"เศษกระดาษพวกนี้ เอาไปจุดไฟเผาไล่ยุงในสวนหลังบ้านยังเสียดายค่าหมึกเลยค่ะคุณรินรดา"
เสียงหัวเราะเบาๆ ที่เจือความเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ ประธานกรรมการบริหารตระกูลดังถึงกับหน้าถอดสี เมื่อเอกสารข้อเสนอร่วมทุนที่พวกเขาอุตส่าห์ร่างขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ถูกผลักกลับมาด้วยปลายนิ้วเรียวบางที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตจนแสงไฟสะท้อนบาดตา
ลินดาในชุดสูทเข้ารูปสีเอิร์ธโทนตัดเย็บอย่างประณีต เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังนั่งจิบชาชมวิวในคฤหาสน์ส่วนตัว ไม่ใช่กำลังเผชิญหน้ากับเหล่าผู้บริหารหน้าเลือดที่พยายามบีบคั้นเธอให้จนมุม รินรดาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่มักใช้เรียกคะแนนความน่าสงสารจากคนรอบข้างบิดเบี้ยวไปชั่วขณะเมื่อเจอสายตาคมกริบที่มองทะลุเปลือกนอกจอมปลอมนั้น
"ลินดา... เธออย่าเล่นตัวนักเลยนะสภาพของเธอตอนนี้ ใครๆ ก็รู้ว่าบริษัทตระกูลเก่าของเธอแทบจะละลายหายไปกับกองหนี้สินแล้ว การที่พวกเราเมตตาเสนอทางเลือกนี้ให้ ถือว่าเธอควรจะก้มกราบขอบคุณด้วยซ้ำ!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาภาพลักษณ์กุลสตรีผู้ใจบุญแต่แววตากลับลุกโชนด้วยความริษยา
"เมตตาหรือคะ?" ลินดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มอย่างน่าหมั่นไส้ เธอยกเรียวขาขึ้นไขว่ห้างอย่างสง่างาม "คำนี้เก็บไว้ใช้กับขอทานข้างถนนเถอะค่ะ เพราะถ้าพูดถึงเรื่องเงินสดในบัญชีตอนนี้ เกรงว่าบริษัทของคุณรินรดาเอาไปรวมกันทั้งเครือ ก็ยังซื้อกระเป๋าถือที่ฉันวางไว้บนเก้าอี้ไม่ได้เลยมั้งคะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมทันที เหล่าบอร์ดบริหารกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่มีใครกล้าเถียง เพราะพวกเขารู้ดีว่าข่าวลือเรื่องลินดาถังแตกนั้นเป็นเพียงภาพลวงตาที่ใครบางคนสร้างขึ้น แต่ความจริงคือ หญิงสาวตรงหน้าเพิ่งกว้านซื้อหุ้นในเครือของพวกเขาไปกว่าสี่สิบเปอร์เซ็นต์ด้วยเงินสดเย็นเฉียบในเวลาไม่ถึงสัปดาห์!
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ก่อนที่เลขาหน้าห้องจะก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือถือซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะยื่นให้ด้วยความนอบน้อม
"คุณลินดาคะ... มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงคุณค่ะ ผู้ส่งระบุว่าเป็น... ท่านประธานธันวาค่ะ"
ชื่อนี้ทำให้รินรดาถึงกับสะดุ้งเฮือก ธันวา นักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุค ผู้กุมบังเหียนอาณาจักรเทคโนโลยีมูลค่าหลายแสนล้าน ชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยชายตาแลผู้หญิงคนไหน รินรดาเคยพยายามเข้าหาเขาแทบตายแต่กลับถูกเมินเฉยอย่างไร้เยื่อใย เหตุใดเขาจึงส่งพัสดุด่วนมาให้ผู้หญิงที่เธอกำลังเหยียบย่ำล่ะ?
ลินดารับซองเอกสารมาด้วยท่าทีเรียบเฉย เธอบรรจงเปิดออกอย่างไม่รีบร้อน สายตากวาดมองข้อความสั้นๆ บนกระดาษหัวจดหมายหรูหราที่มีลายเซ็นคุ้นตา ก่อนที่มุมปากอิ่มจะคลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างมีความสุข รอยยิ้มที่ทำให้รินรดารู้สึกหนสันหลังวาบราวกับมีลานประหารมาจ่ออยู่ตรงหน้า
"มีอะไรหรือคะลินดา หรือว่าทางนั้นจะปฏิเสธการช่วยเหลือคุณ จนเธอต้องจนมุมแล้วจริงๆ?" รินรดาแกล้งทำเป็นไต่ถามด้วยความห่วงใยจอมปลอม หวังจะดึงหน้าคืนจากความพ่ายแพ้เมื่อครู่
ลินดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอวางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะกระจกใสให้ทุกคนได้เห็นลายลักษณ์อักษรชัดๆ
"เปล่าเลยค่ะ... ธันวาเขาแค่บอกว่า รำคาญเสียงเห่าหอนของพวกสุนัขข้างถนนแถวนี้ เลยโอนกรรมสิทธิ์คฤหาสน์หรูริมทะเลสาบโซนเหนือมาให้ฉันใช้เป็น 'สำนักงานชั่วคราว' ในนามของพันธมิตรทางธุรกิจเสียหน่อยน่ะค่ะ"
"ว่ายังไงนะ! คฤหาสน์โซนเหนือหลังนั้น... ที่ประมูลกันไปในราคาแปดหลักปลายๆ นั่นน่ะเหรอ!" หนึ่งในบอร์ดบริหารอุทานออกมาด้วยความตกใจจนแทบสำลักน้ำลายตัวเอง ที่ดินโซนนั้นขึ้นชื่อว่ามีแต่เศรษฐีระดับท็อปของประเทศเท่านั้นที่ครอบครองได้ การที่ใครสักคนยกให้คนอื่นง่ายๆ ในฐานะ 'สำนักงานชั่วคราว' มันบ้าคลั่งเกินไปแล้ว!
รินรดาหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก เธอพยายามปฏิเสธความจริงที่อยู่ตรงหน้า "โกหก! มันเป็นไปไม่ได้! เธอเอาเงินที่ไหนไปซื้อ... หรือว่าเธอกล้าเอาตัวเข้าแลกกับท่านประธานธันวา!"
"ระวังปากหน่อยนะคะคุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากทางประرفทางเข้าห้องประชุมที่เปิดออกอย่างไร้สัญญาณเตือน ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาด้วยอوراอันน่าเกรงขرام ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองผู้คนในห้องด้วยความเย็นชา ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ที่หญิงสาวเพียงคนเดียวในห้อง
ธันวาเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างลินดาอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ มือหนาวางลงบนพนักเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ราวกับเป็นการประกาศอาณาเขตอย่างชัดเจน เขากวาดสายตามองรินรดาที่ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ
"ภรรยาของผม... ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเข้าแลกกับอะไรทั้งสิ้นครับ เพราะทรัพย์สินทั้งหมดของผม ก็คือของเธออยู่แล้ว และถ้าพวกคุณยังกล้าใช้คำพูดต่ำๆ ดูถูกเธออีกแม้แต่คำเดียว ผมคงต้องทบทวนสัญญาภาษีและการลงทุนทั้งหมดที่บริษัทของพวกคุณกำลังพึ่งพาอยู่... ว่าควรจะยกเลิกมันภายในห้าวินาทีนี้เลยดีไหม"
ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วห้อง รินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก โลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า ภาพของลินดาที่เคยเป็นเพียงคุณหนูตกอับ ถูกแทนที่ด้วยราชินีผู้กุมอำนาจเงินตราและหัวใจของชายที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศอย่างสมบูรณ์แบบ
ลินดาเงยหน้าขึ้นสบตากับธันวา รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว เธอยื่นมือไปรับกุญแจดอกทองที่สลักชื่อคฤหาสน์หรูจากมือเขา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าที่ดังขึ้นติดต่อกันไม่ขาดสาย—ยอดเงินฝากเข้าบัญชีหลักหมื่นล้านถูกโอนเข้ามาเพิ่มเติมเพื่อเป็น 'ค่าขนม' ตามคำสั่งของประธานหนุ่มผู้คลั่งรัก
เธอกวาดตามองหน้าทุกคนที่เคยเหยียดหยามเธอครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยแววตาสสมเพช ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประสานสายตากับรินรดาที่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างไร้เรี่ยวแรง
"ขอบคุณสำหรับมื้อประชุมที่แสนน่าเบื่อนะคะทุกคน... แต่พอดีฉันต้องรีบไปตรวจความเรียบร้อยของคฤหาสน์หลังใหม่ ที่สามีเพิ่งโอนให้เป็นของขวัญวันนี้น่ะค่ะ"
ลินดาคล้องแขนธันวาเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างสง่างาม ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบด้วยความหวาดกลัวและอิจฉาริษยาที่ไล่หลังมา
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ประตูกำลังจะปิดลง รอยยิ้มบนใบหน้าของธันวากลับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มลึกลับที่ไม่มีใครทันสังเกต เขากระซิบเบาๆ ข้างหูของลินดาด้วยประโยคที่ทำให้ฝ่ามือของเธอนิ่งค้างไปชั่วขณะ
*"คฤหาสน์หลังนั้น... มีห้องใต้ดินลับที่แม้แต่ผมก็ยังไม่เคยเปิดเข้าไป... และดูเหมือนว่าระบบเพิ่งจะตรวจพบ 'บางสิ่ง' ที่ถูกซ่อนไว้โดยตระกูลเก่าของคุณเมื่อยี่สิบปีก่อนเข้าแล้วล่ะครับ"*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางตบหน้าพวกอวดดีไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าพวกไร้สมอง•ตอนที่ 21
ของขวัญที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยแซงหน้าพวกไร้สมอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!