กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับละอองฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย เม็ดฝนสีเทานั้นไม่ได้ชะล้างความโสมมของสงครามออกไป มีแต่จะทำให้ดินโคลนในสนามรบกลายเป็นห้วงเหวลึกที่พร้อมจะดูดกลืนทุกชีวิตลงไปฝังกลบ
"ท่านพี่...?"
ผมครางออกมาเบาๆ ความสับสนพุ่งพล่านในหัวใจ พี่ชายที่ควรจะตายไปตั้งแต่สงครามครั้งก่อน... กลับมาในสภาพของศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของผม
ร่างสูงใหญ่ภายใต้ชุดเกราะสีดำทมิฬที่สะท้อนแสงสายฟ้าแลบแปลบปลาบจากเบื้องบน ไม่ได้ต่างอะไรจากยมทูตที่ก้าวออกมาจากขุมนรก ดวงตาคู่นั้นที่ครั้งหนึ่งเคยอ่อนโยนและใช้มองผมด้วยความห่วงใย บัดนี้กลับว่างเปล่า เย็นชา และถูกครอบงำด้วยพลังงานสีม่วงเข้มของจักรพรรดิมาลอส
"เซน... น้องรักของข้า" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนริมฝีปากของคนที่ผมเรียกว่าพี่ชาย "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการซ่อนตัวอยู่ในอาณาจักรชายขอบนี้ จะทำให้เจ้าหนีพ้นจากเงื้อมมือของโชคชะตาได้?"
รอบตัวเราเวลานี้ อาณาจักรเวทมนตร์เซراتอันเกรียงไกรกำลังล่มสลายลงต่อหน้าต่อตา กำแพงเมืองชั้นนอกที่สร้างด้วยศิลาแกร่งและอาคมป้องกันนับร้อยชั้น บัดนี้พังทลายลงราวกับปราสาททราย เสียงกรีดร้องของประชาชน เสียงคำรามของเครื่องจักรสงคราม และเสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวกลบเสียงฝนจนหมดสิ้น
"ท่านถูกควบคุม..." ผมกัดฟันแน่น มือทั้งสองข้างที่กุมดาบสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความโกรธแค้นที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกทางขั้วหัวใจ "มาลอส... มันทำอะไรกับท่าน!"
"ไม่มีใครควบคุมข้าทั้งนั้น เซน" พี่ชายของผมหัวedเยาะในลำคอ ดาบยักษ์ในมือของเขาตวัดลงกับพื้นจนเกิดประกายไฟสว่างวาบ "นี่คือพลังที่แท้จริง อำนาจที่แท้จริงที่โลกใบนี้มอบให้ผู้ที่แข็งแกร่งพอจะไขว่คว้า... ส่วนเจ้า ก็เป็นได้แค่ไอ้โง่ที่ยึดติดกับอุดมการณ์อันน่าสมเพช!"
ฉับพานร่างนั้นก็หายวับไปจากสายตา!
*เร็วมาก!*
ระบบแจ้งเตือนภายในหัวของผมส่งเสียงร้องเตือนภัยสีแดงฉานถี่รัว ข้อมูลการคำนวณวิถีการโจมตีและความเร็วของเป้าหมายพรั่งพรูเข้ามาในสมองด้วยความเร็วสูง ทักษะการวิเคราะห์เชิงยุทธวิธี (Strategic Analysis - EX) ทำงานเต็มอัตราศึก สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบังคับให้ผมเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายอย่างเฉียดฉิว ลมพายุจากการฟันดาบเมื่อครู่เฉียดแก้มของผมไปจนเกิดแผลถลอกแสบร้อน
*เปรี้ยง!*
พื้นศิลาที่ผมยืนอยู่เมื่อเสี้ยววินาทีមុន แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ แรงอัดกระแทกส่งผลให้แรงสั่นสะเทือนสะท้อนขึ้นมาถึงข้อเท้า เอลาร่าที่อยู่ไม่ไกลนักพยายามจะเข้ามาช่วย แต่ถูกกองทัพเงาของมาลอสสกัดกั้นไว้ด้วยฝูงอสูรกายกลายพันธุ์นับร้อยตัว
"นายท่าน! ถอยออกมาก่อนครับ!" เอลาร่าตะโกนสุดเสียง ท่ามกลางสายฝนที่สาดซัด นางกำลังใช้หอกคู่ใจแทงทะลุร่างของทหารอสูรตัวแล้วตัวเล่า เนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบเลือดและโคลน แว่นตาเหล็กของนางแตกเสียหายไปข้างหนึ่ง แต่แววตายังคงเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้
ผมไม่ได้ถอย... การถอยในสถานการณ์ที่มีแต้มต่อเป็นศูนย์ มีแต่จะนำไปสู่ความตายที่อนาถยิ่งกว่า
ผมกวาดสายตามองภาพรวมของสนามรบด้วยความเย็นชา แม้สถานการณ์จะเลวร้ายจนเกือบพังทลาย อาณาจักรพ่ายแพ้ แนวป้องกันแตกพ่าย และกำลังพลสูญเสียไปมากกว่าเจ็ดส่วน แต่ในฐานะผู้เล่นที่กุมความลับของระบบและโครงสร้างโลกใบนี้ ผมรู้ดีว่ายังมี "จุดตาย" ซ่อนอยู่
ระบบ World-building ของโลกนี้ถูกสร้างขึ้นบนกฎแห่งสมดุลพลังงาน มาลอสไม่สามารถใช้พลังของพี่ชายผมได้เต็ม 100% หากปราศจากการเชื่อมต่อกับ "เสาผนึกมาร" ที่ตั้งอยู่ใจกลางมหาวิหารโบราณ
"เอลาร่า!" ผมตะโกนแข่งกับเสียงฟ้าผ่า "พาหน่วยกล้าตายที่เหลือ ฝ่าแนวรบไปที่มหาวิหาร ทำลายเสาผนึกซะ!"
"แล้วท่านล่ะครับ?" เอลาร่าตวัดหอกปัดป้องการโจมตี พร้อมกับหันมามองผมด้วยความตกใจ "ท่านจะสู้กับคนคนนั้นตามลำพังหรือไง นั่นมันพี่ชายแท้ๆ ของท่านนะ!"
"ถ้าข้าไม่รั้งเขาไว้ พวกเราก็ตายกันหมดที่นี่!" ผมตอบเสียงเฉียบขาด แววตาคมกริบมองไปยังร่างของพี่ชายที่กำลังก้าวเข้ามาหาทีละก้าว "ไปซะ! นี่คือคำสั่ง!"
เอลาร่ากัดฟันกรอด นางรู้ดีว่าไม่มีทางเลือกอื่น นางพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น ก่อนจะตะโกนสั่งการทหารที่เหลือให้พุ่งเป้าไปที่มหาวิหารกลางเมือง
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปราย มีเพียงเสียงหายใจหอบถี่และเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
พี่ชายของผมหยุดยืนอยู่ห่างออกไปเพียงห้าก้าว ดวงตาสสีม่วงเข้มจ้องมองผมด้วยความเหยียดหยาม "คิดจะใช้ลูกไม้น้ำตื้นแบบนั้นซื้อเวลาให้ลูกน้องหนีงั้นรักษ์? น่าสมเพชสิ้นดี เซน เจ้าไม่เคยเปลี่ยนเลย... อ่อนแอ ขี้ขลาด และมักจะเอาคนอื่นมาเป็นโล่กำบังเสมอ"
คำพูดนั้นเสียดแทงลึกลงไปในปมในใจ ความรู้สึกผิดจากการสูญเสียเพื่อนร่วมทีมในอดีตพวยพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง ภาพเหตุการณ์วันที่ผมไม่สามารถปกป้องใครได้เลยไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว สมองของผมตื้อไปชั่วขณะ
แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาจมอยู่กับความอ่อนแอ
ผมหลับตาลงชั่วเสี้ยววินาที รวบรวมสติทั้งหมด ลบเลือนความรู้สึกผิดและความลังเลออกไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความเย็นชาและไร้หัวใจตามแบบฉบับของ "จักรพรรดิไร้บัลลังก์"
เมื่อผมลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงสีทองอ่อนๆ ก็วาบขึ้นในดวงตาทั้งสองข้าง ทักษะลับขั้นสูงสุดที่ถูกปิดผนึกไว้มาตลอดการเดินทาง... ถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกัน
"ท่านพี่... ท่านพูดถูก" ผมเอ่ยเสียงเรียบ ดาบในมือเปล่งประกายออร่าสีดำสนิทผสมผสานกับแสงสีทอง "ข้ามันอ่อนแอ... ในอดีตนะ"
พริบตาเดียว ร่างของผมก็พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง ท่ามกลางเสียงคำรามของฟ้าผ่าที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนแผ่นดิน
*เคร้ง!*
ประกายไฟจากการปะทะของดาบทั้งสองเล่มสว่างวาบท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนที่ฝนตกกระหน่ำ แรงกระแทกจากการชนกันสร้างคลื่นกระแทกจนพื้นดินรอบตัวยุบตัวลงเป็นวงกว้าง แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายออกไปจนทหารรอบข้างต้องทรุดฮวบลงกับพื้น
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ดาบของเรากำลังยื้อยุดกันอยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ผมรอคอยมานานก็ดังขึ้นในหัวอย่างชัดเจน...
[ติ๊ง! เงื่อนไขลับสำเร็จ: ปลดล็อก "เขตแดนแห่งจุดจบ (Domain of the End)"]
[คำเตือน: ตรวจพบพลังงานแปลกปลอมระดับ SSS กำลังแทรกแซงพิกัดปัจจุบัน]
[...ตรวจพบการตื่น 0.00% ของ "บรรพบุรุษแห่งความมืด" ที่หลับใหลอยู่ใต้รากฐานมหาวิหาร... และมันกำลังลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว]
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับกลยุทธ์ของเซนในตอนนี้นะครับ
จักรพรรดิไร้บัลลังก์: กลยุทธ์ยึดครองโลกต่างมิติ•ตอนที่ 34
วันฝนตก
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิไร้บัลลังก์: กลยุทธ์ยึดครองโลกต่างมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!