“ปล่อยมือจากไหล่ของข้าเสีย ราชันย์... ก่อนที่เจ้าจะไม่มีมือเหลือไว้ให้ใครกราบกรานอีก”
เสียงของศิลาดังกังวานท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดภายในห้องโถงกว้าง ทหารหลวงในชุดเกราะเหล็กกล้าก้าวเข้ามาล้อมวงช้าๆ ตามหมายจับที่ถืออยู่ในมือ แววตาของราชันย์ที่เคยฉายแววอ่อนโยนดั่งพี่ชายที่แสนดี บัดนี้กลับสั่นระริกด้วยความตระหนก เขามองดู ‘ศิลา’ ที่ยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง—ศิลาคนเดิมที่เขาเคยเหยียบย่ำจนตายไปแล้ว แต่ทว่าวันนี้ กลับกลายเป็นเขานั่นเองที่กำลังถูกเงื้อมมือมรณะบีบคอเข้าที่ลำคอโดยไม่รู้ตัว
“ศิลา... นี่เจ้าทำอะไรลงไป? เจ้าพาคนพวกนี้เข้ามาในวังเพื่ออะไร!” ราชันย์พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น แม้เหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มขมับ
ศิลาไม่ตอบ เขาเพียงแค่ปัดเศษฝุ่นบนไหล่เสื้อออกช้าๆ สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องไปที่เอกสารในมือหัวหน้าทหาร ก่อนจะจุดยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก “ไม่ได้พาเข้ามาเพื่อทำลาย แต่พาเข้ามาเพื่อ ‘ชำระบัญชี’ ต่างหากล่ะ”
ในเสี้ยววินาทีที่ราชันย์กำลังจะอ้าปากโต้ตอบ ประตูอีกฝั่งของห้องโถงก็ถูกผลักออกอย่างใจเย็น ร่างสูงโปร่งของ ‘ท่านดยุคอัศวิน’ ชายผู้เป็นขั้วอำนาจใหญ่ที่ฝ่ายราชันย์เพียรพยายามดึงมาร่วมพวก แต่ไม่เคยสำเร็จ ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นการคุกคามโดยสมบูรณ์
“ราชันย์ ดูเหมือนเจ้าจะลืมไปนะว่า การเป็นราชันย์ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะมีสิทธิ์เหนือความถูกต้อง” ดยุคอัศวินกล่าว เสียงของเขาทรงพลังและเย็นชา
ราชันย์หน้าซีดเผือด “ท่านดยุค... ท่านมาทำอะไรที่นี่? ท่านต้องอยู่ข้างข้าสิ!”
“ข้างเจ้า?” ดยุคหัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนจะเดินผ่านราชันย์ไปหยุดยืนเคียงข้างศิลา “ข้าไม่เคยอยู่ข้างใครที่เอาชีวิตเพื่อนสนิทมาเป็นบันไดเพื่อขึ้นสู่อำนาจ และที่สำคัญ... ข้าชอบแผนการของศิลามากกว่าวิธีสกปรกของเจ้า”
ศิลาเหลือบมองดยุคอัศวินด้วยสายตาที่ไม่มีใครอ่านออก ในใจของเขากำลังคำนวณหมากกระดานนี้อย่างละเอียด รินรดาที่ยืนแฝงตัวอยู่ในเงามืดของเสาต้นใหญ่คอยจับตาดูทุกการเคลื่อนไหว เธอส่งสัญญาณมือเล็กน้อยบอกศิลาว่า ‘ทุกอย่างพร้อมแล้ว’ การดึงตัวดยุคมาเป็นพวกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการวางแผนซ้อนแผนที่เขาใช้เวลาเตรียมการมานานนับเดือน
“ราชันย์ เจ้าคิดว่าทหารพวกนี้มาจับใคร?” ศิลาเอ่ยขึ้นพลางก้าวเข้ามาใกล้ราชันย์ที่กำลังพิงกำแพงจนมุม “เจ้าส่งหมายจับมาให้ข้า เพราะคิดว่าข้าคือคนทรยศ แต่เจ้าลืมอ่านตัวอักษรสีแดงที่ประทับตราประทับใต้หมายจับนี้หรือเปล่า? มันคือตราประทับของ ‘สภาขุนนางระดับสูง’ ที่มีเพียงดยุคอัศวินเท่านั้นที่เป็นผู้ถือครอง”
ราชันย์ก้มมองหมายจับในมือทหารด้วยความสั่นเทา ก่อนจะพบความจริงที่ทำเอาเขาสิ้นเรี่ยวแรง อักษรสีแดงที่ศิลาพูดถึงไม่ใช่การตั้งข้อหากบฏต่อศิลา แต่มันคือ ‘ใบสั่งจับกุมราชันย์ในข้อหาสังหารรัชทายาทและฉ้อโกงคลังหลวง’
“เจ้า... เจ้าเล่นงานข้าตั้งแต่เมื่อไหร่?” ราชันย์เค้นเสียงถาม
“ตั้งแต่วันที่เจ้าคิดว่าข้าตายไปแล้วนั่นแหละ” ศิลาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูราชันย์ “คนเรามักจะประมาทคนที่ตัวเองคิดว่ากำจัดไปได้แล้วเสมอ เจ้าพลาดตั้งแต่วันที่เจ้ามองไม่เห็นว่า ‘ความแค้น’ ของคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังนั้นน่ากลัวเพียงใด”
รินรดาเดินออกมาจากเงามืด เธอก้าวผ่านร่างทหารหลวงที่กำลังจะเข้าควบคุมตัวราชันย์ พร้อมกับหยิบม้วนกระดาษฉบับหนึ่งยื่นให้กับดยุคอัศวิน “หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลับของท่านราชันย์ที่ซื้อตัวทหารหน่วยลับเพื่อใช้ในการลอบสังหารขุนนางฝ่ายค้านค่ะท่านดยุค ทั้งหมดลงลายเซ็นด้วยตัวเขาเอง”
ดยุครับม้วนกระดาษมาเปิดอ่านด้วยแววตาที่เหี้ยมเกรียมขึ้นเป็นลำดับ “ราชันย์... ความทะเยอทะยานของเจ้ามันทำให้เจ้าดูโง่เขลาในสายตาข้าที่สุด”
ราชันย์หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขาสะบัดตัวออกจากทหารที่พยายามจะล็อกแขน “พวกเจ้าคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะได้บัลลังก์ไปครองหรือ? อย่าฝันไปหน่อยเลย! คนอย่างข้าไม่มีทางยอมให้ศิลา... ไอ้คนต่ำต้อยที่ข้าเคยชุบเลี้ยงมา ได้เสวยสุขบนกองเลือดของข้าหรอก!”
เขากระชากดาบสั้นที่ซ่อนอยู่ในผ้าคลุมออกมาหมายจะพุ่งเข้าใส่ศิลา แต่ทว่า...
ฉึก!
ไม่ใช่ดาบของราชันย์ที่ถึงตัวศิลา แต่เป็นคมดาบจากด้านหลังที่แทงทะลุหัวใจของราชันย์อย่างแม่นยำ เลือดสีแดงฉานกระเซ็นโดนใบหน้าของศิลาเพียงเล็กน้อย ราชันย์เบิกตากว้าง ความเจ็บปวดแล่นผ่านร่างจนเขาแทบล้มทั้งยืน เขามองย้อนกลับไปข้างหลังด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
คนที่ยืนถือดาบอยู่ด้านหลังเขา... คือคนสนิทที่เขาเชื่อใจที่สุดในวังหลวง
“ท...ท่าน... ทำไม?” ราชันย์กระอักเลือด
คนสนิทคนนั้นค่อยๆ ถอดหน้ากากที่สวมไว้ออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ‘องครักษ์เงา’ ที่ศิลาเคยช่วยเหลือชีวิตไว้ในอดีตชาติ และในตอนที่ราชันย์กำลังจะสิ้นใจ ร่างของหญิงสาวปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทอีกคนก็ปรากฏกายขึ้นบนระเบียงเหนือห้องโถง เธอปรายตามองเหตุการณ์ทั้งหมดก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ศิลาถึงกับชะงัก
“หมากตัวนี้ตายแล้วศิลา... แต่เจ้าลืมไปหรือเปล่าว่า ‘เจ้าของตัวจริง’ ของบัลลังก์นี้ ไม่เคยต้องการให้ราชันย์ตายด้วยวิธีง่ายๆ แบบนี้เลย”
ศิลาหันไปมองสตรีปริศนาที่เพิ่งก้าวออกมาจากเงามืด เธอผู้นั้นถอดฮู้ดคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้หัวใจของศิลาถึงกับหยุดเต้น... เพราะเธอคนนั้น คือผู้ที่ควรจะตายไปพร้อมกับรัชทายาทเมื่อสามปีก่อน
เงียบแต่ฟาดเรียบขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางครั้งนี้ไปพร้อมกันนะคะ
ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช•ตอนที่ 10
พันธมิตรที่ไม่คาดฝัน
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!