กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษไขราคาแพงคือออกซิเจนเดียวที่ธันวาอนุญาตให้ปะปนอยู่ในอาณาจักรส่วนตัวของเขา สตูดิโอขนาดกะทัดรัดย่านอารีย์แห่งนี้ถูกออกแบบขึ้นด้วยความพิถีพิถัน ทุกตารางนิ้วถูกคำนวณด้วยสัดส่วนทองคำ ไร้ซึ่งส่วนเกิน ไร้ซึ่งความวุ่นวาย และที่สำคัญที่สุด... มันคือเซฟโซนที่ปลอดจากมนุษย์หน้าไหนก็ตามที่จ้องจะเข้ามาสร้างความปั่นป่วนในชีวิตอันสงบสุขของสถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบ
ทว่า ความสงบมักเป็นสิ่งเปราะบางที่สุดในโลกใบนี้
"คุณธันวาคะ... คือว่า..."
เสียงตะกุกตะกักของเลขาหน้าห้องดังผ่านอินเตอร์คอม ทำเอาปลายนิ้วที่กำลังลากเส้นแปลนอาคารบนหน้าจอแท็บเล็ตชะงักกึก ธันวากดรับสายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งติดจะเยונชาตามนิสัย
"ผมบอกแล้วว่าช่วงบ่ายนี้ ห้ามใครรบกวนเด็ดขาด ยกเว้นว่าตึกนี้จะไฟไหม้"
"คือ... ทางนิติบุคคลพาแขกขึ้นมาค่ะ เขาบอกว่าเป็นเรื่องด่วนเกี่ยวกับสัญญาเช่า... อ่า คุณธันวาคะ เชิญด้านในค่ะ!"
ยังไม่ทันที่ธันวาจะได้เอ่ยปากปฏิเสธ เสียงฝีเท้าก้าวฉับๆ ก็ดังใกล้เข้ามา ประตูสตูดิโอที่ออกแบบให้เก็บเสียงอย่างไร้ที่ติถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต ร่างบางในชุดสูทเข้ารูปสีเบจก้าวเข้ามาอย่างมั่นอกมั่นใจ เส้นผมยาวสลวยสะบัดตามจังหวะการเดิน และดวงตากลมโตคู่สวยที่ฉายแววเจ้าเล่ห์ดุจสุนัขจิ้งจอกกำลังกวาดตามองอาณาจักรของเขาด้วยความประเมิน
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น วางปากกาลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจเมื่อพบว่าผู้บุกรุกไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นยัยนักเขียนบทจอมกะล่อนที่เขาเคยปะทะคารมด้วยในงานสัมมนาสถาปนิกเมื่อเดือนก่อน
"ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และคุณก็ไม่ใช่เด็กฝึกงานที่จะเดินเข้ามาตามอำเภอใจ อยากได้มารยาทเพิ่มสักกระสอบไหมครับ ผมยินดีสงเคราะห์ให้" ธันวาเปิดฉากด้วยน้ำเสียงเฉียบคม รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากไม่ได้ช่วยลดทอนความเย็นชาลงเลยแม้แต่น้อย
พราวรุ้งหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา เธอไม่ได้แสดงอาการเกรงกลัวต่อสายตาดุๆ นั้นเลยแม้แต่น้อย กลับยולมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า มือเรียวควAนหากระดาษแผ่นหนึ่งออกจากแฟ้มหนังสีดำ ก่อนจะวางมันลงบนแปลนงานสถาปัตยกรรมของเขาอย่างจงใจ
"มารยาทน่ะมีค่ะ แต่เก็บไว้ใช้กับคนที่มีเหตุผลมากกว่า" พราวรุ้งสวนกลับทันควัน น้ำเสียงใสแต่เฉียบคมบาดลึก "ส่วนเรื่องสนามเด็กเล่น... ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ต้องทำให้เข้าใจผิด เพราะต่อจากนี้... ที่นี่คือพื้นที่ทำงานร่วมกันตามกฎหมายต่างหากล่ะคะ"
ธันวาก้มมองแผ่นกระดาษที่ถูกวางคั่นกลางระหว่างเขากับเธอ ดวงตาคมกริบกวาดสายตาอ่านข้อความบนเอกสารอย่างรวดเร็ว สันกรามของสถาปนิกหนุ่มขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน
สัญญาเช่าพื้นที่อาคาร... ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า พื้นที่สตูดิโอฝั่งทิศตะวันตกครึ่งหนึ่งถูกโอนสิทธิ์การใช้งานให้แก่ 'บริษัท ผลิตบทโทรทัศน์รุ้งระเบียง จำกัด' เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม โดยมีลายเซ็นอนุมัติจากเจ้าของตึกตัวจริง ซึ่งก็คือลุงแท้ๆ ของเขาเอง!
"คุณเล่นไม่ซื่อ..." ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตา เปลวเพลิงแห่งความไม่พอใจระอุขึ้นในแววตาคู่คม "คุณรู้ว่าตึกนี้เป็นของครอบครัวผม ทำไมถึงต้องใช้วิธีสกปรกแบบนี้เข้ามายึดพื้นที่คนอื่น"
"อุ๊ย! อย่าใช้คำว่ายึดสคะคุณสถาปนิกผู้สูงส่ง" พราวรุ้งลากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วหย่อนตัวลงนั่งหน้าตาเฉย โดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาตแม้แต่น้อย เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย "เรียกว่า 'การใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย' จะถูกต้องกว่านะคะ พอดีว่าฉันกำลังต้องการสถานที่เงียบๆ บรรยากาศดีๆ เพื่อปั่นบทละครเรื่องใหม่ และบังเอิญเหลือเกิน... ที่นี่ตอบโจทย์ทุกอย่าง แถมยังมีคนหน้าบูดเป็นยักษ์คอยตรวจความเรียบร้อยให้ฟรีๆ อีกต่างหาก คุ้มยิ่งกว่าคุ้มอีกค่ะ"
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนพราวรุ้งต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"คุณคิดว่าผมจะยอมให้คนน่ารำคาญอย่างคุณมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ ตลอดหนึ่งปีงั้นเหรอครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบ ลอดไรฟันด้วยความกรุ่นโกรธ "เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกไปได้เลย เพราะผมจะทำทุกวิถีทางให้คุณทนอยู่ที่นี่ไม่ได้เกินสามวันแน่นอน"
พราวรุ้งใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินน้ำเสียงและสายตาที่จ้องมองมา มันไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันคือความมุ่งมั่นที่ฉายชัดในแววตาคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ กับความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไปนี้ แต่คนอย่างพราวรุ้ง มีหรือจะยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ เธอยิ้มหวานหยด ช้อนตาขึ้นสบประสานสายตากับเขาตรงๆ โดยไม่ยอมหลบ
"งั้นเรามาดูกันไหมล่ะคะว่า ระหว่างคุณกับฉัน... ใครกันแน่ที่จะทนไม่ไหวจนต้องเป็นฝ่ายวิ่งหนีไปก่อน"
ธันวาชะงักไปชั่วขณะ เสน่ห์แพรวพราวและความดื้อรั้นที่ฉายชัดอยู่ในดวงตากลมโตคู่นั้น ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังเล่นกับไฟโดย
ไม่รู้ตัว ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด ประตูสตูดิโอที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยในชุดนักเรียนอนุบาลที่วิ่งพรวดพราดเข้ามา
"คุณอาขา! ปะป๊าบอกว่าให้เอาขนมมาฝากคุณอา... เอ๊ะ? คุณน้าคนสวยคนนี้ใครเหรอคะ?"
ทั้งธันวาและพราวรุ้งต่างผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ธันวาหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อหันไปสบตากับเด็กหญิง ก่อนจะหันขวับกลับมามองหน้าพราวรุ้งที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
...เด็กผู้หญิงคนนี้เรียกเขาว่าอะไรนะ?
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมในตอนแรกนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่ที่คุณจะรุกล้ำ•ตอนที่ 1
ผู้บุกรุกในมาดนักเขียน
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่ที่คุณจะรุกล้ำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!