“รอยยิ้มของคุณดูเหมือนคนกำลังเห็นผีนะศิลา หรือว่า... เห็นคนที่ตายไปแล้วจริงๆ กันแน่?”
สุ้มเสียงนุ่มลึกบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของศิลา ร่างในชุดสูทสีเทาเข้มบนระเบียงนั้นไม่ได้ขยับเขยื้อน ทว่าสายตาที่มองลงมากลับคมกริบดุจใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง ศิลาไม่ได้ตอบโต้ในทันที เขาเพียงแต่ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของงานเลี้ยงการกุศลที่ดูเหมือนฉากหลังที่กำลังจะพังทลายลงมาทับเขาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำ แต่ใบหน้ากลับราบเรียบดั่งผิวน้ำที่ไร้กระแสลม นี่คือ 'รินรดา' ผู้หญิงที่เคยลั่นไกสังหารเขาในชาติที่แล้วด้วยรอยยิ้มแบบเดียวกันนี้ แต่วันนี้... เธอยังไม่ได้รับคำสั่งจากราชันย์ เธอยังเป็นเพียงหมากที่เดินผิดกระดานในมือของคนอื่น
“คนตายแล้วย่อมไม่มีวันฟื้นหรอกครับ... เอ้อ ขอประทานโทษที ผมหมายถึง คุณคงจำคนผิดแล้ว” ศิลาปรับน้ำเสียงให้ดูประหม่าตามบทบาทที่เขาวางไว้ สายตาเหลือบมองราชันย์ที่กำลังก้าวเดินเข้ามาสมทบจากด้านหลังด้วยท่าทีสง่างามราวกับเทพบุตรผู้ใจบุญ
รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เธอหมุนแก้วไวน์ในมือเบาๆ ก่อนจะก้าวลงจากบันไดวนอย่างแช่มช้า ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อที่จับจ้องมา “จำคนผิดงั้นหรือคะ? แต่แววตาที่คุณใช้มองฉันเมื่อครู่ มันไม่ใช่แววตาของคนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกเลยนะ”
“ดูเหมือนคุณศิลาจะทำให้รินทร์เขาสงสัยเข้าให้แล้วนะครับ” ราชันย์เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอบอุ่น หากแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เขาเอื้อมมือมาแตะไหล่ของศิลาเบาๆ แรงบีบที่ส่งผ่านเนื้อผ้านั้นหนักหน่วงและแฝงคำเตือน ‘อย่าเล่นตลก’
ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขา “ผมแค่รู้สึกว่าคุณรินรดามีบางอย่างที่... คุ้นเคย เหมือนคนที่ผมเคยรู้จักในฝันร้ายน่ะครับ”
คำพูดนั้นทำให้รินรดาชะงัก รอยยิ้มที่มุมปากของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันไม่ใช่ความอาฆาต แต่เป็นความประหลาดใจ ความฉลาดระดับอัจฉริยะของเธอกำลังประมวลผลคำพูดของศิลาอย่างบ้าคลั่ง ศิลาได้แต่ภาวนาให้ความจำของเธอในชาตินี้ยังไม่ตื่นขึ้นมา หากเธอจำเรื่องราวในชาติที่แล้วได้ก่อนที่เขาจะชิงตัวเธอมาเป็นพวก โลกทั้งใบที่เขาวางแผนสร้างขึ้นใหม่ได้พังทลายลงแน่ๆ
“ฝันร้ายหรือคะ? แปลกจัง...” รินรดาขยับเข้าไปใกล้ศิลาจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเธอ “เพราะในฝันของฉัน มักจะมีคนประเภทเดียวกับคุณ... คนที่รู้อยู่เต็มอกว่าใครกำลังจะทรยศใคร แต่กลับเลือกที่จะนิ่งเฉยเพื่อรอจังหวะเสียบมีดเข้ากลางหลัง”
บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงถนัดตา ราชันย์หรี่ตาลง มองคนทั้งสองสลับกันด้วยความสงสัย รินรดากำลังเล่นเกมอะไร? หรือเธอรู้เห็นอะไรบางอย่างที่เขาไม่รู้?
“คุณพูดอะไรน่ะรินทร์?” ราชันย์ถามพลางยิ้ม แต่ในแววตาปราศจากความขบขัน
“เปล่าหรอกค่ะท่านราชันย์ แค่รู้สึกว่าคุณศิลาอาจจะเป็นคนน่าสนใจกว่าที่เราประเมินไว้แต่แรก” เธอหันไปหาศิลาอีกครั้ง ก่อนจะหยิบนามบัตรสีดำใบเล็กออกมาจากกระเป๋าถือ แล้วยัดลงในมือของเขา “ถ้าคุณอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงฝันเห็นคนอย่างฉันบ่อยนัก พรุ่งนี้เวลาเที่ยงตรง... ที่เดิม ที่ที่คุณเคยเสียทุกอย่างไป”
ศิลารู้สึกถึงความเย็นวาบที่แล่นผ่านสันหลัง 'ที่เดิม' ที่เธอพูดถึง ไม่ใช่ที่ไหนไกล แต่มันคือโกดังเก่าริมน้ำที่เขาเคยถูกฆ่าทิ้งในชาติที่แล้ว!
“ผมคงไม่สะดวก...”
“ถ้าไม่อยากให้ฉันเอาความลับเรื่อง 'บัญชีลับในสวิตเซอร์แลนด์' ไปบอกท่านราชันย์ก่อนเวลาอันควร ก็อย่ามาสายนะคะ” เธอทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงกระซิบที่ได้ยินกันเพียงสองคน ก่อนจะเดินผ่านเขาไป ทิ้งให้ศิลายืนแข็งค้างอยู่กับที่
ราชันย์มองตามแผ่นหลังของรินรดาไปก่อนจะหันมามองศิลาอีกครั้ง “เธอดูถูกตาคุณมากเลยนะศิลา ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนที่จะคบหาด้วยง่ายๆ”
ศิลาปั้นหน้ายิ้มพลางกำนามบัตรในมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ “ขอบคุณสำหรับคำเตือนครับคุณราชันย์ ผมจะระวังตัวให้ดีที่สุด”
เขามองตามร่างเพรียวบางของรินรดาที่เดินลับสายตาไปสู่ห้องทำงานลับหลังม่านกำมะหยี่ ความตึงเครียดในวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนการที่ใหญ่กว่า รินรดาไม่ได้แค่จำเขาได้ แต่เธอกำลังเสนอตัวเป็น 'ผู้ร่วมขบวนการ' ในแบบที่เขาคาดไม่ถึง
เมื่อถึงห้องพักในคืนนั้น ศิลาโยนนามบัตรสีดำลงบนโต๊ะไม้ แสงไฟสลัวสะท้อนให้เห็นข้อความที่พิมพ์ด้วยหมึกสะท้อนแสงที่เพิ่งปรากฏขึ้นเมื่อโดนความร้อนจากมือของเขา: *‘ฉันไม่ได้มาเพื่อฆ่าคุณ แต่มาเพื่อขุดหลุมศพให้คนที่เคยสั่งให้ฉันฆ่าคุณ... พรุ่งนี้เรามาดูกันว่าใครจะฝังใครก่อน’*
ศิลาหยิบปืนพกกระบอกเล็กขึ้นมาตรวจเช็คกระสุน ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่สั่งสมมานาน นี่ไม่ใช่การพบปะพันธมิตรธรรมดา แต่คือการเข้าสู่ใจกลางพายุที่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่าง หากเขาพลาดเพียงนิดเดียว ชีวิตที่ได้รับโอกาสมาแก้ไขนี้จะเป็นเพียงแค่การย้อนกลับไปพบจุดจบเดิมๆ
เขาเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสีที่ดูเหมือนจะสวยงาม แต่แท้จริงแล้วมันคือบ่วงโซ่ที่พันธนาการทุกคนไว้ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ที่ตัดสินชะตากรรมของทุกชีวิต
ทว่าในขณะที่เขากำลังจะปิดม่าน เสียงเคาะประตูห้องพักก็ดังขึ้นเบาๆ สามครั้งตามจังหวะสัญญาณที่เขาไม่ได้ตั้งไว้แต่แรก ศิลาชักปืนออกมาทันทีแล้วเล็งไปที่ประตูด้วยความระมัดระวัง เขาเดินไปแอบข้างกรอบประตูแล้วค่อยๆ แง้มสายตาดูผ่านช่องตาแมว
ใบหน้าของคนที่ยืนอยู่หน้าห้องทำให้เขาแทบหยุดหายใจ มันไม่ใช่รินรดา แต่เป็น 'ราชันย์' ที่กำลังยืนยิ้มกว้างโดยที่มือถือซองเอกสารสีน้ำตาลไว้ในมือ
“ศิลา... นายลืมของสำคัญไว้ที่งานเลี้ยงหรือเปล่า?” ราชันย์ถามด้วยน้ำเสียงที่รื่นเริงผิดปกติ “เอกสารที่นายพยายามปกปิดมันด้วยชีวิต... ตอนนี้มันมาอยู่ในมือของฉันแล้วนะ”
ศิลาเบิกตากว้าง แผนการทั้งหมดของเขา... พังทลายลงในพริบตาเดียว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมของศิลามาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช•ตอนที่ 5
ร่องรอยของรินรดา
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนรอยเลือด: แผนพิฆาตทวงคืนบัลลังก์ทรราช นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!