สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู•ตอนที่ 30

บทส่งท้าย: คดีใหม่รออยู่ข้างหน้า

ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดใหม่ผสมผสานกับกลิ่นอายจางๆ ของธูปหอมโบราณ คือเอกลักษณ์ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงของสำนักสักยันต์และสำนักงานนักสืบไสยเวทใต้ถุนอาคารพาณิชย์ย่านเก่าแก่ กรณ์วางแก้วกาแฟเซรามิกสีขาวลงบนโต๊ะไม้สักอย่างเบามือ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นใสจดจ่ออยู่กับหน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ—อินเทอร์เฟซของระบบ *'เนตรวิเคราะห์วิญญาณ'* ที่เวลานี้อัปเกรดจนเสถียรและแสดงผลข้อมูลอย่างแม่นยำ ตัวเลขค่าพลังไสยเวทและสถิติคดีต่างๆ ถูกจัดระเบียบไว้อย่างเป็นระบบ ปราศจากความวุ่นวายเช่นในวันแรกที่เขาได้รับมันมา "นั่งเหม่ออะไรอยู่ครับคุณหมอ หรือว่าติดใจรสชาติกาแฟฝีมือผมจนไม่อยากกลับไปจับมีดผ่าตัดแล้ว" เสียงหวานกังวานแต่เจือด้วยความเย้าแหย่ดังขึ้น อาจารย์รำไพก้าวออกมาจากห้องเก็บตำราโบราณ วันนี้เธอยังคงสวมชุดผ้าไทยประยุกต์สีครามเข้ม ทับด้วยเสื้อคลุมผ้าลินินสีครีม สะท้อนบุคลิกของหมอผีสาวยุคใหม่ที่ทั้งเฉียบขาดและงดงามในเวลาเดียวกัน ในมือเรียวระหงถือแฟ้มเอกสารคดีสุดท้ายที่เพิ่งได้รับการประทับตราอนุมัติปิดแฟ้มจากกองปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ "ผมแค่กำลังทบทวนตัวเองครับอาจารย์" กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนมุมปากของอดีตนักศึกษาแพทย์ผู้ยึดมั่นในตรรกะ "ใครจะไปคิดล่ะครับว่า จากวันแรกที่เราต้องวิ่งหนีผีดิบในโกดังร้าง จนถึงวันนี้... เราไขคดีลี้ลับมาได้ครบสามสิบเคสพอดี" รำไพเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกจำפהที่เธอมักพกติดตัวโชยเข้าจมูก เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทับซ้อนกับกองแฟ้มเก่าๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้าม ดวงตาสุดคมกวาดมองใบหน้าของชายหนุ่มรุ่นน้องด้วยความพึงพอใจ "สามสิบเคส... ฟังดูเหมือนตัวเลขธรรมดา แต่ถ้าแลกมาด้วยการเผชิญหน้ากับอาคมมืด วิญญาณอาฆาต และจิตใจด้านมืดของมนุษย์ มันคือบทเรียนราคาแพงที่ตำราแพทย์เล่มไหนก็สอนคุณไม่ได้หรอกนะครับ กรณ์" "จริงครับ" กรณ์พยักหน้ารับอย่างเห็นพ้อง "ไสยเวทไม่ใช่แค่เรื่องของคาถาอาคมหรือความงมงาย แต่มันคือสะพานเชื่อมระหว่างจิตวิทยา วิทยาศาสตร์ และความเชื่อที่มนุษย์เราสร้างขึ้นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว... และบางครั้ง ก็เพื่อใช้มันทำลายล้างกันเอง" บรรยากาศภายในห้องเงียบลงชั่วขณะ ความอบอุ่นจากแสงแดดยามสายที่สาดส่องผ่านกระจกบานเกล็ดตกกระทบลงบนพื้นไม้ เกิดเป็นละอองฝุ่นทองคำลอยละล่อง เคมีระหว่างอาจารย์สาวผู้ลึกลับกับลูกศิษย์หนุ่มผู้รอบคอบเดินทางมาถึงจุดที่กลมกล่อมและลงตัวที่สุด ความไว้วางใจที่สั่งสมผ่านความเป็นความตายในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ทั้งคู่ไม่ต้องเอ่ยคำพูดมากมายก็รับรู้ถึงความคิดของกันและกันได้เป็นอย่างดี "แล้วหลังจากนี้ล่ะครับอาจารย์" กรณ์เอ่ยถาม ทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง "สำนักงานของเราเป็นที่รู้จักในฐานะทีมสืบสวนไสยเวทอันดับหนึ่งไปเรียบร้อยแล้ว คดีใหญ่ๆ ถูกเคลียร์จนหมดเกลี้ยง... ชีวิตหลังจากนี้ของพวกเรา จะเอายังไงต่อดีครับ" รำไพแย้มยิ้ม มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มลึกลับที่มักทำให้กรณ์ต้องคาดเดาไม่ถูก เธอยื่นมือไปหยิบแก้วกาแฟของตนเองขึ้นจิบเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "คุณคิดว่าโลกใบนี้กว้างแค่ไหนล่ะครับกรณ์... กรุงเทพ ฯ อาจจะสงบสุขชั่วคราว แต่คุณลืมไปแล้วหรือว่า ประเทศไทยของเรามีอาณาเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีรากเหง้าทางไสยเวทโบราณลึกซึ้งแค่ไหน อีกอย่าง..." เธอยเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายระยิบระยับ "ปมในอดีตเกี่ยวกับสำนักอาคมที่สูญหายของฉัน... เรายังไม่ได้เริ่มแกะมันอย่างจริงจังเลยนะครับ" กรณ์นิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความตื่นเต้นที่ถูกจุดประกายอีกครั้ง ความกระหายใคร่รู้ในฐานะนักสืบและผู้ใช้ระบบเนตรวิเคราะห์วิญญาณไม่เคยลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ทว่า ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยคำพูดใดออกมา เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นกังวานในโสตประสาท *ติ๊ง!* ไม่ใช่เสียงจากโทรศัพท์มือถือทั่วไป แต่เป็นเสียงสังเคราะห์อันเป็นเอกลักษณ์ของระบบอินเทอร์เฟซที่เงียบหายไปหลังจากการปิดคดีใหญ่เมื่อวานนี้ กรณ์ชะงัก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าขยายตัวออกโดยอัตโนมัติ ข้อความตัวอักษรสีทองเรืองแสงปรากฏขึ้นทีละบรรทัดด้วยความเร็วสูง ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงาน **[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานไสยเวทระดับ SSS นอกเหนือเขตรับผิดชอบ]** **[พิกัดเป้าหมาย: ชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือ - หุบเขาพญาแถน]** **[รายละเอียดภารกิจใหม่: "คดีปริศนาอเวจีคืนชีพ" - สืบสวนการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของคณะโบราณคดี และค้นหาต้นกำเนิดของอาคมโบราณที่สาบสูญ]** **[เงื่อนไข: จำเป็นต้องปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างผู้ครอบครองเนตรวิเคราะห์วิญญาณและทายาทสายตรงสำนักอาคมโบราณ]** กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตากับอาจารย์รำไพทันที รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทั้งคู่โดยไม่ต้องนัดหมาย รำไพวางแก้วกาแฟลงอย่างช้าๆ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือเรียวจัดเสื้อคลุมให้เข้าที่อย่างเนี้ยบเฉียบ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่น and ทรงเสน่ห์ที่ทำให้กรณ์ต้องอมยิ้มตาม "ดูเหมือนว่า... วันหยุดยาวที่คุณหมอวาดฝันไว้ จะต้องถูกเลื่อนออกไปก่อนแล้วล่ะครับ" กรณ์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาลุกขึ้นยืนหยิบเสื้อแจ็คเก็ตตัวเก่งมาสวมทับ พร้อมกับปรับแว่นตาให้กระชับเข้าที่ ดวงตาคมกريบมองตรงไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นและประกายความตื่นเต้น "ผมไม่เคยคิดจะปฏิเสธการเดินทางร่วมกับอาจารย์อยู่แล้วครับ... ไปลุยกันเถอะครับ" ระบบภารกิจใหม่ส่งเสียงเตือนเบาๆ เป็นสัญญาณย้ำเตือนว่า การผจญภัยครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่และอันตรายกว่าเดิม กำลังรอให้พวกเขาไปค้นหาคำตอบอยู่เบื้องหน้า... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ไขปริศนา และเติบโตไปพร้อมกับคู่หูสายมูของเรานะครับ
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบคดีท้าผีกับพี่สาวสายมู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%