แสงไฟแฟลชจากโทรศัพท์มือถือและหน้าจอคอมพิวเตอร์นับร้อยนับพันกำลังกะพริบระรัวอยู่ในโลกดิจิทัล แต่สำหรับ ‘เรย์ วรินทรา’ แล้ว แสงที่เจิดจ้าที่สุดในค่ำคืนนี้ไม่ใช่แสงจากรันเวย์ปารีสแฟชั่นวีคที่เพิ่งจบลงไป หากแต่เป็นแสงสีฟ้าจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือเธอ ที่กำลังเรืองแสงสะท้อนดวงตาสีเข้มคู่สวยให้ลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำสนิทเลื่อนหน้าจอลงอย่างเชื่องช้า ทว่าน้ำหนักการกดบนกระจกเรียบกลับหนักหน่วงรากับต้องการบดขยี้ตัวอักษรแต่ละคำให้แหลกคราบคามือ บทความวิจารณ์แฟชั่นชิ้นล่าสุดถูกตีแผ่หราอยู่บนหน้าแรกของนิตยสารดิจิทัลชื่อดัง พาดหัวข่าวตัวหนาเปรียบเสมือนมีดคมกริบที่กรีดลงบนผลงานหยาดเหงื่อแรงกายตลอดหشกเดือนเต็มของเธอ
*‘Couture หรือ แค่ความเย่อหยิ่ง? เมื่อผลงานชิ้นเอกของ วรินทรา เป็นเพียงภาพสะท้อนของความกลวงโบ๋ในจิตวิญญาณ’*
ชื่อผู้เขียนบทความ: **ภัทริน**
“อวดดี…”
เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงเบอร์กันดีอย่างไม่สบอารมณ์ เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน ผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว… คีย์ ภัทริน บรรณาธิการสาวสายขบถที่คอยตามจิกกัดงานดีไซน์ของเธอราวกับเจ้ากรรมนายเวร ตั้งแต่เธอก้าวขึ้นมานั่งแท่นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของห้องเสื้อวรินทรา โคตูร์ ไม่เคยมีสัปดาห์ไหนที่ผู้หญิงปากร้ายคนนี้จะไม่หาเรื่องหยิบยกผลงานของเธอไปยำเละเทะในคอลัมน์วิจารณ์ แต่ครั้งนี้… มันล้ำเส้นคำว่า ‘วิจารณ์เชิงสร้างสรรค์’ ไปไกลโขแล้ว
ในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยโทนสีโมโนโครมเรียบหรู บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน แต่ทว่าอุณหภูมิรอบตัวเรย์กลับร้อนรุ่มราวกับมีลาวาเดือดพล่านอยู่ภายในอก ความสมบูรณ์แบบที่เธอเทิดทูนถูกเหยียบย่ำด้วยปลายปากกาที่คมกริบราวกับใบมีดโกนของบรรณาธิการสาวคนนั้น
ตัดภาพมาที่สำนักงานกองบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นแถวหน้า บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะคิกคักของทีมงาน แต่ ‘คีย์ ภัทริน’ กลับนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสำนักงานด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินเหตุ มือขวาถือแก้วกาแฟดำอุ่นๆ แก้วโปรด ขณะที่สายตาคมกวาดมองฟีดแบ็กของผู้อ่านที่พุ่งทะยานขึ้นหลักหมื่นแชร์ภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง
“พี่คีย์คะ ยอดวิวพุ่งกระฉูดเลยค่ะคอมเมนต์แตกสนั่นมาก ทีมพีอาร์ของฝั่งคุณเรย์โทรมาหาเลขาฯ ของบก.ใหญ่แล้วด้วยค่ะ เสียงแข็งเชียว สงสัยงานนี้จะโดนใจดำเข้าเต็มเปลาะเลยนะคะ”
น้องฝึกงานสาวเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นปนหวาดหวั่นเล็กน้อย เพราะใครๆ ก็รู้ว่าตระกูลวรินทรามีอิทธิพลในแวดวงไฮโซและวงการแฟชั่นมากแค่ไหน การไปแตะต้อง ‘เจ้าหญิงน้ำแข็ง’ แห่งวงการกูตูร์อย่างเรย์ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินเหยียบหางเสือดาวที่พร้อมจะตะปบให้จมเขี้ยว
คีย์ยกยิ้มมุมปาก เธอดื่มกาแฟอึกหนึ่งอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์และท้าทาย เธอก็แค่นำเสนอความจริงที่คนในวงการนี้พากันหลับหูหลับตาตักตวงคำชมเชย ผลงานของเรย์สวยงามไร้ที่ติก็จริง แต่มันไร้ชีวิตชีวา ไร้ลมหายใจของคนธรรมดา มันเป็นเพียงเสื้อผ้าที่ถูกสร้างมาเพื่อประดับบารมีบนพรมแดง ไม่ใช่เพื่อสวมใส่และขับเน้นจิตวิญญาณของผู้หญิงอย่างแท้จริง
“ปล่อยให้โทรไปเถอะค่ะ” คีย์วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังกระทบเบาๆ “ความจริงมันเจ็บปวดเสมอ และหน้าที่ของบรรณาธิการอย่างฉันก็คือการถอดหน้ากากความสมบูรณ์แบบจอมปลอมนั่นออกให้โลกได้เห็น ถ้าคุณวรินทราจะโกรธจนอกแตกตาย ก็ถือว่าฉันทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมก็แล้วกัน”
ทว่า… ความมั่นอกมั่นใจของคีย์กลับต้องสะดุดกึกลงทันที เมื่อเสียงประตูกระจกห้องทำงานส่วนตัวของเธอถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท และไม่ใช่เสียงเคาะประตูขออนุญาตอย่างที่ควรจะเป็น
ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเข้ามาในห้องด้วยจังหวะก้าวที่หนักแน่น ทรงพลัง และเยือกเย็นจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน กลิ่นน้ำหอมแบรนด์นิชราคาแพงที่ผสมผสานความเย้ายวนและความดุดันลอยมาแตะจมูกก่อนที่เจ้าตัวจะหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเธอ
เรย์ วรินทรา มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว… ด้วยตัวเอง
ดวงตาสีเข้มคู่นั้นไม่ได้มีร่องรอยของความโกรธเกรี้ยวแบบเด็กๆ แต่มันนิ่งสนิท ราวกับผิวน้ำในมหาสมุทรลึกที่ซ่อนคลื่นใต้น้ำอันบ้าคลั่งเอาไว้ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของดีไซเนอร์สาวคนดังนั้นช่างเยียบเย็นเสียจนคนมองรู้สึกสันหลังวาบ
คีย์ชะงักไปชั่วขณะ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อรักษาระดับความมั่น and ท่าทีเหนือกว่า แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งจังหวะอย่างไม่น่าให้อภัย เมื่อเรย์ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอมากขึ้น ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ จนเธอได้กลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
“ปากเก่งเสียจริงนะคะ… คุณภัทริน”
เรย์โน้มตัวลงเล็กน้อย ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบมองตรงเข้าไปในดวงตาของบรรณาธิการสาวราวกับต้องการจะกลืนกินอีกฝ่ายทั้งตัว น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยลอดไรฟันทีละคำอย่างจงใจ
“ในบทความคุณบอกว่างานของฉัน ‘กลวงโบ๋’ งั้นเหรอคะ? งั้นคืนนี้… คุณช่วยมาพิสูจน์ให้ฉันเห็นใกล้ๆ หน่อยไหมล่ะคะว่า ฉันคนนี้… มีจิตวิญญาณที่ว่างเปล่าอย่างที่คุณเขียนจริงๆ หรือเปล่า”
คีย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยเฉียบคมและมีคำตอบโต้เตรียมไว้เป็นร้อยแปดประการ กลับว่างเปล่าลงเสียดื้อๆ เมื่อปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังของเรย์เอื้อมมาแตะเบาๆ ที่คางของเธอ บังคับให้เธอต้องเงยหน้าสบตาโดยไม่มีทางหลบหนี…
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความแซ่บพริกสิบเม็ดในตอนนี้นะคะ
ดีไซเนอร์เลือดเย็นกับบรรณาธิการสายฟาด•ตอนที่ 1
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์เลือดเย็นกับบรรณาธิการสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
