เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่ที่คุณจะรุกล้ำ•ตอนที่ 12

สายใยที่เชื่อมโยง

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
เสียงปิดประตูห้องทำงานดัง ‘ปัง’ สนั่นลั่นพื้นที่โล่งสไตล์ลอฟท์ กลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดในอากาศราวกับจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ร่างสูงโปรดของธันวายืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะเขียนแบบ นัยน์ตาคมกริบมองร่างบางที่เพิ่งก้าวเข้ามาขวางทางด้วยรอยยิ้มเย้าแหย่ พราวรุ้งในเวลานี้ไม่ได้ดูเหมือนนักเขียนบทสาวผู้ฉับไวและเปี่ยมด้วยวาทศิลป์อย่างที่เคยเป็น แต่แววตาของเธอกลับฉายแววท้าทายปนความสงสัยระคนกัน "เซอร์ไพรส์ค่ะธันวา... ไม่คิดใช่ไหมคะ ว่าฉันจะกลับมาเร็วกว่ากำหนด?" ประโยคเดิมที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในความรู้สึกถูกย้ำเตือนอีกครั้ง แต่ทว่าในเวลานี้ บรรยากาศรอบตัวกลับพลิกผันจากความตกใจกลายเป็นความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ "คุณควรจะอยู่ปริมณฑลเพื่อตรวจโลเคชั่นกองถ่าย ไม่ใช่มายืนลอยหน้าลอยตาอยู่ในเซฟโซนของผมแบบนี้" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของความยินดีที่เธอกลับมาเร็วกว่ากำหนดอย่างที่ผู้หญิงทั่วไปคาดหวัง มือหนายกขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกอย่างช้าๆ เป็นการระบายความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน "อุ๊ย ตายจริง! พูดจาได้รักษาน้ำใจมากค่ะคุณสถาปนิกผู้รักความสงบ" พราวรุ้งหัวנסในลำคอ ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างจับผิด เดินน่องเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเขาเรื่อยๆ จนแทบจะได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาจากตัวเธอ "ฉันอุตส่าห์เคลียร์คิวแล้วรีบกลับมา เพราะคิดว่าคุณอาจจะเหงาจนบ้านรกไปหมดแล้ว... ที่ไหนได้ เจ้าของบ้านกลับทำหน้ายักษ์ต้อนรับซะงั้น" "บ้านผมรกหรือสะอาด มันก็ไม่ใช่ธุระอะไรที่คุณต้องมาใส่ใจ พราวรุ้ง" ธันวาปรายตามองเอกสารบนโต๊ะเพื่อเลี่ยงการสบตาคู่สวยนั้น ปากหนาเม้มเข้าหากันแน่นอย่างพยายามควบคุมอารมณ์ "กลับไปซะ ไปเคลียร์งานของคุณให้เรียบร้อยแล้วค่อยกลับมาคุยกันในฐานะ 'เพื่อนบ้าน' ตามสัญญา" คำว่า *เพื่อนบ้าน* ถูกเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงที่จงใจเว้นระยะห่าง มันเหมือนมีกำแพงล่องหนกั้นกลางระหว่างเขากับเธอมาโดยตลอด และนั่นแหละคือสิ่งที่พราวรุ้งรู้สึกคาใจมาหลายสัปดาห์ หญิงสาวไม่ยอมถอย เธอก้าวเข้าไปประชิดขอบโต๊ะทำงานจนธันวาต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความจำใจ ดวงตาคมปลาบของธันวาไหววูบไปชั่วขณะเมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายความดื้อรั้นที่เป็นเอกลักษณ์ของพราวรุ้งกำลังท้าทายความอดทนของเขาถึงขีดสุด "เพื่อนบ้านเหรอคะ?" พราวรุ้งทวนคำ เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันอย่างไม่ยอมแพ้ "คนที่เป็นเพื่อนบ้านกันเขาคอยหลบหน้า หลีกเลี่ยงการสบตา และทำตัวเย็นชาใส่กันแบบที่คุณทำอยู่ตลอดเวลาหรือไงคะ ธันวา?" ธันวาชะงักไป ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความคาดคั้น ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากปากของสถาปนิกหนุ่ม มีเพียงสันจมูกโด่งเป็นสันและกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนที่บ่งบอกว่าเขากลังอดกลั้นอย่างหนัก "คุณไม่เข้าใจอะไรหรอก พราวรุ้ง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาในที่สุด มันไม่ใช่เสียงดุดันอย่างเคย แต่กลับเจือไปด้วยความเหนื่อยล้าบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "ถ้าไม่พูดแล้วฉันจะเข้าใจได้ยังไงล่ะคะ?" พราวรุ้งเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความแข็งกร้าวในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความสงสัยใคร่รู้ เมื่อเธอสังเกตเห็นเงาบางอย่างในแววตาของเขา—เงาแห่งความเจ็บปวดที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ความเย็นชา หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบห้องทำงานกว้างขวาง สถาปัตยกรรมทุกชิ้นถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบไร้ที่ติ เหมือนชีวิตของธันวาที่ไม่มีวันยอมให้มีสิ่งใดหลุด 100% จากการควบคุม แต่แล้วสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับกรอบรูปสีดำสนิทที่คว่ำหน้าอยู่บนชั้นหนังสือมุมห้อง มันเป็นกรอบรูปเดียวในห้องที่ผิดแปลกไปจากภาพสถาปัตยกรรมชิ้นอื่นๆ พราวรุ้งขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอยื่นมือออกไปหมายจะหยิบมันขึ้นมาดู "อย่าแตะต้องมัน!" เสียงทวิดังลั่นพร้อมกับร่างสูงที่พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเรียวเอาไว้ทันควัน แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่สัมผัสที่อบอุ่นและร้อนผ่าวจากฝ่ามือของธันวากลับทำให้หัวใจของพราวรุ้งกระตุกวูบอย่างแรง ทั้งคู่สบตากันในระยะประชิด ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันจนสัมผัสได้ ธันวาชะงักไปเมื่อรู้ตัวว่าเผลอแสดงอาการตื่นตระหนกเกินเหตุ เขารีบปล่อยมือออกจากข้อมือเธอราวกับโดนของร้อน พร้อมกับถอยหลังไปหนึ่งก้าว พราวรุ้งลูบข้อมือตัวเองเบาๆ ความตกใจเมื่อครู่ไม่ได้มาจากความกลัว แต่มาจากความรู้สึกบางอย่างที่ส่งผ่านทางสัมผัสนั้น... มือของเขาเย็นเฉียบในตอนแรก แต่กลับสั่นเทาเล็กน้อย "ฉัน... ขอโทษครับ" ธันวาหลบตา พลางหันหลังให้ นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้ชายปากแข็งคนนี้เอ่ยคำว่า 'ขอโทษ' ออกมาอย่างจริงจัง และนั่นทำให้พราวรุ้งยิ่งมั่นใจว่า กำแพงน้ำแข็งที่ธันวาสร้างขึ้นมาไม่ได้มีไว้เพื่อผลักไสคนอื่น แต่มันมีไว้เพื่อป้องกันตัวเองจากอะไรบางอย่างต่างหาก หญิงสาวค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้แผ่นหลังกว้างที่ดูโดดเดี่ยวในความรู้สึกของเธอเวลานี้ น้ำเสียงที่เคยใช้ประชดประชันถูกเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลอย่างที่เจ้าตัวก็ยังแปลกใจ "คุณกลัวอะไรเหรอคะ ธันวา?" ธันวาตัวแข็งทื่อ ไหล่กว้างไหววูบเล็กน้อยยามเมื่อได้ยินคำถามนั้น เขายังคงยืนนิ่งหันหลังให้ โดยไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมา "ที่คุณทำตัวเย็นชา ใส่เกียร์ถอยหลังใส่ฉันตลอดเวลา ทั้งที่บางครั้ง... สายตาของคุณมันฟ้องว่าอยากจะเข้าใกล้มากกว่านั้น" พราวรุ้งก้าวเข้าไปหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเขา ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ "เป็นเพราะเรื่องในอดีตหรือเปล่าคะ? เรื่องที่คุณยังให้อภัยตัวเองไม่ได้" คำพูดของพราวรุ้งราวกับลูกศรที่พุ่งตรงเข้าปักกลางใจดำของสถาปนิกหนุ่ม ธันวาหลับตาลงช้าๆ มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ใต้ซากปรักหักพังของความผิดพลาดในอดีตกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยคำพูดที่เฉียบคมและแม่นยำของหญิงสาว "คุณไม่รู้อะไรเลย พราวรุ้ง..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟัน มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่สะสมมาเนิ่นนาน "ความเย็นชาของผม... มันคือเกราะป้องกันเดียวที่จะไม่ทำให้ใครต้องเจ็บปวดเพราะความประมาทของผมอีก รวม2ถึง... ตัวคุณด้วย" พราวรุ้งนิ่งงัน หัวใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินประโยคที่ซ่อนความหมายลึกซึ้งเกินกว่าที่คาดคิด เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยอะไรบางอย่างเพื่อปลอบประโลมผู้ชายที่แบกโลกไว้ทั้งใบคนนี้ ทว่า... *กริ๊งงงง!* เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นทำลายความเงียบงันและบรรยากาศอันเปราะบางระหว่างคนทั้งสองลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ ธันวาขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ขณะที่พราวรุ้งสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่ธันวาจะทันได้ขยับตัว เสียงเคาะประตูก็ดังตามมาติดๆ พร้อมกับเสียงหวานใสที่คุ้นหูตะโกนเรียกชื่อเจ้าของบ้านจากด้านนอก "พี่ธันวาคะ! เมย์เองค่ะ... เมย์ถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามานะ เพราะเห็นว่าไม่ได้ล็อกบ้าน!" ธันวาเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น ขณะที่พราวรุ้งหันขวับไปมองทางประตูบ้านด้วยแววตาสงสัยระคนตกใจ ก่อนที่ร่างของหญิงสาวแปลกหน้าในชุดเดรสแฟชั่นทันสมัยจะก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องทำงาน และส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้ธันวาโดยไม่สนใจสายตาของพราวรุ้งที่ยืนอยู่ข้างๆ เลยแม้แต่น้อย ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ดรากอนไรเดอร์" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่ที่คุณจะรุกล้ำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%