เสียงปรบมือระรัวในห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางมหานครดังก้องราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยจากขุมนรก แสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าคريสตัลสาดส่องลงมากระทบกับใบหน้าซีดเผือดของหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้าไมโครโฟน
กลิ่นอายของความพินาศคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นแชมเปญราคาแพงและน้ำหอมแบรนด์เนมราคาเหยียบหมื่น
"ในฐานะประธานมูลนิธิการกุศลแห่งนี้ ดิฉันรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งค่ะ ที่ต้องประกาศให้ทุกท่านทราบว่า... ยอดเงินบริจาคกว่าสิบล้านบาทที่ควรจะถูกส่งต่อไปยังเด็กกำพร้า กลับหาย
ลบเลือนไปอย่างไร้ร่องรอยในบัญชีส่วนตัวของ... คุณลินดา"
เสียงของรินรดาหวานหยดย้อยราวกับอาบยาพิษ หล่อนยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนเวทีในชุดราตรีสีขาวบริสุทธิ์ราวกับนางฟ้าที่ลงมาโปรดโลกหล้า ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววความสะใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้คราบน้ำตาแห่งความปลอมเปลือก หล่อนจงใจทิ้งจังหวะให้ผู้คนในงานนับร้อยชีวิตได้ส่งเสียงฮือฮาและซุบซิบ
"นั่นสิคะ... ไม่คิดเลยว่าคุณหนูลินดาที่ดูสูงส่ง จะทำเรื่องต่ำช้าแบบนี้ได้ลงคอ"
"เงินการกุศลเธอก็ยังกล้าโกง หน้าเลือดจริงๆ สมแล้วที่ตระกูลกำลังจะล้มละลาย!"
"ขับไล่เธอออกไปจากสังคมไฮโซเดี๋ยวนี้ค่ะ!"
เสียงวิจารณ์ดังระงมราวกับฝูงผึ้งแตกฮือ ทุกสายตากวาดมองมาที่ "ลินดา" ด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ร่างบางในชุดราตรีสีแดงเพลิงยืนนิ่งสนิท มือเรียวที่กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนรู้สึกเจ็บแปลบ
แต่ทว่า... ลินดาคนเดิมที่อ่อนแอและเอาแต่ร้องไห้ได้ตายไปแล้วค่ะ
เปลือกตาที่เคยบวมช้ำจากการคร่ำครวญค่อยๆ ลืมขึ้น เผยให้เห็นนัยน์ตาคู่คมกริบที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและความทรงจำอันมหาศาลจากชาติภพก่อนที่ไหลทะลักเข้ามาในหัวจนแทบระเบิด
*ให้ตายเถอะ... ฉันทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนางร้ายในนิยายน้ำเน่าที่กำลังจะเดินเข้าสู่จุดจบอันอนาถ แถมยังถูกพวกสมองกลวงจัดฉากใส่ร้ายป้ายสีงั้นเหรอ?*
ลินดากวาดสายตามองไปรอบห้อง รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว บรรยากาศรอบตัวเธอกลับเปลี่ยนจากความตื่นตระหนกกลายเป็นความกดดันจนผู้คนที่อยู่ใกล้ถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง
รินรดาเห็นท่าทีที่แปลกไปของอีกฝ่าย ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่วางใจ แต่ก็ยังคงตีหน้าเศร้าเอ่ยปากพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "พี่ลินดาคะ... ถ้ารับสารภาพตอนนี้ ทางเราอาจจะยังพอไกล่เกลี่ยให้ได้นะคะ อย่าดื้อดึงอีกเลยค่ะ มันน่าเกลียด..."
"น่าเกลียดงั้นเหรอ?"
น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังดังลอดผ่านไมโครโฟนตัดเสียงวิจารณ์ทั้งปวงในห้องให้เงียบกริบลงทันที ลินดาก้าวเท้าขึ้นบันไดเวทีทีละก้าวอย่างสง่างาม ท่วงท่าราวนางพญาหงส์ที่กำลังกางปีก ขາเรียวยาวใต้ชุดผ่าสูงก้าวเดินด้วยความมั่นใจจนรินรดาต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว
"เธอเอาเอาหลักฐานอะไรมาพูดว่าฉันโกงเงิน ยัยตัวปลอม" ลินดาหยุดยืนตรงหน้าศัตรูตัวฉกาจ ใบหน้าห่างกันเพียงคืบ รังรดาผงะถอยหลังด้วยความตกใจเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ราวกับจะมองทะลุเปลือกปลอมๆ ของหล่อนได้
"ะ...หลักฐานก็อยู่ในจอโปรเจกต์เตอร์ข้างหลังไงคะ!" รินรดาเสียงสั่น รีบชี้มือไปที่จอภาพขนาดใหญ่ที่แสดงเส้นทางการเงินปลอมๆ ซึ่งถูกตัดต่อขึ้นมาอย่างหยาบคาย
ลินดาเหลือบมองหน้าจอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความดูแคลน ทำเอารินรดารู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
"หลักฐานเด็กอมมือแบบนี้ เธอใช้สมองส่วนไหนคิดว่ามันจะมัดตัวฉันได้? หรือว่าเซลล์สมองของเธอมีน้อยเกินกว่าจะแยกแยะของจริงกับของปลอมออกกันแน่ รินรดา"
"นี่เธอกล้าดียังไงมาว่าฉัน!" รินรดาหน้าเสีย หลุดมาดนางฟ้าใสซื่อไปชั่วขณะ
"ฉันจะกล้ามากกว่านี้แน่ ถ้าเธอได้เห็นสิ่งที่ฉันกำลังจะทำต่อไปนี้"
ลินดาหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมา นิ้วเรียวกดทัชสกรีนเพียงไม่กี่ครั้ง เสียงแจ้งเตือนจากระบบปฏิบัติการลับที่เพิ่งเชื่อมต่อกับบัญชีทั่วโลกก็ดังขึ้น
*ติ๊ง!*
หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ยักษ์กลางงานฉายภาพสะท้อนขึ้นมาทันที ไม่ใช่บัญชีปลอมๆ ของรินรดา แต่เป็นเส้นทางการเงินแท้จริงที่มีการโอนเงินเข้าออกจากบัญชีมูลนิธิโดยมีชื่อผู้รับประโยชน์ตัวจริงเสียงจริง... คือบริษัทในเครือของตระกูลรินรดาเอง!
ทั้งห้องจัดเลี้ยงตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ช็อกจนอ้าปากค้างกันถ้วนหน้า หลักฐานมัดตัวแน่นหนaจนรินรดาล้มลงไปกองกับพื้น หน้าซีดเผือกราวกับกระดาษ
"สิบ миллион ที่หายไป... อยู่ในบัญชีแม่ของเธอนี่เองสินะคะ คุณหนูแสนดี" ลินดาก้มตัวลงกระซิบข้างหูอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นจนรินรดากรีดร้องออกมาด้วยความสติแตก
แต่ก่อนที่ความวุ่นวายจะถึงขีดสุด เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มก้องกังวานมาจากด้านบนหลังคาอาคาร แรงลมมหาศาลพัดผ่านกระจกใสบานยักษ์จนทุกคนต้องยกมือขึ้นบังหน้า
ประตูห้องจัดเลี้ยงถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูป ท่าทางทรงอำนาจและใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรแต่นัยน์ตากลับเย็นชาดุจน้ำแข็ง "ธันวา" ประธานอาณาจักรเทคโนโลยีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างลินดาอย่างอารักขา
ชายหนุ่มปรายตามองฝูงชนที่กำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะยื่นบัตรเครดิตสีดำสนิทขอบทองคำแท้ (Black Card) ที่ไร้ขีดจำกัดวงเงินให้กับหญิงสาว พร้อมกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ได้ยินกันแค่สองคน
"ภรรยาครับ... อยากละลายทรัพย์บริษัทไหนเล่นก่อนดี หนี้สิบล้านนี้ เดี๋ยวผมเหมาซื้อกิจการพวกมันมาให้คุณกวาดล้างทีเดียวนะครับ"
ลินดารับบัตรมาถือไว้ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอย่างพึงพอใจ เธอกดแตะบัตรลงบนเครื่องรูดเงินอัตโนมัติที่พนักงานนำมาด้วยความตกใจ เสียงสัญญาณอนุมัติการใช้เงินจำนวนมหาศาลดังขึ้นก้องห้องจัดเลี้ยง...
**[ยอดเงินคงเหลือในบัญชี: ∞ (ไม่จำกัดวงเงิน)]**
ชาเขียวแก้วร้ายขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิบชาแซ่บๆ ด้วยกันในตอนนี้นะคะ
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าพวกไร้สมอง•ตอนที่ 1
ฟื้นตื่นในร่างที่กำลังจะสิ้นชีพ
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าพวกไร้สมอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!