“หากเจ้ายังยึดติดกับตัวตนเดิม กระบี่วิปลาสเล่มนี้จะกลายเป็นโซ่ตรวนที่ลากเจ้าลงสู่ขุมนรกที่ไม่มีวันได้ผุดได้เกิด!”
เสียงของมู่หรงเซวี่ยเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันตฤดู นางยืนอยู่ห่างออกไปสามจ้าง จ้องมองหลี่เฟยเทียนที่กำลังคุกเข่าอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงสีเลือดที่พวยพุ่งขึ้นจากร่างของเขา กระบี่วิปลาสในมือเขาสั่นระริก เสียงหวีดหวิวของวิญญาณนับพันที่ถูกจองจำในคมดาบแผดร้องโหยหวนจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
หลี่เฟยเทียนไม่ได้เงยหน้าขึ้น ความเจ็บปวดจากการทะลวงจุดชีพจรสุดท้ายรุนแรงราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้าไปในไขกระดูก เส้นเลือดทั่วร่างปูดโปนเป็นสีดำคล้ำ แต่เขากลับแสยะยิ้มที่มุมปาก เลือดสีแดงฉานไหลรินจากมุมปากหยดลงบนพื้นหินจนเกิดเสียง ‘ฉ่า’ เหมือนกรดเข้มข้น
“ตัวตนเดิมหรือ?” หลี่เฟยเทียนแค่นเสียงหัวเราะอย่างเหยียดหยาม “ในยุทธภพที่เต็มไปด้วยคนหลอกลวง ความดีงามจอมปลอมที่พวกมันยัดเยียดให้ข้า... ข้าได้ฝังมันลงดินไปนานแล้วเซวี่ยเอ๋อร์ เจ้ามองดูให้ดีเถิด วันนี้ข้าจะก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่าง ‘เซียน’ กับ ‘มาร’ ด้วยวิถีกระบี่ที่ไม่มีใครในใต้หล้าเคยสัมผัส!”
เขาสะบัดมือขวา กระบี่วิปลาสพุ่งทะยานขึ้นสู่กลางอากาศ เปลวเพลิงสีเลือดที่ห่อหุ้มร่างเขาเริ่มดูดกลืนกระแสปราณจากหุบเขาหมื่นบุปผา พายุหมุนปราณสีม่วงดำก่อตัวขึ้นอย่างบ้าคลั่ง มู่หรงเซวี่ยขมวดคิ้วแน่น มือเรียวบางของนางขยับหมายจะกางม่านพลังคุ้มกัน แต่ทว่า... แรงกดดันจากวิชาที่หลี่เฟยเทียนกำลังบรรลุนั้นกลับหนักอึ้งราวกับขุนเขาพันลูกกดทับลงมา ทำให้นางถึงกับเข่าอ่อนจนต้องใช้กระบี่ค้ำยันพื้นไว้
“เจ้ากำลังฝืนลิขิตฟ้า... เจ้าจะทำลายแม้กระทั่งหัวใจของตนเองหรือ!” นางตะโกนผ่านเสียงคำรามของพายุปราณ
หลี่เฟยเทียนค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืน ดวงตาของเขาทอประกายสีทองตัดกับไอปีศาจที่แผ่ออกมาจากร่างอย่างน่าสะพรึงกลัว บัดนี้ร่างกายของเขาไม่ได้เป็นเพียงมนุษย์เดินดินอีกต่อไป เส้นชีพจรในตัวไหลเวียนพลังหยินหยางที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ เขากำลังเข้าสู่ภาวะ ‘ไร้ขีดจำกัด’ ที่ตำราโบราณกล่าวขานว่าเป็นจุดจบของนักสู้
“เซวี่ยเอ๋อร์ สิ่งที่ข้าต้องการไม่ใช่พลังเพื่อปกครองโลกหล้า แต่คืออิสระ... อิสระที่จะกอดเจ้าไว้โดยไม่ต้องกลัวว่าวิชามารนี้จะกัดกินตัวข้าจนเหลือเพียงซาก!”
เขาสะบัดมือเรียกกระบี่วิปลาสกลับมาสู่กำมือ เสียงโลหะปะทะอากาศดังสนั่นราวกับเสียงฟ้าร้องคำรามจากสรวงสวรรค์ พลังปราณที่รวบรวมไว้ถูกปลดปล่อยออกมาระลอกหนึ่ง กวาดล้างก้อนหินและต้นไม้รอบข้างจนกลายเป็นผงธุลี มู่หรงเซวี่ยจ้องมองเขาด้วยแววตาที่สั่นไหว ความเย็นชาที่นางพยายามสร้างขึ้นพังทลายลงในพริบตา เมื่อเห็นแววตาที่เด็ดเดี่ยวแต่เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนของบุรุษตรงหน้า
หลี่เฟยเทียนสะบัดกระบี่เป็นวงกว้าง ท้องฟ้ายามราตรีที่ควรจะมืดมิดกลับสว่างวาบด้วยประกายกระบี่สีทองขาวพุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ทะลวงม่านเมฆหนาทึบจนเห็นแสงดาวดารดาษที่เงียบงัน นั่นคือวิถีแห่งการบรรลุ... เขาไม่ได้พ่ายแพ้ต่อมารร้ายในใจ แต่เขาใช้มารร้ายนั้นเป็นเชื้อเพลิงในการเผาผลาญขีดจำกัดของมนุษย์ให้มอดไหม้ไป
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทว่าท่ามกลางความสงบนั้น เงาร่างหนึ่งที่เร้นกายอยู่ในเงามืดมานานนับชั่วยามกลับก้าวออกมา ผู้อาวุโสชุดขาวผู้มีใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันแก่กล้า ปรากฏตัวขึ้นเหนือยอดเขา
“หลี่เฟยเทียน... การบรรลุของเจ้านับว่าเกินคาดหมายนัก” ชายชรากล่าวพลางค่อยๆ ชักกระบี่สีครามออกมา “แต่ในเมื่อเจ้าเลือกเดินบนเส้นทางสายมืด ข้าในฐานะผู้พิทักษ์แห่งสำนักเทวะย่อมไม่อาจปล่อยให้ปีศาจเช่นเจ้ามีชีวิตอยู่รอดไปทำลายสมดุลของแผ่นดินได้”
หลี่เฟยเทียนหันไปมอง พร้อมกับรอยยิ้มที่เย็นเยือกดุจใบมีดโกน เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินที่กำลังแตกร้าวรอบตัวเขา “ผู้พิทักษ์รึ? ข้าไม่ได้ถามหาความยุติธรรมจากพวกเจ้ามานานแล้ว”
เขากระชับกระบี่วิปลาสในมือแน่น เสียงฟ้าร้องคำรามสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนฟ้า พร้อมกับกระแสปราณมหาศาลที่ระเบิดออกมารอบตัวจนหินรอบข้างแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ทันใดนั้น เงาร่างของชายชราพุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาดในขณะที่หลี่เฟยเทียนกำลังจะก้าวเท้าเข้าสู่การต่อสู้ที่ไม่อาจหวนกลับ
จังหวะที่คมกระบี่ของทั้งคู่กำลังจะปะทะกัน ความจริงบางอย่างที่เก็บงำมานานนับสิบปีก็ถูกเอ่ยออกมาจากปากของชายชราผู้บุกรุก...
“แท้จริงแล้ว... ผู้อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของสำนักมู่หรง ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือบิดาผู้ให้กำเนิดเจ้าที่เจ้าเทิดทูนนักหนานั่นเอง!”
ความเคลื่อนไหวของหลี่เฟยเทียนชะงักงันลงชั่วขณะ กระบี่วิปลาสที่ควรจะฟาดฟันกลับหยุดค้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของสายลมที่เปลี่ยนไป...
ชีวิตคือการต่อสู้ที่ไม่มีวันจบสิ้น ขอให้ทุกท่านจงยึดมั่นในวิถีของตนและอย่าได้หวั่นเกรงต่อโชคชะตาจนกว่าจะถึงบรรทัดสุดท้ายนะครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม
กระบี่วิปลาสประหารเทพ กับวิญญาณเซียนผู้โดดเดี่ยว•ตอนที่ 24
ตื่นขึ้นจากฝันร้าย
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสประหารเทพ กับวิญญาณเซียนผู้โดดเดี่ยว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!