"ถ้าแกยังหายใจอยู่ ก็ลุกขึ้นมาเซ็นเอกสารสละสิทธิ์ซะ รวินท์!"
เสียงรองเท้าบูทหนังราคาแพงกระทบพื้นซีเมนต์เย็นเฉียบดังสะท้อนก้องห้องพักโทรมๆ กลิ่นคาวเลือดและสนิมคลุ้งกระจายปะปนกับกลิ่นอับชื้นของตึกเก่า รวินท์นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นคอนกรีต ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลฉีกขาดจากการต่อสู้ในดันเจี้ยนระดับ E ที่ถูกจัดฉากให้เป็น 'อุบัติเหตุ' กระดูกซี่โครงหักอย่างน้อยสามซี่ ลมหายใจแผ่วเบาจนแทบจะขาดร่อน
แต่ในห้วงภวังค์แห่งความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ดวงตาคมกริบของอดีตฮันเตอร์เกรด F กลับไม่ได้ฉายแววหวาดกลัว มีเพียงประกายความแค้นที่ลุกโชนดั่งไฟนรก
เหนือร่างของเขาคือ 'กิตติ' นายหน้าจัดหาฮันเตอร์ผู้รับคำสั่งตรงจากจอมพลอคิราห์ มือข้างหนึ่งถือเอกสารยินยอมรับความตายเพื่อปัดความรับผิดชอบของกิลด์ อีกมือถือปืนพกลำกล้องติดเก็บเสียงจ่อลงที่กลางหน้าผากของรวินท์โดยตรง
"อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นเลย รวินท์" กิตติแค่นหัว L ยิ้มเยาะเย้ยอย่างน่าสมเพช "แกมันก็แค่ขยะเกรด F ที่บังเอิญดวงแข็งรอดมาจากดันเจี้ยนแตกได้สักครั้งสองครั้ง การตายในฐานะฮันเตอร์นอกรีตที่ฝ่าฝืนคำสั่ง มันคือทางเลือกเดียวที่สะอาดที่สุดสำหรับคนไร้ค่าอย่างแก เซ็นซะ แล้วฉันจะส่งศพแกคืนให้ยัยลินินอย่างครบสามสิบสอง... หรือถ้าแกไม่อยากเซ็น รูนี้บนหัวแกก็คงกว้างพอที่จะระบายสมองโง่ๆ ออกมาได้เหมือนกัน"
ภายในห้องแคบๆ นั้น ลินินซึ่งถูกการ์ดร่างยักษ์สองคนล็อกตัวไว้ที่มุมห้อง ใบซีดเผือด น้ำตาคลอเบ้าแต่ไม่มีเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมา เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด สายตาที่มองมายังรวินท์เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสำนึกผิด เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ
*เพราะเธอ... เพราะความดื้อรั้นของเธอที่ดึงเขากลับมาสู่เส้นทางนี้ รวินท์ถึงต้องมาเผชิญชะตากรรมแบบนี้*
"อย่า... กิตติ..." ลินินเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรดสูงสุด แววตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร "ถ้าพวกแกกล้าแตะต้องเขา วันนี้จะไม่มีใครได้เดินออกไปจากที่นี่ทั้ง活着!"
"อุ๊ย น่ากลัวจัง อดีตหัวหน้าหน่วยสำรวจผู้รุ่งโรจน์ ตอนนี้เป็นแค่สุนัขจนตรอกที่แม้แต่เบี้ยใต้บาทก้าวยังขยี้เล่นได้ คิดจะทำอะไรฉันเหรอจ๊ะ ลินิน?" กิตติหันไปหัวเราะร่วนอย่างได้ใจ ก่อนจะหันกลับมาทางรวินท์ที่นอนนิ่ง "หมดเวลาเล่นแล้ว เซ็น!"
ทว่า ในวินาทีที่นิ้วชี้ของกิตติกำลังจะเหนี่ยวไกเพื่อปลิดชีพเหยื่อที่ไร้ทางสู้
*ติ๊ง!*
เสียงประหลาดก้องกังวานขึ้นในโสตประสาทของรวินท์ ราวกับเสียงระฆังจากห้วงลึกแห่งความมืดมิดที่ถูกตีด้วยค้อนเหล็กยักษ์ เสียงนั้นไม่ได้มาจากภายนอก แต่มันดังสะท้อนอยู่ภายในจิตวิญญาณของเขาโดยตรง
[ตรวจพบอัตราการเต้นของหัวใจต่ำกว่าเกณฑ์วิกฤต...]
[ตรวจพบจิตสังหารและความแค้นถึงขีดสุด...]
[เงื่อนไขลับ 'ความตายที่ถูกปฏิเสธ' บรรลุครบถ้วน 100%]
[ระบบ 'Overlord' ทำการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณโฮสต์... สำเร็จ]
รวินท์สะท้านเฮือก ร่างกายที่ควรจะชาด้านกลับร้อนผ่าวขึ้นมาฉับพลัน ราวกับมีกระแสลาวาบริสุทธิ์ไหลทะลักเข้าสู่เส้นเลือดฝอยทุกอณู ความเจ็บปวดจากการบาดเจ็บสาหัสจางหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยพละกำลังมหาศาลที่อัดแน่นจนผิวหนังแทบจะปริแตก
[ยินดีต้อนรับครับ ท่านโอเวอร์ลอร์ด]
[ระบบอัปเกรดข้ามขีดจำกัดพร้อมใช้งานแล้ว สถานะปัจจุบัน: กำลังปลดล็อก 'ขีดจำกัดที่หนึ่ง']
ดวงตาที่เคยหรี่ลงใกล้ดับมืดของรวินท์ค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น นัยน์ตาสلطสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นประกายสีทองอร่ามเรืองรองราวกับสัตว์ป่าชั้นสูงที่ตื่นจากการจำศีล ไอสังหารเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ราวกับฤดูหนาวมาเยือนในเสี้ยววินาที
กิตติที่กำลังจะเหนี่ยวไก ชะงักกึกโดยสัญชาตญาณ ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบลำคอของเขาไว้
"อะ... อะไรกันวะ?" กิตติพึมพำด้วยความตื่นตระหนก ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
รวินท์ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง กระดูกที่หักส่งเสียง 'กรอบแกรบ' ประสานเข้าที่เดิมด้วยความเร็วที่เหนือสามัญสำนึก เขายืนเต็มความสูง รัศมีอำนาจกดดันที่กดทับลงมาทำให้การ์ดร่างยักษ์ทั้งสองคนที่ล็อกตัวลินินถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
ลินินเบิกตากว้าง มองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่ในยามนี้ เขากลับดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามดั่งราชาผู้ครองนรก เธอกลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวระส่ำด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งตกใจ ความหวัง และความโล่งอก
"แก... แกทำอะไรวะ! ทำไมยังลุกขึ้นมาได้!" กิตติแผดเสียงลั่นด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัยระดับวิกฤต เขานิ้วกระตุกเหนี่ยวไกปืนในมือรัวๆ แบบไม่คิดชีวิต!
*ปัง! ปัง! ปัง!*
กระสุนเจาะเกราะสามนัดพุ่งแหวกอากาศตรงเข้าใส่หน้าอกของรวินท์อย่างแม่นยำ
ทว่า...
ไม่มีเลือด ไม่มีเสียงร้องโหยหวน กระสุนทั้งสามนัดหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ ห่างจากผิวหนังของรวินท์เพียงแค่คืบเดียว ก่อนที่มันจะร่วงหล่นกระทบพื้นซีเมนต์เสียงดัง 'เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!' ราวกับกระทบเข้ากับกำแพงเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น
[ระบบป้องกันอัตโนมัติ: 'เกราะโลหิตโอเวอร์ลอร์ด' ทำงานสมบูรณ์]
[ตรวจพบการลอบสังหารจากเป้าหมาย: กิตติ]
[คำสั่งตอบโต้: กำจัด]
รวินท์ก้มมองกระสุนที่ร่วงลงพื้นด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับกิตติที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเบิกโพ้างbกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้
"เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! แกเป็นแค่ฮันเตอร์เกรด F! แกเป็นแค่ขยะ!" กิตติแผดเสียงกรีดร้องสติหลุด โยนปืนทิ้งแล้วหันหลังวิ่งหนีไปยังประตูห้องอย่างไม่คิดชีวิต
แต่... สายเกินไปแล้ว
รวินท์ก้าวเท้าเพียงก้าวเดียว ร่างของเขาก็หายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตผี ความเร็วระดับที่สายตามนุษย์ธรรมดาไม่สามารถมองตามทัน
*พรึบ!*
เงาร่างสีดำทะมึนปรากฏขึ้นขวางทางประตูในเสี้ยวพริบตา มือหนาของรวินท์ยื่นออกไปคว้าลำคอของกิตติลอยขึ้นจากพื้นด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ราวกับจับลูกไก่ในกำมือ กิตติเบิกตากว้างอ้าปากพะงาบๆ พยายามใช้มือทั้งสองข้างแกะมือเหล็กนั้นออก แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็ไร้ผล แรงบิดมหาศาลกดทับหลอดลมจนหน้าดำคร่ำเครียด
"แก... แกเป็นใครกันแน่..." กิตติเค้นเสียงรอดไรฟันที่ขาดห้วง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน
รวินท์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ กลิ่นไอความตายที่แผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงเสียจนกิตติรู้สึกเหมือนกำลังมองยมทูตโดยตรง ดวงตาสีทองคู่นั้นเย็นชาและไร้ซึ่งความปรานี
"ฉันก็คือคนที่พวกแกเหยียบย่ำมาตลอดไงล่ะ กิตติ" รวินท์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่น่ากลัวถึงขั้วหัวใจ "และตอนนี้... บิลที่พวกแกติดไว้ ถึงเวลาต้องชำระคืนแล้ว"
ลินินมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่พรั่งพรู เธอก้าวเข้าไปใกล้รวินท์อย่างช้าๆ เอื้อมมือสั่นเทาไปแตะที่ชายเสื้อของเขา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นที่กลับคืนมาอีกครั้ง
"รวินท์..." เธอเรียกชื่อเขาแผ่วเบา
รวินท์เหลือบสายตากลับมามองหญิงสาวข้างกาย ความเย็นชาในแววตาพลันอ่อนลงชั่วพริบตา เขายกมืออีกข้างขึ้นลูบศีรษะเธอเบาๆ เชิงปลอบโยน ก่อนจะหันกลับมามองกิตติที่เริ่มหมดสติ
"จัดการเรื่องพวกนี้ให้เรียบร้อยก่อนเถอะ ลินิน" รวินท์เอ่ยเสียงเรียบ "เพราะหลังจากนี้... เรามีธุระต้องไปสะثางบัญชีกับสมาคมฮันเตอร์"
พูดจบ รวินท์ก็เหวี่ยงร่างของกิตติกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นจนหมดสติไปทันที ก่อนที่เขาจะหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าขึ้นมา ปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอที่ระบบ 'Overlord' ได้ทำการแฮกและอัปเกรดระบบการเงินระดับสูงให้โดยอัตโนมัติ
หน้าจอปรากฏยอดวงเงินในบัญชีที่ไม่จำกัด และข้อความแจ้งเตือนจากระบบที่ทำให้รวินท์ต้องมุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
[แจ้งเตือนจากระบบ: ยานพาหนะส่วนตัวระดับตำนาน 'Overlord Airship' กำลังร่อนลงจอดบนดาดฟ้าตึกในอีก 3... 2... 1...]
*โครมมม!*
เสียงแรงลมมหาศาลจากการพัดของใบพัดเฮลิคอปเตอร์รบหุ้มเกราะล้ำอนาคตดังสนั่นสะเทือนเลื่อนลั่นลงบนหลังคาตึกเก่า กระจกหน้าต่างห้องพักแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แรงลมตีโต้กระโชกเส้นผมของรวินท์และลินินปลิวไสว
ประตูด้านข้างของยานเปิดออก พร้อมกับบันไดเชือกที่ทอดลงมาตรงหน้าพวกเขา พร้อมกับร่างของหน่วยรบพิเศษในชุดเกราะไฮเทคที่ยืนทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง
รวินท์หันมามองลินินที่กำลังมองความอลังการตรงหน้าด้วยความอึ้งตะลึง เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวที่เย็นเฉียบของเธอไว้แน่น รอยยิ้มเยือกเย็นแต่ทรงพลังปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ไปกันเถอะ ลินิน..." รวินท์กระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน "ไปทวงคืนทุกอย่างที่ควรเป็นของเรา"
---
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ — โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
ฮันเตอร์ไร้เกรดกับระบบอัปเกรดข้ามขีดจำกัด•ตอนที่ 2
เสียงกระซิบจากระบบ
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์ไร้เกรดกับระบบอัปเกรดข้ามขีดจำกัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
