โลหะเย็นเฉียบในมือสะท้อนแสงไฟฉายวับวาม ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงจังหวะหัวใจเต้นโครمคราม คิรินขยับกายบังแผ่นหลังบางของเกมเมอร์อัจฉริยะเอาไว้มิดชิด แม้สัญชาตญาณดิบเถื่อนในคืนวันสิ้นโลกจะร้องเตือนอันตราย แต่สิ่งที่สถาปนิกหนุ่มกังวลมากกว่าซากอสูรตรงหน้า กลับเป็นไออุ่นจากร่างข้างหลังที่เบียดชิดเข้ามาโดยไม่รู้ตัว
"ถอยไป" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งลอดไรฟัน น้ำเสียงเรียบสนิทแต่แฝงความหงุดหงิดเจือปนความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้สุดฤทธิ์ "คุณจะเก่งเกมแค่ไหน แต่นี่ไม่ใช่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่จะมีปุ่มกดรีสตาร์ทนะเหนือ"
"รู้แล้วน่า คุณสถาปนิกปากจัด" เหนือสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่คมไหววูบแต่ริมฝีปากยังคงหยักยิ้มกวนประสาท แม้สถานการณ์จะคับขันแค่ไหน เจ้าตัวก็ยังไม่วายใช้ไหล่กระแทกศอกใส่เอวหนาเบาๆ เป็นเชิงหมั่นไส้ "ถ้ามัวแต่ยืนเทศนา ผมว่าไอ้ตัวที่อยู่หลังเสาปูนตรงนั้น มันคงได้เข้ามากัดคอเราขาดก่อนที่คุณจะวางผังอาคารเสร็จแน่"
ดวงตาคมกริบของคิรินตวัดมองตามปลายนิ้วเรียวที่ชี้ไปยังเงะทะทะมึน สัญชาตญาณนักออกแบบที่ต้องคำนวณโครงสร้างและความปลอดภัยทุกตารางนิ้วถูกงัดมาใช้ในเสี้ยววินาที เขาไม่ได้ถอยหลังหนี แต่กลับก้าวประชิดตัวเหนือเข้าอีกนิดจนแผ่นหลังของอีกฝ่ายแนบชิดกับอกแกร่ง กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นฝุ่นจางๆ ของคนข้างๆ ลอยเข้าจมูกจนน่าหงุดหงิดที่หัวใจดันเต้นผิดจังหวะในเวลาแบบนี้
ความซึนคือเกราะป้องกันชั้นดีที่คิรินสร้างขึ้นเพื่อซ่อนความคลั่งรักที่กำลังพثุ่งพล่าน เขากลัว—กลัวว่าแววตาไหวระริกคู่นั้นจะทำให้เขาเผลอทำเรื่องบ้าๆ ลงไปในโลกที่กำลังล่มสลาย
"เงียบปากแล้วจับชายเสื้อผมไว้" คิรินเอ่ยเสียงเข้ม พยายามบังคับน้ำให้ราบเรียบที่สุดขณะกระชับประแจในมือแน่น "ถ้าวิ่งหนีไม่ทัน คุณตาย ผมเดือดร้อนที่ต้องเก็บศพ เพราะฉะนั้น... อย่าซ่าให้มันมากนัก"
เหนือแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสวยกวาดมองแผ่นหลังกว้างที่แผ่ไอความอบอุ่นออกมาท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ ปากบอกว่ารำคาญ ปากบอกว่าเกะกะ แต่การกระทำกลับปกป้องเขายิ่งกว่าโล่เหล็กเสียอีก เกมเมอร์หนุ่มหรี่ตามองเสี้ยวหน้าด้านข้างที่สันกรามคมคายขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนด้วยความเครียด
"ปากร้ายแบบนี้ ระวังไม่มีใครเอานะครับคุณคิริน" เหนือกระซิบแผ่วเบarชิดใบหูอีกฝ่าย แกล้งเป่าลมร้อนใส่ลาคอขาวจนเห็นสันกล้ามเนื้อของสถาปนิกหนุ่มกระตุกเกร็ง "หรือว่าที่ต้องทำเป็นดุ เพราะเขินผมอยู่ล่ะ หื้ม?"
คิรินสะดุ้งเล็กน้อย ขบกรามแน่นจนขึ้นสัน นัยน์ตาดุๆ หันขวับกลับมามองคนเจ้าเล่ห์ที่กล้าเล่นกับไฟในสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน ทว่าระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปทำให้ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มจนคิรินต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีด้วยความขัดเขิน แต่มือที่กำประแจกลับสั่นระริกไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงอารมณ์บางอย่างที่พุ่งพล่านเกินควบคุม
"เพ้อเจ้อ" คิรินเค้นเสียงลอดไรฟัน ใบหูขึ้นสีแดงจัดอย่างเห็นได้ชัดแม้ในความมืด "มีสติหน่อยเหนือ... นั่นมันขยับแล้ว"
เสียงกุกกักดังขึ้นอีกครั้งจากมุมมืด เงาดำมหึมาค่อยๆ ก้าวพ้นเสาปูน เผยให้เห็นร่างบิดเบี้ยวของอดีตมนุษย์ที่กลายพันธุ์ ดวงตาเบิกโพลงสีเลือดจ้องมองตรงมาที่พวกเขาทั้งสอง คิรินไม่รอช้า เขาผลักเหนือไปด้านหลังด้วยมือเดียวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปประจันหน้ากับเงานั้นทันที เสียงเหล็กกระทบเนื้อและเสียงคำรามลั่นตึกร้างปลุกเร้าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดให้ลุกโชน
เหนือยืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง สายตาคมกวาดมองแผ่นหลังที่กำลังต่อสู้กับความตายเพื่อปกป้องเขา หัวใจที่เคยด้านชาและมองโลกในแง่ร้ายมาตลอด กลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีตื้นขึ้นมาจุกอก จนเผลอยื่นมือออกไปคว้าชายเสื้อสูทที่ขาดวิ่นของอีกฝ่ายไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็วด้วยความเด็ดขาดของสถาปนิกหนุ่ม ร่างกลายพันธุ์ล้มลงแน่นิ่งกับพื้น คิรินหอบหายใจหนักหน่วง เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนฝุ่นผงและคราบสีดำ เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ขมับ ก่อนจะรีบหันกลับมามองคนด้านหลังด้วยความร้อนรน กลัวว่าอีกฝ่ายจะได้รับบาดเจ็บ
"เป็นอะไรรึเปล่า?" น้ำเสียงที่หลุดออกมาแม้จะยังคงความห้วนตามนิสัย แต่แววตาที่มองสำรวจทุกตารางนิ้วบนร่างของเหนือนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยปิดไม่มิด
เหนือเงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่จางหายไป เหลือเพียงแววตานิ่งลึกที่ยากจะคาดเดา เกมเมอร์หนุ่มก้าวเข้าไปใกล้คิรินอีกก้าว จนระยะห่างแทบไม่เหลือ มือเรียวยื่นไปปัดฝุ่นที่ไหล่กว้างของอีกฝ่ายอย่างเบามือ ปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวเนื้ออุ่นผ่านเนื้อผ้าขาดวิ่น ทำให้คิรินชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก
"ผมไม่เป็นไร..." เหนืองึมงำตอบเสียงเบา แววตาทอประกายความอ่อนโยนที่หาดูได้ยากเป็นครั้งแรก "แต่คุณนั่นแหละ... ปากร้ายชะมัด แต่ใจดีเป็นบ้าเลยนะ"
คิรินชะงักค้าง นัยน์ตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ยามเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่สะท้อนภาพของเขาไว้อย่างชัดเจน ความซึนที่เคยเป็นเกราะป้องกันกำลังจะพังทลายลงในพริบตา หัวใจในอกเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอกเมื่อใบหน้าสวยโน้มเข้ามาใกล้ทีละน้อย... ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น
ทว่า—
"อุ๊ย... ดูเหมือนเราจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานกันรึเปล่าคะเนี่ย?"
เสียงหวานใสแต่แฝงความเยືือกเย็นดังขึ้นจากความมืดที่ทางเข้าห้องโถง พร้อมกับเสียงปรบมือแปะๆ เบาๆ ที่ดังสะท้อนก้อง คิรินและเหนือผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน Nัยน์ตาดุของสถาปนิกหนุ่มตวัดขวับไปยังต้นเสียงทันทีด้วยความระแวดระวังขั้นสุด
ร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่วิจัยเปื้อนเลือด ก้าวพ้นเงามืดออกมาพร้อมรอยยิ้มพึงพอใจ เธอกวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยแววตาพราวระยับ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงทันตาเห็น
"ยินดีต้อนรับสู่ชั้นใต้ดิน... ของจริงค่ะ คุณสถาปนิก และคุณเกมเมอร์"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความซึนของนายสถาปนิกปากแข็งคนนี้นะครับ!
เซียนเกมเมอร์ตัวร้ายกับสถาปนิกปากจัดในคืนวันสิ้นโลก•ตอนที่ 3
เมื่อความซึนคือเกราะป้องกัน
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์ตัวร้ายกับสถาปนิกปากจัดในคืนวันสิ้นโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!