"ถ้าคุณยังใช้สายตาแบบนั้นมองผลงานของฉันอีกแค่ครั้งเดียว ภัทริน... ฉันจะถือว่าคุณกำลังดูถูกหยาดเหงื่อของคนทั้งสตูดิโอ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราوهاมีดกรีดกระจกดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดของห้องเสื้อปิดตายที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของผ้าไหมราคาแพงและไอน้ำจากเตารีดไอน้ำอุตสาหกรรม เรย์ วรินทรา ไม่ได้ถอนปลายนิ้วเรียวที่สวมถุงมือหนังแกะสีดำออกจากคางของคีย์ทันที เธอยังคงตรึงใบหน้าของบรรณาธิการสาวคนเก่งให้อยู่ในองศาที่บังคับให้ต้องสบตากันอย่างไม่มีทางเลี่ยง
คีย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยเตรียมคำโต้แย้งเผ็ดร้อนไว้เป็นร้อยแปดประการ กลับว่างเปล่าลงเสียดื้อๆ เมื่อความใกล้ชิดนี้มันรุกรานพื้นที่ส่วนตัวมากเกินไป กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมไม้จันทน์หอมกรุ่นจากตัวเรย์ลอยวนอยู่ปลายจมูก ชวนให้หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติ กลับรัวกระหน่ำจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"ฉันไม่ได้ดูถูก..." คีย์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามขยับถอยหลังแต่ติดที่พนักเก้าอี้สำนักงาน "ฉันแค่วิจารณ์ตามเนื้อผ้า ในฐานะบรรณาธิการที่ต้องรับผิดชอบคอลัมน์แฟชั่นเล่มหน้า ชุดนี้มัน... ล้าสมัยเกินไปสำหรับคอนเซ็ปต์ 'Rebellion' ที่เราตกลงกันไว้"
"ล้าสมัย?" มุมปากของดีไซเนอร์สาวกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง แต่กลับทรงพลังจนน่าใจหาย เรย์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนคีย์ต้องเอนหลังหนีอัตโนมัติ "คุณต่างหากที่มองไม่เห็นความงามที่ซ่อนอยู่ใต้ความเรียบง่าย คีย์... บรรณาธิการสมองเพชรอย่างคุณ ใช้แค่วิสัยทัศน์ตลาดล่างมองงานกูตูร์หรือคะ ถึงได้แยกไม่ออกว่าอันไหนคือความคลาสสิกอันเป็นอมตะ กับอันไหนคือกระแสฉาบฉวยที่วันเดียวก็ตาย"
"ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะคะ วรินทรา" คีย์สวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความถือดี เธอยกมือขึ้นปัดปลายนิ้วของเรย์ออกอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นผิดจังหวะไปไกลแล้วก็ตาม "ถ้างานกูตูร์ของคุณมันดีเลิศเลอจนแตะต้องไม่ได้ ทำไมยอดพรีออเดอร์ถึงร่วงลงสิบเปอร์เซ็นต์ในไตรมาสที่ผ่านมาล่ะคะ หรือว่าทิฐitของคุณมันบังตาจนมองไม่เห็นตัวเลขความจริงบนกระดาษ"
บรรยากาศในสตูดิโออุณหภูมิลดฮวบทันที เรย์ชักมือกลับอย่างช้าๆ แววตาสนุกสนานเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ ทายาทห้องเสื้อหรูถอยหลังไปหนึ่งก้าว กอดอกมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาประเมินค่า ราวกับคีย์เป็นเพียงหุ่นลองเสื้อตัวหนึ่งที่เธอมีสิทธิ์จะตัดแต่งพันธุกรรมอย่างไรก็ได้
"ตัวเลขพวกนั้นมันร่วงเพราะรสนิยมของตลาดกำลังต่ำลงต่างหากค่ะ" เรย์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ความถือตัวแผ่ซ่านออกมาจากทุกอณู "และหน้าที่ของนิตยสารคุณ ไม่ใช่การมาสั่งให้ฉันเปลี่ยนงานศิลปะให้กลายเป็นสินค้าโหลๆ เพื่อเอาใจคนอ่านกลุ่มนั้น... หน้าที่ของคุณคือการทำให้คนอ่านฉลาดพอที่จะเข้าใจงานของฉันต่างหาก"
"โอ้โห! นี่หลงตัวเองระดับสิบหรือระดับร้อยคะเนี่ย?" คีย์หัวเราะในลำคออย่างเหลืออด เธอผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะตัวเล็กกว่าอีกฝ่ายเล็กน้อย แต่รัศมีดุดันของบรรณาธิการสาวก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย "ฉันไม่ใช่พีอาร์ส่วนตัวของคุณนะคะที่จะมานั่งอวยงานที่คุณเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่ตั้ง! ถ้าไม่อยากแก้แบบ งั้นก็เชิญเอาชุดพวกนี้ไปใส่ถ่ายแบบเองคนเดียวเถอะค่ะ ฉันไม่เซ็นอนุมัติเด็ดขาด!"
คีย์หมุนตัวเตรียมก้าวเท้าเดินหนີไปยังประตูกระจกฝ้าด้านหน้า เธอหมดความอดทนที่จะต่อปากต่อคำกับดีไซเนอร์เลือดเย็นคนนี้แล้ว ความใกล้ชิดเมื่อครู่มันอันตรายเกินไป อันตรายต่อหัวใจที่เธอพยายามสร้างกำแพงเหล็กกั้นไว้แทบตาย
หมับ!
แรงฉุดที่ข้อแขนทำให้คีย์ต้องสะดุดถอยหลังกลับไป เรย์คว้าข้อมือเธอไว้ด้วยแรงที่ไม่มากไม่น้อย แต่เด็ดขาดพอที่จะหยุดฝีเท้าของเธอได้สนิท คีย์หันขวับกลับมาด้วยความหงุดหงิด ตั้งใจจะเอאะปากด่ากราดชุดใหญ่
"ปล่อยนะ-"
คำพูดทั้งหมดกลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อพบว่าเรย์ไม่ได้ดึงเธอด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างที่คิด ดีไซเนอร์สาวดึงเธอเข้ามาในระยะประชิดอีกครั้ง เรย์ใช้มืออีกข้างคว้าชายผ้าไหมสีดำสนิทบนหุ่นลองเสื้อข้างๆ มาคลุมทับไหล่ของคีย์ไว้หลวมๆ ใบหน้าสวยเฉียบอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ดวงตากลมโตคมกริบมองสำรวจเรือนร่างของบรรณาธิการสาวภายใต้เนื้อผ้าหรูหรานั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"ไหล่แคบเกินไป ช่วงเอวสั้น..." เรย์พึมพำกับตัวเองเบาๆ ราวกับลืมไปแล้วว่าพวกเธือกำลังทะเลาะกันอยู่ "แต่เวลาคุณโมโห... ชุดนี้มันกลับดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ"
คีย์นิ่งง้าง ลมหายใจสะดุดกึก สมองประมวลผลไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของอีกฝ่าย "คุณ... พูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย เรย์?"
"ฉันไม่ได้บ้า" เรย์กระซิบชิดริมหู เสียงนุ่มทุ้มที่ปกติมักจะเย็นชา กลับเจือความแหบพร่าบางเบาที่ทำเอาขนลุกซู่ "ฉันแค่มองเห็นสิ่งที่มันควรจะเป็น... ภัทริน... อยู่เฉยๆ อย่าขยับ"
ปลายนิ้วเรียวที่สวมถุงมือหนังขยับเข้าใกล้ลำคอของคีย์อีกครั้ง คราวนี้เรย์ไม่ได้ทำเพื่อข่มขู่ แต่เธอกำลังเอื้อมไปจัดปกเสื้อสูทเข้ารูปที่คีย์สวมอยู่ให้เข้าที่อย่างพิถีพิถัน ความใส่ใจที่แฝงมากับความเย่อหยิ่งแบบนี้มันช่างเป็นอาวุธที่ร้ายกาจที่สุด คีย์ทำได้เพียงยืนแข็งทื่อ ปล่อยให้หัวใจทรยศเต้นโครมครามจนกลัวว่าเรย์จะได้ยินเสียงมัน
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ทั้งหวานและขมขื่น เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ตามด้วยการบิดลูกบิดอย่างถือวิสาสะ
แกร็ก!
ประตูกระจกบานหรูเปิดผงะออก พร้อมกับร่างระหงของนางแบบสาวเบอร์ต้นของสังกัดที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ายวน โดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต
"พี่เรย์คะ ชุดสำหรับงานพรุ่งนี้เสร็จหรือยังเอ- อุ๊ย..."
นางแบบสาวชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นภาพดีไซเนอร์สาวคนดังและบรรณาธิการสายฟาด ยืนประชิดติดกันในระยะที่แนบชิดเสียจนแทบจะรวมร่างกันอยู่แล้วบนโพเดียมกลางสตูดิโอ
เรย์ชักมือกลับทันทีราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าเรียบเฉยกลับคืนสู่โหมดเย็นชาในเสี้ยววินาที ขณะที่คีย์รีบผลักอกเรย์ออกเบาๆ แล้วก้าวถอยหลังเพื่อสร้างระยะห่าง ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอายที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา
"มีอะไร" เรย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห้วนจัด กลบเกลื่อนความกระดากอายในใจได้อย่างแนบเนียน
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความแซ่บและเคมีที่ชวนใจเต้นแรงในตอนนี้ด้วยนะคะ!
ดีไซเนอร์เลือดเย็นกับบรรณาธิการสายฟาด•ตอนที่ 2
ห้องเสื้อต้องห้าม
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์เลือดเย็นกับบรรณาธิการสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
