เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ•ตอนที่ 48

บทที่ 48

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
“รอยจารึกบนแผ่นศิลาแผ่นนั้นไม่ได้บอกเล่าถึงความรุ่งโรจน์ของตระกูลคุณหรอกครับ... แต่มันกำลังบันทึกชื่อของผู้ที่ถูกสังเวยต่างหาก” น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของธันวาคมราวกับใบมีดที่กรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องทำงานเก่าแก่ กลิ่นอายของกระดาษโบราณและฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในแสงสลัวจากะเกียงน้ำมัน ยิ่งขับเน้นบรรยากาศให้กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ภัทรินสะดุ้งเล็กน้อย ร่างบางในชุดสูทลำลองสีเข้มถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวที่กำลังสั่นเทาเผลอกำเอกสารสำเนาโบราณในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตาคู่สวยจ้องมองชายหนุ่มผู้ยืนอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักทองด้วยความรู้สึกที่ตีรันกันยุ่งเหยิง ระหว่างความหวาดระแวงกับความจริงที่หลีกหนีไม่พ้น ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่รอยร้าวในครอบครัวเริ่มลุกลามจนกลายเป็นเหวอันลึกชัน ธันวาคือคนเดียวที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับเบาะแส แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นคนที่กุมความลับอันดำมืดที่สุดเกี่ยวกับอดีตที่เธอพยายามฝังกลบ “คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง...” ภัทรินเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาความแข็งกร้าวไว้ภายใต้เปลือกนอกที่สั่นคลอน “เอกสารชุดนี้เพิ่งถูกค้นพบในห้องนิรภัยชั้นใต้ดิน... แม้แต่ฉันเองยังเพิ่งเปิดอ่านมันเมื่อสิบนาทีที่แล้วด้วยซ้ำ ธันวา คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมคุณถึงรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตระกูลของฉัน ก่อนที่ฉันจะรู้เสียอีก” ธันวาไม่ตอบในทันที เขาย่างเท้าเข้ามาใกล้ด้วยจังหวะที่มั่นคงและเงียบเชียบ แสงเงาจากตะเกียงทอดทับใบหน้าคมคาย ปิดบังร่องรอยความรู้สึกที่แท้จริงไว้เบื้องหลังแววตาคู่คมที่ยากจะคาดเดา ชายหนุ่มหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นไม้จันทน์ลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นระส่ำอย่างไม่เป็นจังหวะ “บางครั้ง ความจริงก็ไม่ได้ซ่อนอยู่ในที่ที่มืดที่สุดหรอกครับภัทริน แต่มันซ่อนอยู่ในที่ที่สว่างที่สุด... ที่ที่คุณมองข้ามมันไปทุกวัน เพราะความกลัวที่จะยอมรับต่างหาก” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย แต่มันกลับบาดลึกเข้าisไปในขั้วหัวใจของเธอ ภาพความทรงจำวัยเด็กแวบเข้ามาในหัว บ้านหลังใหญ่ที่อบอวลไปด้วยความคาดหวังอันหนقหน่วง เสียงถอนหายใจของบิดา และความรู้สึกไร้ตัวตนในสายตาของทุกคน ราวกับเธอเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสืบทอดบางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัว รอยจารึกที่เธอตามหามาตลอดชีวิต ไม่ใช่เครื่องยืนยันความภาคภูมิใจ แต่มันคือโซตรึงพันธนาการที่ถูกถักทอด้วยเลือดและน้ำตา “คุณกำลังจะบอกว่า... สิ่งที่พ่อฉันทำมาตลอดชีวิต คือการหลอกลวงงั้นเหรอ?” ภัทรินถามเสียงสั่น ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวด้วยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานาน “ตระกูลของเราสร้างทุกอย่างขึ้นมาจากความตายของคนอื่น... และฉันเป็นเพียงทายาทคนสุดท้ายที่ต้องมารับกรรมนั้นใช่ไหม” “ไม่ใช่แค่การหลอกลวงครับ แต่มันคือวงจรอุบาทว์ที่ถูกส่งต่อมาหลายชั่วอายุคน” ธันวาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนภัทรินสามารถรับรู้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขา “และคุณ... กำลังจะเดินเข้าไป1ในกรงขังนั้นด้วยความเต็มใจ ถ้าคุณยังดื้อดึงที่จะเปิดประตูบานถัดไป” “ถ้าฉันไม่เปิด แล้วใครจะทำล่ะ!” ภัทรินระเบิดอารมณ์ออกมา หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงหล่นลงมาอาบแก้ม “คุณคิดว่าฉันอยากแบกรับเรื่องบ้าๆ พวกนี้หรือไง! ทุกคนที่นี่มองฉันเป็นแค่ส่วนเกิน เป็นแค่เครื่องมือ! ถ้าฉันไม่หาคำตอบให้ตัวเอง แล้วฉันจะยังมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไรในบ้านหลังนี้!” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้งหลังจากเสียงตัดพ้อของหญิงสาวดังสะท้อนไปทั่วห้อง ธันวาจ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาและความเจ็บปวดนั้นด้วยแววตาที่ไหววับเป็นครั้งแรก ความเย็นชาที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและยากจะอธิบาย ชายหนุ่มยกมือขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นแตะเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนเพื่อปัดหยาดน้ำตาออกให้อย่างอ่อนโยน สัมผัสนั้นทำให้ภัทรินสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอไม่ได้ถอยหนี ดวงตาสีเข้มทั้งสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ถ่ายทอดความรู้สึกมากมายที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำพูดออกมาได้ “เพราะผมไม่อยากเห็นคุณต้องแหลกสลายไปกับซากปรักหักพังพวกนี้ไงครับ...” ธันวาเอ่ยกระซิบแผ่วเบา ชิดริมฝีปากจนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนผิวแก้ม “นั่นคือเหตุผลที่ผมยังยืนอยู่ตรงนี้ แม้ว่าผมจะรู้ดีว่ามันอันตรายแค่ไหนก็ตาม” หัวใจของภัทรินกระหน่ำรัวราวกับกลองศึก ความใกล้ชิดนี้สร้างความปั่นป่วนในช่องท้องอย่างประหลาด ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยการหักหลังและปริศนา ชายผู้ลึกลับคนนี้กลับเป็นคนเดียวที่ยื่นมือเข้ามาประคับประคองเธอไว้ในยามที่โลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลงมา ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองจะลึกซึ้งไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเร่งรีบก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก ทำลายความเงียบสงบลงในพริบตา ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังสนั่นติดต่อกันสามครั้ง ตามด้วยเสียงหอบหายใจและน้ำเสียงที่คุ้นเคยจนน่าตกใจของพ่อบ้านผู้ดูแลตระกูล ซึ่งปกติแล้วจะรักษาความสุขุมเยือกเย็นไว้ได้เสมอ “คุณหนูครับ! รีบหนีเร็วเข้า! คนจาก ‘สภาเงา’ บุกเข้ามาถึงคฤหาสน์แล้วครับ พวกมันรู้เรื่องเอกสารในห้องนี้แล้ว!” ภัทรินหน้าถอดสีในทันที เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ เธหันขวับไปมองหน้าธันวาที่แววตาเปลี่ยนกลับมาคมกริบและเต็มไปด้วยความตื่นตัวราวกับนักล่าที่เตรียมพร้อมรับมือกับเหยื่อ ธันวาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างชักอาวุธสีเงินวาววับออกจากสายคาดเอวอย่างรวดเร็ว “เราไม่มีเวลาแล้วครับ” ธันวาเอ่ยเสียงเครียด ดวงตาคมกวาดมองไปรอบห้องเพื่อหาทางหนีทีไล่ “พวกมันมาเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้มาก... และดูเหมือนว่าหนอนกระทำความผิดในบ้านหลังนี้ จะไม่ใช่ใครอื่นไกลเลย” ประโยคสุดท้ายของชายหนุ่มยังไม่ทันขาดคำ ประตูไม้สักบานใหญ่ก็ถูกระเบิดออกด้วยแรงมหาศาล เศษไม้กระจัดกระจายไปทั่วห้อง ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับร่างของบุคคลในชุดคลุมสีดำสนิทสามคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ ทว่า... ท่ามกลางความชุลมุนและเงาควันนั้น บุคคลที่เดินนำหน้าสุดและเป็นผู้สั่งการ กลับถอดฮู้ดคลุมศีรษะออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้ภัทรินต้องเบิกตากว้างด้วยความช็อกสุดขีด หัวใจของเธอดิ่งวูบลงสู่เหวลึกในทันที เมื่อตระหนักได้ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด... ไม่ใช่ใครอื่น ไกลตัวเลยแม้แต่น้อย ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปด้วยกันอย่างเหนียวแน่น แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้แสงจันทร์: พันธสัญญาแห่งความทรงจำที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%