เซียนเกมเมอร์ตัวร้ายกับสถาปนิกปากจัดในคืนวันสิ้นโลก•ตอนที่ 1

จุดเริ่มต้นของหายนะที่หน้าจอ

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาปึกบนโต๊ะกระจกนิรภัยดังสนั่น ทว่ามันยังดึงดูดความสนใจของผมได้น้อยกว่าข้อความบนหน้าจอแท็บเล็ตราคาแพงที่กะพริบเตือนสถานะ ‘ปฏิเสธการเชื่อมต่อ’ เป็นครั้งที่สี่ “ถ้าคุณคิดว่าการเอาตัวรอดในโปรเจกต์ ‘Ark Project’ นี้ ใช้แค่หน้าตาหล่อเหลาแล้วยืนกอดอกทำหน้าเย็นชาใส่กันได้ล่ะก็… ผมแนะนำให้คุณเซ็นใบลาออกแล้วเดินกลับไปวาดแปลนส้วมสาธารณะตามเดิมซะเถอะครับ คุณสถาปนิก” เหนือผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาเรียวรีสีสนิมเหล็กตวัดมองชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มมุมปากของเขามีความเย้ยหยันเคลือบอยู่ชัดเจน เส้นผมสีดำสนิทที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการขยี้ด้วยความหงุดหงิดยิ่งขับให้ใบหน้าคมคายนั้นดูพยศและอันตรายในเวลาเดียวกัน ห้องประชุมวีไอพีของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเวลานี้อวลไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความตึงเครียด แอร์อุณหภูมิสิบแปดองศาเซลเซียสดูจะไร้ความหมายเมื่อเผชิญหน้ากับอารมณ์กรุ่นโกรธที่แผ่ออกมาจากร่างของคนทั้งคู่ คิริน สถาปนิกหนุ่มแถวหน้าผู้ได้ชื่อว่าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ เจ้าของรางวัลระดับนานาชาติสามปีซ้อน ขยับแว่นตากรอบเงินบางเฉียบขึ้นเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวที่ผ่านการจรดปากกาออกแบบโครงสร้างมานับไม่ถ้วนประสานกันไว้บนตัก ดวงตาสีเทาเข้มภายใต้เลนส์แว่นมองตรงมายังเด็กเมื่อวานซืนที่ทางเบื้องบนส่งมาเป็น ‘ที่ปรึกษาด้านระบบจำลองสถานการณ์เสมือนจริง’ ด้วยแววตานิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ แต่นั่นแหละ… ความนิ่งสนิทแบบนั้นมันคือการดูถูกกันทางอ้อมชัดๆ “พูดจบหรือยังครับ คุณเหนือ” เสียงทุ้มต่ำเรียบเรื่อยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นราบเรียบจนน่าหมั่นไส้ ไม่มีร่องรอยความโกรธเคืองแม้แต่น้อย ราวกับสิ่งที่เหนือพ่นออกไปเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงแมลงหวี่แมลงวันน่ารำคาญตัวหนึ่ง “ผมไม่ได้มีเวลาว่างมารับฟังเด็กติดเกมระบายอารมณ์ใส่หรอกนะครับ หน้าจอจำลองโลกาวินาศที่คุณอวดนักอวดหนาว่าเจ๋งนักหนา มันพังไม่เป็นท่าตั้งแต่การจำลองรอบแรก เพราะอัลกอริทึมไร้สาระที่คุณเขียนขึ้นมาเองต่างหาก” “เฮอะ!” เหนือแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานตัวยาวจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงก้าวเดียว เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้ รั้งคางเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตากับอีกฝ่ายในระยะประชิด “อัลกอริทึมของผมจำลอง ‘ความเป็นจริง’ ของความหายนะครับคุณคิริน ไม่ใช่โลกสวยในจินตนาการของพวกสถาปนิกที่คิดว่าตึกคอนกรีตเสริมเหล็กจะกันซอมบี้หรือรังสีนิวเคลียร์ได้ตลอดไป ตึกของคุณมันสวยงามก็จริง… แต่มันเป็นแค่โลงศพกระจกเกรดพรีเมียมที่รอวันพังทลายลงมาทับคนข้างในต่างหาก!” คิรินไม่ได้ถอยหนี เขายังคงนั่งนิ่งอยู่ในท่าเดิม ปล่อยให้ร่างเพรียวบางแต่เต็มไปด้วยพิษสงของเกมเมอร์อัจฉริยะโน้มตัวเข้ามาจนกลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัว—กลิ่นอายของชาขาวผสมความเย็นยะเยือก—ลอยเข้าแตะจมูก ใกล้จนเกินไป… ระยะห่างนี้มันใกล้เกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะใช้สนทนากันในเรื่องงาน ดวงตาสีเทาเข้มของสถาปนิกหนุ่มกวาดมองตั้งแต่สันจมูกโด่งรั้น ริมฝีปากหยักได้รูปที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ และหยุดนิ่งอยู่ที่ดวงตากลมโตคู่สวยที่ฉายแววท้าทายระคนดื้อรั้น คิรินขยับตัวเล็กน้อย ขาเรียวยาวภายใต้กางเกงสแลคเข้ารูปขยับเปลี่ยนท่า นัยน์ตาคมกริบก้มลงมองสบตากับคนตัวเล็กกว่าที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ “ถ้าตึกของผมมันเป็นแค่โลงศพ…” คิรินเว้นจังหวะ น้ำเสียงทุ้มต่ำลดระดับลงจนกลายเป็นกระซิบกระซาบ ทว่าก้องกังวานในความเงียบของห้อง “งั้นคุณก็คงเป็นศพแรกที่จะติดอยู่ในนั้น… ในฐานะคนที่ทำลายระบบป้องกันจนไม่เหลือชิ้นดี” “คุณ!” เหนือดลใจกระตุกวูบ ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ไม่ใช่เพราะคำดูถูก แต่เป็นเพราะระยะห่างที่จู่ๆ ก็ถูกย่นย่อลงจนเขารู้สึกได้ถึงไอHengอุ่นจากลมหายใจของอีกฝ่ายที่ปัดป้ายอยู่บริเวณข้างแก้ม ให้ตายสิ… ผู้ชายคนนี้บ้าหรือไง ถึงกล้าโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ในจังหวะที่พวกเขากำลังเถียงกันจนคอเป็นเอ็นแบบนี้! “ถอยไปหน่อยครับ หน้าผมกับหน้าคุณมันห่างกันไม่ถึงคืบแล้ว” เหนือพยายามดึงสติแล้วเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบที่สุด แม้หัวใจในอกข้างซ้ายจะเริ่มเต้นผิดจังหวะอย่างไร้เหตุผล “แล้วทำไมล่ะครับ?” คิรินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มแรกตั้งแต่วลีแรกที่พบกัน และมันเป็นรอยยิ้มที่ร้ายกาจเสียจนเหนือเผลอกลั้นหายใจ “กลัวว่ามองใกล้ๆ แล้วจะรู้ว่าผมไม่ได้มีดีแค่หน้าตาอย่างที่คุณสบประมาทไว้เมื่อกี้งั้นเหรอ” “ผมไม่ได้กลัว… ผมแค่รำคาญกลิ่นชาเขียวปลอมๆ ของคุณ” เหนือแก้ตัวน้ำขุ่นๆ พร้อมกับใช้มือผลักไหล่กว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ทว่า… มือหนาของคิรินกลับเร็วกว่า เขายื่นมือออกมารวบข้อมือบางของเหนือไว้ได้ทันในจังหวะที่ปลายนิ้วแทบจะสัมผัสโดนปกเสื้อสูท สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของสถาปนิกหนุ่มส่งผ่านผิวเนื้อทะลุเข้ามาถึงชีพจร เหนืองựngไปชั่วขณะ ดวงตาสเบยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกตรึงไว้ด้วยพันธนาการที่แน่นหนาแต่ไม่ถึงกับเจ็บ “ปล่อยนะเว้ย!” “เรายังคุยกันไม่จบครับ คุณเหนือ…” คิรินเอ่ยเสียงพร่า ใบหน้าที่เคยเรียบตึงกลับโน้มเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนดวงตาสองคู่ประสานกันแนบแน่น ไม่มีใครยอมหลบสายตา ใครบางคนกำลังพยายามสร้างกำแพงน้ำแข็ง ขณะที่อีกคนพยายามสาดเปลวไฟเข้าใส่ แต่ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างพวกเขากลับมีความร้อนระอุบางอย่างก่อตัวขึ้นเงียบๆ ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันราวกับทำลายมนต์สะกดในห้องประชุมลงในเสี้ยววินาที เหนือสะดุ้งสุดตัว สะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุมแล้วกระโดดถอยหลังไปสามก้าวราวกับโดนไฟลวก ใบหน้าขาวเนียนมีริ้วรอยสีแดงจางๆ พาดผ่านอย่างปิดไม่มิด ขณะที่คิรินเพียงแค่ถอนหายใจเบาๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยไร้ความรู้สึกดังเดิมได้อย่างรวดเร็วน่าทึ่ง “เข้ามาครับ” คิรินเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงปกติ ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของหายนะกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และประตูห้องประชุมที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกโดยบุคคลที่สามในวินาทีนี้… กลับไม่ใช่เลขานุการอย่างที่ควรจะเป็น ร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวชุ่มโชกไปด้วยหยาดฝนก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มกริ่มที่ส่งตรงมายังคนทั้งคู่ ก่อนที่เสียงทุ้มแหบพร่าจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเหนือและคิรินเย็นเฉียบลงพร้อมกัน “ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ… แต่ระบบเครือข่ายภายนอกทั้งหมดล่มแล้ว และดูเหมือนว่า ‘เกม’ ที่พวกคุณกำลังถกเถียงกันเมื่อกี้… มันกำลังจะเริ่มเล่นจริงๆ ข้างนอกนั่นแล้วล่ะครับ” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูสู่โลกใบใหม่นี้ร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์ตัวร้ายกับสถาปนิกปากจัดในคืนวันสิ้นโลก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%