เสียงกระทบกันของมีดเงินและจานกระเบื้องเคลือบราคาแพงดังกังวานเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันเสียจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของไวน์แดงวินเทจราคาหลักแสนลอยอบอวลปะปนกับบรรยากาศอันตึงเครียดในห้องอาหารส่วน V.V.I.P. ของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวแห่งนี้
ลินดากวาดสายตามองหญิงสาวผู้สวมชุดเดรสผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ราวกับนางฟ้าจำแลงตรงหน้า รินรดากำลังแสดงละครฉากใหญ่อย่างแนบเนียน ดวงตากลมโตคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความน่าสงสาร มือเรียวบางสั่นระริกขณะวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ
"ลินดาคะ... ฉันรู้ว่าคุณโกรธฉันเรื่องในอดีต แต่ธันวาเขาก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกเส้นทางชีวิตของเขานะคะ การที่คุณเอาแต่ใจตัวเองและพยายามใช้เงินซื้อทุกอย่างแบบนี้ มันไม่ได้ทำให้คุณดูสูงส่งขึ้นมาเลยค่ะ"
รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น่าเวทนา จนผู้ชายที่นั่งอยู่หัวโต๊ะอย่างธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบายใจ
ธันวาปรายตามองคู่หมั้นเก่าด้วยแววตาซับซ้อน เขารู้จักผู้หญิงคนนี้ดีว่าภายใต้หน้ากากใสซื่อนั้นซ่อนความทะเยอทะยานเอาไว้มากแค่ไหน แต่เขาก็ยังเลือกที่จะนั่งเงียบเพื่อรอดูว่า "ภรรยา" ที่ร่วมหัวจมท้ายและผ่านคืนวันอันยากลำบากมาด้วยกันอย่างลินดา จะจัดการกับละครฉากนี้อย่างไร
ลินดาไม่แม้แต่จะชายตามองหยดน้ำตาปลอม ๆ นั้น รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน เธอวางช้อนส้อมลงบนจานเสียงดังเคร้งจนรินรดากระตุกสะดุ้ง
"ใช้เงินซื้อทุกอย่างเหรอคะ?" ลินดาทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนบรรยากาศในห้องดิ่งลงเหวในพริบตา เธอยืดตัวขึ้นหลังตรง สง่างามและเย่อหยิ่งราวกับพญาหงส์ "รินรดาคะ... คำว่า 'ใช้เงินซื้อ' เนี่ย มันต้องเป็นกรณีที่คนไม่มีปัญญาหาเองแล้วต้องไปแย่งของคนอื่นมาต่างหากค่ะ ซึ่ง... ดูจากกระเป๋าแบรนด์เนมรุ่น Limited Edition ที่คุณสะพายอยู่บนเก้าอี้นั่น หรือแม้กระทั่งค่าห้องอาหารวีไอพีคืนนี้ที่คุณเป็นคนโทรมา 'จอง' โดยอ้างชื่อบริษัทของธันวา... ฉันว่าคนที่พยายามจะใช้เงินซื้อความสุขจอมปลอม มันคือคุณต่างหากนะคะ"
ใบหน้าที่เคยพยายามปั้นแต่งให้ดูน่าสงสารของรินรดาเผือดสีลงในเสี้ยววินาที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจที่ความลับถูกเปิดโปงต่อหน้าประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล
"ฉ... ฉันไม่ได้ทำนะคะ ธันวาคะ อย่าไปฟังเธอนะคะ ลินดาเธอก็แค่..." รินรดาหันไปซบแขนแกร่งของธันวา พร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนสุดชีวิต
ธันวาดึงแขนออกอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด เขายังคงจ้องมองภรรยาของตนด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ—ประกายแห่งความภาคภูมิใจและขบขันระคนกัน ชายหนุ่มยกไวน์ขึ้นจิบเบา ๆ โดยไม่เอ่ยปากปกป้องรินรดารักแรก(จอมปลอม)แม้แต่คำเดียว
"ไม่ต้องเหนื่อยแสดงหรอกค่ะ รินรดา" ลินดาหัวנסเราะในลำคอเบา ๆ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ "เพราะต่อให้เธอจะพยายามเอาตัวเข้าแลกมากแค่ไหน สุดท้ายแล้ว... พื้นที่ข้างกายของธันวาก็มีไว้สำหรับคนที่ร่วมสร้างมันขึ้นมาจากศูนย์ ไม่ใช่กาฝากที่คอยเกาะกินความสำเร็จของคนอื่นไปวัน ๆ"
"ลินดา! คุณมันใจร้าย!" รินรดาหมดความอดทน หน้ากากนางฟ้าหลุดร่อนเผยให้เห็นความเกรี้ยวกราดที่ถูกเก็บกดไว้ "คิดว่ารวยมาจากไหนกันนักหนา! ก็แค่คุณหนูตกอับที่เคยถูกเนรเทศไม่ใช่หรือไง!"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่ามันเป็นความเงียบก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ ลินดาไม่ได้โกรธ เธอเพียงแต่ยกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างเหนือกว่าอย่างใจเย็น
ลินดาค่อย ๆ หยิบกระเป๋าหนังจระเข้สีดำสนิทใบหรูขึ้นมา ก่อนจะหยิบการ์ดสีดำขลิบทองอร่ามไร้วงเงินที่ปล่อยวงเงินมหาศาลระดับที่สามารถซื้อตึกทั้งแถบนี้ได้ในพริบตาออกมาวางลงกลางโต๊ะอาหาร เสียงโลหะกระทบกระจกโต๊ะใสเบา ๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในความรู้สึกของทุกคน
"ก็รวยพอที่จะซื้อตึกทั้งโรงแรมนี้... แล้วไล่คุณออกไปให้พ้นหน้าในสามวินาทีนี้ยังไงล่ะคะ"
รินรดากรีดร้องในใจ หน้าซีดเผือดจนแทบเป็นลมเมื่อเห็นโลโก้ธนาคารระดับโลกบนบัตรใบนั้น ขณะที่ธันวากลับส่งเสียงหัวเราะทุ้มนุ่มในลำคอด้วยความถูกใจ เขายื่นมือหนาออกไปกุมมือเรียวของภรรยาไว้แน่น พร้อมกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน
"ดูเหมือนว่าผมคงต้องรีบโอนหุ้นทั้งหมดเข้าบัญชีคุณซะแล้วล่ะครับ ที่รัก... ไม่อย่างนั้นผมอาจจะกลายเป็นสามีที่เกาะภรรยาเศรษฐินีรวยที่สุดในประเทศกินจริงๆ เสียแล้ว"
ลินดาปรายตามองสามีด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะของรินรดาจะดังขึ้นอย่างกะทันหัน... หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนคำสั่งไล่ออกที่ถูกส่งตรงถึงมือรินรดาทันที
รินรดานั่งตัวชาทำอะไรไม่ถูก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสิ้นหวังสุดขีดเมื่อหันมามองภาพความหวานชื่นและทรงอำนาจตรงหน้า
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะจบลงด้วยชัยชนะอันงดงามของลินดานั้นเอง เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าด้านหลังห้องอาหารก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ พร้อมกับร่างสูงสง่าของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด—ชายชราผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งตระกูลใหญ่ที่ลินดาเคยถูกเนรเทศออกมา ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบและประโยคที่ทำให้เลือดในกายของทุกคนเย็นเฉียบ
"เก่งมาก... หลานสาวตัวแสบ แต่เธอกำลังลืมไปว่า... สมบัติทั้งหมดที่เธอใช้อย่างสบายใจตอนนี้ มันยังไม่ได้เป็นของเธออย่าง 100%!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางตบหน้าพวกอวดดีไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าพวกไร้สมอง•ตอนที่ 18
มื้อค่ำท่ามกลางความตึงเครียด
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าพวกไร้สมอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!