กระบี่วิปลาสประหารเทพ กับวิญญาณเซียนผู้โดดเดี่ยว•ตอนที่ 23

มู่หรงเซวี่ยเดิมพันด้วยชีวิต

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
กระอัก! โลหิตสีดำคล้ำพุ่งทะลักออกจากริมฝีปากของหลี่เฟยเทียน ราวกับทานตะวันสีชาดที่เบ่งบานท่ามกลางความมืดมิด หยดลงบนพื้นหินศิลาโบราณจนเกิดเสียงฟู่และไอความร้อนพวยพุ่ง ปราณมารสีโลหิตที่เคยหมุนวนรอบกายอย่างดุร้าย บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นพายุเพลิงทมิฬที่แผดเผาเส้นชีพจรและจุดตันเถียนของเขาจากภายใน ทัณฑ์สวรรค์เมื่อครั้งศึกคราวก่อนไม่ได้สลายหายไป หากแต่มันแทรกซึมลึกเข้าสู่กระดูกไขสันหลัง รอเวลาแผดเผาทำลายล้างเมื่อพลังจิตใจของเขาอ่อนล้า ดวงตาของยอดฝีมือพเนจรผู้ทะนงตนเริ่มแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโปนตามขมับและลำคอราวกับหนอนพิษดิ้นพล่าน ความเจ็บปวดระดับที่ฉีกกระชากวิญญาณเป็นเสี่ยงๆ กำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเขา หลี่เฟยเทียนกัดฟันแน่นจนหินกรวดในมือแหลกละเอียดเป็นผุยผง เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป วิญญาณของเขาจะต้องแตกสลาย และร่างนี้จะกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดแห่งเพลิงมารอย่างแน่นอน "อย่าได้คิดยอมแพ้เด็ดขาด... หลี่เฟยเทียน เจ้าคือผู้ที่เหยียบย่ำแม้กระทั่งกฏเกณฑ์แห่งฟ้าดิน เหตุใดจึงมาพ่ายแพ้ให้กับมารในใจตนเองเช่นนี้!" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งจากห้วงลึกแห่งเหมันต์ดังขึ้น ท่ามกลางความโกลาหลของปราณที่บ้าคลั่ง ร่างบอบบางในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างไม่ลังเล มู่หรงเซวี่ย นางเซียนผู้เยือกเย็นและปิดกั้นหัวใจจากโลกหล้า บัดนี้แววตาคู่นั้นกลับสั่นระริกด้วยความห่วงใยที่ไม่อาจปิดบัง "เซวี่ยเอ๋อร์... ถอยไป..." หลี่เฟยเทียนเค้นเสียงผ่านไรฟันที่ขบเข้าหากันแน่น ปราณมารรอบกายแผ่พุ่งเป็นคมมีดอากาศนับพันเลนที่พร้อมจะฉีกร่างทุกสิ่งที่เข้าใกล้ "ธาตุไฟขั้นนี้รุนแรงเกินไป เจ้าจะพลอยได้รับบาดเจ็บสาหัสไปด้วย!" "ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น" นางเอ่ยตอบเสียงเรียบ ทว่ามั่นคงดั่งขุนเขา ท่าทีเย็นชาที่เคยมีมลายหายสิ้น เหลือเพียงความเด็ดเดี่ยวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อบุรุษในดวงใจ มู่หรงเซวี่ยทรุดกายลงนั่งขัดสมาธิเบื้องหน้าเขา ฝ่ามือเรียวดุจหยกขาวทั้งสองข้างประกบเข้าที่แผ่นหลังอันร้อนระอุของหลี่เฟยเทียนทันที นางถ่ายทอด 'เคล็ดวิชาเหมันต์นิรันดร์' ซึ่งเป็นวิชาชีพก้นหีบของหุบเขาหมื่นบุปผาเข้าสู่ร่างของเขาอย่างไม่เสียดายพลังชีวิต ฟู่! ทันทีที่ไอเย็นบริสุทธิ์ปะทะเข้ากับเปลวเพลิงทมิฬ เสียงราวกับน้ำเดือดราดลงบนเหล็กแดงก็ดังสนั่นหวั่นไหว ไอสีขาวพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภา ร่างของมู่หรงเซวี่ยสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ใบหน้าที่เคยงดงามราวภาพวาดกลับซีดเผือดไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผมและหน้าผาก ทว่าฝ่ามือของนางยังคงแนบแน่นมั่นคง ไม่ยอมถอยร่นแม้แต่กระเบียดนิ้ว "เจ้า... เจ้ากำลังทำบ้าอะไร..." หลี่เฟยเทียนรู้สึกได้ว่าพลังชีวิตของนางกำลังไหลทะลักเข้ามาเพื่อกดขี่เพลิงมารในร่างเขา หัวใจของเขารู้สึกปวดร้าวลึกซึ้งยิ่งกว่าความเจ็บปวดทางกาย "การทำเช่นนี้... เจ้าจะสูญเสียตบะบำเพ็ญมาตลอดชีวิต หรืออาจถึงขั้น... ดับสูญ!" "หากเจ้าต้องตาย ข้าจะอยู่ไปเพื่อผู้ใดเล่า?" มู่หรงเซวี่ยกล่าวเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบแห่งสายลม ทว่าดังก้องกังวานในหัวใจของยอดฝีมือหนุ่ม "หลี่เฟยเทียน ท่านคือกระบี่ที่คอยปกป้องโลกหล้า... แต่ในยามที่กระบี่เล่มนี้หักสลาย ข้าจะเป็นฝักกระบี่ที่จะโอบอุ้มเศษเสี้ยววิญญาณของท่านไว้เอง... จงรับเอาพลังของข้าไป!" สิ้นคำพูดของนาง เคล็ดวิชาเหมันต์ก็ระเบิดออกอย่างเต็มกำลัง แสงสีฟ้าครามเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกเมฆหมอกทมิฬของทัณฑ์สวรรค์ให้แยกออกเป็นสองส่วน ความเย็นยะเยือกเข้าแช่แข็งเส้นชีพจรที่กำลังลุกไหม้ของหลี่เฟยเทียนทีละน้อย แม้กระบวนการนี้จะสร้างความเจ็บปวดเจียนตายแก่ทั้งสองฝ่ายราวกับถูกคมมีดนับหมื่นกรีดแท้งลึกถึงกระดูก แต่มู่หรงเซวี่ยไม่เคยส่งเสียงร้องคร่ำครวญออกมาแม้แต่แอะเดียว นางใช้เพียงพลังจิตอันแข็งแกร่งดุจหินผาต้านทานความบ้าคลั่งของปราณมารร่วมกับเขา เวลาผ่านไปเนิ่นนานราวกับชั่วนิรันดร์... เพลิงทมิฬที่เคยโหมกระหน่ำเริ่มสงบลงทีละน้อย ความร้อนระอุถูกแทนที่ด้วยความเย็นสบายที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง หลี่เฟยเทียนลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาสสีแดงฉานค่อยๆ กลับคืนสู่ประกายคมกลาสดั่งกระบี่โบราณ ทว่าเมื่อเขามองไปยังสตรีเบื้องหน้า หัวใจของเขากลับหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม มู่หรงเซวี่ยสำลักโลหิตสีแดงสดออกมาคำใหญ่ ร่างกายของนางอ่อนปวกเปียกราวกับไร้กระดูก ดวงตาดอกท้อที่เคยเปล่งประกายเจิดจ้าบัดนี้หรี่ลงโรยรา ไอเย็นรอบตัวนางมลายหายสิ้น เหลือเพียงความหนาวเหน็บแห่งความตายที่คืบคลานเข้ามาเยือน "เซวี่ยเอ๋อร์!" หลี่เฟยเทียนพุ่งเข้าไปคว้าตัวนางเข้าสู่อ้อมกอด สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบที่แผ่ออกจากร่างของสตรีในดวงใจ มือหนาสั่นเทาขณะถ่ายทอดปราณทิพย์บริสุทธิ์เพื่อรักษาชีพจรที่ใกล้จะขาดรẫนของนาง "เจ้าโง่... เหตุใดจึงทำถึงเพียงนี้!" มู่หรงเซวี่ยแย้มสร้อยยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่หลี่เฟยเทียนเคยเห็นมาในชีวิต เป็นความงดงามที่แลกมาด้วยหยาดเลือดและลมหายใจที่รวยริน นางยกมืออันสั่นเทาขึ้นสัมผัสแก้มสากของเขาแผ่วเบา "ข้า... ไม่เคยเสียใจ..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบาราวกับลมหายใจสุดท้าย "ท่านปลอดภัย... ก็เพียงพอแล้ว..." ทว่า ในวินาทีที่หลี่เฟยเทียนกำลังจะทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อยื้อชีวิตนางไว้นั้นเอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขากลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินแยก ท้องฟ้าที่เพิ่งสงบลงกลับมืดครึ้มลงอีกครั้งด้วยปราณกระบี่สีทองอร่ามที่กดทับลงมาจากเบื้องบน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยียบเย็นก้องกังวานดุจฟ้าผ่าที่ดังทะลุผ่านมิติเข้ามา "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพความรักที่น่าประทับใจยิ่งนัก ยอดฝีมือหลี่เฟยเทียนผู้ยิ่งใหญ่ บัดนี้กลับต้องกลายเป็นสุนัขจนตรอกเพราะสตรีผู้หนึ่ง!" เงาร่างสีทองในชุดนักพรตโบราณก้าวออกมาจากรอยแยกแห่งมิติ รัศมีพลังกดดันระดับเซียนขั้นสมบูรณ์แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วสารทิศ ในมือของมันถือกระบี่โบราณที่สลักลวดลายมังกรสวรรค์ ซึ่งแผ่ไอสังหารรุนแรงจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว หลี่เฟยเทียนค่อยๆ วางมู่หรงเซวี่ยลงอย่างทะนุถนอม สายตาที่เคยว้าวุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันถึงขีดสุด เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่เก่าคร่ำคร่าข้างกายที่สงบนิ่งมานาน ดวงตาทมึนทะผานจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยจิตสังหารที่แผ่พุ่งจนฟ้าดินต้องสั่นสะท้าน เขากล่าวลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงในพริบตา "หากวันนี้... มีใครกล้าแตะต้องนางแม้แต่ปลายเส้นผม..." "...ข้าจะใช้กระบี่ในมือนี้ ส่งพวกมันลงสู่ขุมนรกโลกันต์ให้หมดสิ้น!" --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกันนะครับ หากชีวิตคือการต่อสู้ ขอให้ทุกท่านจงมีกระบี่ที่คมกล้าและหัวใจที่ไม่ยอมแพ้เช่นเดียวกับหลี่เฟยเทียนครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสประหารเทพ กับวิญญาณเซียนผู้โดดเดี่ยว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%