาทสีดำสนิทกลางแผนที่ "แต่ป่านี้มัน 'เลือกคนกิน' บรรพบุรุษของผมเคยบอกเอาไว้ว่า ใครก็ตามที่ลักลอบเข้ามาค้นหาขุมทรัพย์ทองคำของเจ้าพ่อพญาไพร จะต้องถูก 'ทวงคืน' ทีละส่วน... เริ่มจากสติสัมปชัญญะ ความทรงจำ แล้วสุดท้ายก็คือลมหายใจ" กันต์ก้มลงมองแผนที่แผ่นนั้น นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อวิเคราะห์ลายเส้นทางภูมิศาสตร์ เขาผ่านคดีฆาตกรรมอำพรางมานักต่อนัก รู้ดีว่ารอยเปื้อนสีคล้ำบนกระดาษแผ่นนั้นไม่ใช่เลือดมนุษย์ทั่วไป แต่มันคือยางไม้ชนิดหนึ่งที่มักใช้ในการอาถรรพ์สาปแช่งของพวกหมอผีเขมรต่ำ "นิทานหลอกเด็กเพื่อให้คนกลัวการบุกรุกป่าสงวนสินะครับ" กันต์เอ่ยเยาะ แต่ดวงตากลับไม่ยิ้มตาม "ผมเห็นคดีฆ่าหั่นศพมานับไม่ถ้วน ลุงพาน อาชญากรที่ฉลาดที่สุดก็มักจะสร้างเรื่องผีสางเทวดาขึ้นมาปกปิดความผิดของตัวเองทั้งนั้น" "ถ้ามันเป็นแค่เรื่องหลอกเด็ก... แล้วทำไมศิลาจารึกหลักนั้นถึงยังมีคราบเลือดสดๆ อยู่ล่ะครับ สารวัตร?" คำพูดของพรานเฒ่าทำให้ทั้งกันต์และรวิภาชะงัก รวิภาผละตัวออกจากต้นไม้ ก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้แผนที่ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความอยากรู้อยากเห็นในฐานะนักวิชาการ "ศิลาจารึกอะไร? ไหนลุงบอกว่ามีแค่เขตหินศิลาแลง?" รวิภาถาม น้ำเสียงเริ่มมีร่องรอยของความตื่นเต้นระคนความหวาดระแวง "ศิลาปักเขตแดนโบราณสมัยอาณาจักรขอมเร้นลับ" พรานพานเก็บแผนที่ใส่ย่ามอย่างรวดเร็วราวกับไม่อยากให้ใครจ้องมองมันนานเกินไป "ถ้าพวกคุณยังดึงดันจะเดินหน้าต่อผ่านพ้นแนวไม้ตะเคียนคู่โน้นไป ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน... พวกคุณจะได้ยินเสียง 'กลองกcาบ' ดังขึ้นมาจากความว่างเปล่า และเมื่อไหร่ก็ตามที่เสียงนั้นเริ่มตีรัวเป็นจังหวะสามช่า... จงจำคำเตือนของคนแก่คนนี้ไว้..." พรานเฒ่าเว้นจังหวะ โน้มใบหน้าเหี่ยวย่นเข้ามาใกล้หูของสารวัตรกันต์ จนได้กลิ่นอายสาบป่าและใบพลูเคี้ยวหมากโชะเข้าจมูก "...อย่าหันหลังกลับมามองเด็ดขาด แม้ว่าจะมีเสียงคนรักของคุณร้องเรียกชื่ออยู่ข้างหูคุณก็ตาม" สิ้นคำพูดนั้น พรานพานก็หันหลังคว้าปืนลูกซองยาวขึ้นพาดบ่า แล้วก้าวเดินลึกเข้าไปในราวป่าทึบอย่างไร้สุ้มเสียง ทิ้งให้กันต์และรวิภายืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงัดของแมกไม้ที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเทาเมื่อแสงอาทิตย์เริ่มถูกบดบังด้วยเรือนยอดไม้หนาแน่น รวิภากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอขยับแว่นตาเล็กน้อยเพื่อซ่อนความหวั่นไหว "คุณคิดว่าเขาขู่เราเล่นๆ หรือมีมูลความจริงบางอย่างคะ สารวัตร?" กันต์ไม่ตอบทันที เขาก้มลงหยิบกล้องส่องทางไกลความละเอียดสูงออกจากกระเป๋าเป้ ปรับโฟกัสส่องไปยังแนวป่าเบื้องหน้าที่พรานพานเพิ่งเดินหายลับตาไป ภาพที่ปรากฏผ่านเลนส์ขยายทำให้กล้ามเนื้อกรามของนายตำรวจหนุ่มเกร็งตัวขึ้นอย่างอัตโนมัติ ห่างออกไปราวสองร้อยเมตร บริเวณโคนต้นตะเคียนคู่ยักษ์ที่มีรากไม้แผ่ขยายรากงูยักษ์ มีร่างของใครบางคนกำลังยืนหันหลังให้อยู่... สภาพของร่างนั้นสวมชุดเครื่องแบบข้าราชการตำรวจป่าไม้เปื้อนโคลน แขนข้างหนึ่งห้อยรุ่งริ่งผิดรูป และที่สำคัญที่สุดคือ—บนบ่าของร่างนั้นไม่มีศีรษะ! กันต์ลดกล้องลงช้าๆ เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามไรผม แม้เขาจะไม่เชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ แต่สิ่งที่เห็นผ่านเลนส์เมื่อครู่ไม่ใช่ภาพหลอน และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ป้ายชื่อบนกระเป๋าเสื้อของร่างไร้หัวร่างนั้น ปรากฏตัวอักษรย่อที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี... มันคือชื่อของ "หมวดดนัย" ลูกน้องมือขวาของเขาเอง ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ในขณะที่สารวัตรกันต์กำลังจะเอ่ยปากเตือนรวิภานั้นเอง... *ตึง! ตึง! ตึง!* เสียงกลองโบราณดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหน้า ราวกับมันถูกตีมาจากใต้พื้นดินโดยตรง เสียงนั้นดังสะท้านสะเทือนจนแก้วหูอื้ออึง และก่อนที่สติของทั้งคู่จะได้ประมวลผล ร่างของพรานพานที่ควรจะเดินล่วงหน้าไปไกลแล้ว ก็พุ่งย้อนกลับมาด้วยความเร็วแสง พร้อมกับลำคอที่ถูกเฉือนด้วยคมมีดจนเลือดทะลักเป็นสาย พรานเฒ่าล้มฟุบลงแทบเท้าของกันต์ ดวงเบิกโพลงค้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างชักกระตุกสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไป และในวินาทีนั้นเอง... เสียงกระซิบแหบพร่าของผู้ชายคนหนึ่ง ก็ดังขึ้นแนบชิดติดใบหูขวาของสารวัตรกันต์อย่างแผ่วเบา *"สารวัตร... นายมาเร็วกว่าที่ฉันคิดไว้นะ..."* --- (โปรดติดตามตอนต่อไปครับ) *ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของ "เพชรตาเสือโบราณ" ครับ*
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาลาคนเศร้ากับเฒ่าพรานไพร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%