พื้นถ้ำใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนเบาๆ ราวกับมีบางสิ่งที่หลับใหลมานานนับร้อยปี กำลังค่อยๆ ขยับตัวลืมตาตื่นขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง!
เศษหินขนาดเท่ากำปั้นร่วงหล่นกราวลงมาจากเพดานถ้ำ ฝุ่นผงคละคลุ้งจนมองแทบไม่เห็นทางเบื้องหน้า เสียงคำรามต่ำทึบดังก้องสะท้อนไปมาในโสตประสาท บ่งบอกว่าเวลาแห่งความปลอดภัยได้หมดลงแล้ว รันกวาดสายตามองรอบตัวอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลคำนวณทางหนีทีไล่ด้วยความเร็วสูง ขณะที่มือข้างหนึ่งคว้าชายเสื้อของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ไว้โดยสัญชาตญาณ
"อย่ามัวแต่มองตะลึงสิครับ... เอ๊ย ไม่ใช่ ประธานคิริน! ทางนี้!" รันเกือบหลุดปากเรียกสรรพนามคุ้นชิน แต่ต้องรีบเปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทันเมื่อหันไปเห็นสภาพของอีกฝ่าย
คิรินในยามนี้ไม่ได้ดูเนียบเรียบไร้ที่ติเหมือนตอนอยู่สถาบัน ลมหายใจของประธานหนุ่มหอบถี่ ใบหน้าคมคายซีดเซียวจนแทบไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า ทว่าสิ่งที่ทำให้รันต้องชะงักฝีเท้าไม่ใช่ความเหนื่อยอ่อนนั้น หากเป็นมือเรียวยาวของอีกฝ่ายที่กำลังสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ขณะพยายามกำด้ามดาบประจำตัวแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน
"ฉัน... ไม่เป็นไร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก มันแหบพร่าและสั่นเครือเสียจนคนฟังรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ
รันขมวดคิ้วแน่น ก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างไร้ลังเล ความกวนประสาทและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์หายวับไปจากใบหน้า เหลือเพียงความจริงจังและแววตาที่ฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด รันยื่นมือไปแตะท่อนแขนของคิรินเบาๆ สัมผัสได้ทันทีว่ากล้ามเนื้อใต้ร่มผ้ากำลังเกร็งเครียดและสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
"อาการ 'โรคกลัวความมืดขั้นรุนแรง' กำลังกำเริบสินะครับ..." รันกระซิบเสียงเบา ไม่ใช่ประโยคคำถาม แต่เป็นการวินิจฉัยที่แม่นยำจากข้อมูลที่ระบบเคยวิเคราะห์ไว้ในภารกิจก่อนหน้า
คิรินชะงัก เปลือกตาที่ปิดลงเล็กน้อยลืมขึ้นมองเด็กหนุ่มผู้สร้างความปั่นป่วนให้ชีวิตเขามาตลอด แววตาสีเข้มคู่นั้นในยามนี้ไหวระริก เต็มไปด้วยความเปราะบางที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้ภาพลักษณ์สมบูรณ์แบบมาเนิ่นนาน ท่ามกลางความมืดมิดและแรงสั่นสะเทือนรอบตัว คิรินดูราวกับเด็กชายตัวเล็กๆ ที่หลงทางอยู่ในเขาวงกตไร้ทางออก
"นาย... รู้?" คิรินเค้นเสียงถาม
"ผมรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับคนที่ผมสนใจนั่นแหละครับ" รันตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นจางๆ เพื่อลดทอนความตึงเครียด "แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งเขินอายความลับแตกหصرหรอกนะครับ ซบไหล่ผมไว้ก่อนแล้วค่อยเคลียร์กันทีหลัง!"
ยังไม่ทันที่คิรินจะได้ปฏิเสธ รันก็ดึงร่างสูงโปร่งเข้ามาประชิดตัว ใช้ไหล่ของตนเองเป็นที่พยุง พร้อมกับยกแขนอีกข้างขึ้นวาดอักขระเวทมนตร์กลางอากาศอย่างรวดเร็ว ระบบในหัวส่งเสียงแจ้งเตือนรัวเร็วจนน่าเวียนหัว แต่รันเลือกที่จะปิดเสียงแจ้งเตือนนั้นทิ้งไป โฟกัสทั้งหมดถูกเทให้กับสถานการณ์ตรงหน้าและไอร้อนจากร่างกายของคนที่กำลังซบลงมาบนลาดไหล่
สัมผัสที่แนบชิดทำให้คิรินสะดุ้งเล็กน้อย กลิ่นอายเฉพาะตัวที่สะอาดและอบอุ่นจากตัวรันช่วยดึงสติของประธานหนุ่มให้หลุดพ้นจากหลุมดำแห่งความทรงจำวัยเด็กที่ตามหลอกหลอน ความมืดมิดรอบกายที่เคยน่ากลัว กลับถูกแทนที่ด้วยความมั่นคงจากอ้อมแขนของเด็กหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าตัวตึงประจำรุ่น
"ขอบใจ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังลอดริมฝีปากของคิริน ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอทำให้รันรู้สึกจั๊กจี้แปลกๆ แต่เจ้าตัวก็เลือกที่จะนิ่งเงียบ ปล่อยให้อีกฝ่ายได้พักพิงความเปราะบางนั้นไว้ชั่วคราว
*ตู้มมมม!*
พื้นถ้ำเบื้องล่างระเบิดออก แรงอัดอากาศมหาศาลซัดร่างของทั้งคู่จนเซถอยหลัง รันกัดฟันกรอด ใช้พลังจากระบบสร้างเกราะป้องกันโปร่งแสงขึ้นมาคุ้ม 4 ทิศทาง เศษหินและฝุ่นตลบอบอวล ทว่าในวินาทีที่กลุ่มควันจางลง เงาสودทะมึนขนาดมหึมาก็ผุดขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นดิน ดวงตาสดสีแดงฉานคู่โตจับจ้องมาที่พวกเขาทั้งสองราวกับมองมดปลวก
คิรินสูดหายใจเข้าลึกๆ ความกลัวที่เคยกัดกินจิตใจถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณการต่อสู้เมื่อเผชิญหน้ากับอันตราย ประธานหนุ่มดันตัวออกจากไหล่ของรัน แม้เรียวขาจะยังสั่นเล็กน้อย แต่แววตากลับคมกริบและเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ไม่ด้อยไปกว่าใคร ดาบในมือถูกยกขึ้นชี้ตรงไปที่เงาปริศนาเบื้องหน้า
"นายไหวแน่นะครับ?" รันเหลียวมองคนข้างกาย พร้อมส่งยิ้มเจ้าเล่ห์กลับคืนมาในพริบตา
"อย่าดูถูกประธานนักเรียนสิ รัน" คิรินตอบเสียงเรียบ ทว่าริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่แทบไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนในสถาบัน—รอยยิ้มที่จริงใจและเปี่ยมด้วยพลัง
ทั้งสองยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ ไอร้อนจากความผูกพันที่เพิ่งก่อตัวขึ้นท่ามกลางวิกฤตแผ่ซ่านท่ามกลางความหนาวเหน็บของถ้ำลึก ระบบในจิตสำนึกของรันสั่นสะเทือนอีกครั้ง ตัวหนังสือสีทองเรืองแสงวาบขึ้นมากลางอากาศ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสำคัญที่เปลี่ยนชะตากรรมของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาล
*[แจ้งเตือนระบบ: ปลดล็อกสถานะ 'พันธมิตรทางจิตวิญญาณ' ระหว่างโฮสต์และเป้าหมาย 'คิริน' สำเร็จ!]*
*[คำเตือนระดับวิกฤต: สิ่งมีชีวิตโบราณเบื้องหน้าไม่ใช่สัตว์อสูรทั่วไป... แต่มันคือกุญแจสู่ 'ประตูมิติที่สอง' ที่ถูกผนึกไว้โดยบรรพบุรุษของสถาบัน และบุคคลที่ยืนอยู่ด้านหลังสุดของเงามืดนั้น กำลังก้าวเท้าออกมาหาพวกคุณแล้ว...]*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรันและคิรินนะคะ หวังว่าความอบอุ่นเล็กๆ ท่ามกลางความมืดนี้จะทำให้ทุกท่านหลงรักตัวละครของเรามากขึ้น แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สยบหัวใจนายเย็นชาด้วยระบบตัวตึง•ตอนที่ 14
มุมอบอุ่นที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบหัวใจนายเย็นชาด้วยระบบตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!