เศษกระจกนิกร20มิลลิเมตรนับพันชิ้นร่วงหล่นราวกับหิมะสีเงินท่ามกลางแสงไฟนีออนของใจกลางมหานคร แรงลมมหาศาลจากใบพัดเฮลิคอปเตอร์รบทางยุทธวิธีรุ่นล่าสุดพัดกระโชกจนเอกสารบนโต๊ะประชุมสั่นไหว เสียงคำรามก้องของเครื่องยนต์กลบเสียงลมหายใจของทุกคนในห้องจนหมดสิ้น ทว่าท่ามกลางความโกลาหลที่เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้น รินทร์กลับไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง สายตาคมกริบทอดมองร่างเงาดำสวมชุดยุทธวิธีคอมมานโดที่โรยตัวลงมาผ่านช่องกระจกที่แตกละเอียดอย่างใจเย็น
ปัง! เสียงรองเท้าคอมมานโดกระแทกพื้นห้องประชุมชั้นบนสุดดังสนั่น เงาดำร่างหนึ่งก้าวออกมาจากกลุ่มควันและเศษซากปรักหักพัง มันคือหัวหน้าหน่วยรบรับจ้างที่ก้องเกียรติจ้างมาด้วยเม็ดเงินมหาศาลเพื่อปิดบัญชีในคืนนี้
"เป้าหมายอยู่ตรงนั้น! จัดการเก็บกวาดให้เรียบตามคำสั่งของคุณก้องเกียรติ!" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าตะโกนสั่งการ พร้อมกับเงาดำอีกเกือบยี่สิบนายที่ยกปืนไรเฟิลจู่โจมติดลำกล้องเก็บเสียงขึ้นเล็งตรงมาที่รินทร์และมินตราทันที
มินตราหน้าถอดสี ร่างบางสะดุ้งสุดตัวด้วยความตื่นกลัว มือเรียวสั่นเทาเผลอคว้าชายเสื้อสูทของรินทร์ไว้แน่น ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นต่อความตายที่อยู่ตรงหน้า เธอยังจำได้ดีถึงวันที่พวกเขายังกัดก้อนเกลือกินด้วยกัน วันนี้ที่เขากลายเป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล เธอกลับต้องมาเห็นเขายืนอยู่ท่ามกลางปากกระบอกปืนนับสิบ
"รินทร์... ระวังค่ะ... เอ๊ย ระวังครับ!" มินตราเกือบหลุดปากคำเดิมด้วยความเคยชิน แต่เธอก็รีบเปลี่ยนคำพูดทันทีเมื่อตระหนักถึงสถานการณ์ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านด้วยความกลัวไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่กลัวว่าชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจคนนี้จะเป็นอันตราย
รินทร์หันกลับมามองหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างกาย แววตาที่เคยเยือกเย็นและดุดันยามมองศัตรูแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นล้ำลึกอย่างรวดเร็ว เขายกมือขึ้นสัมผัสแก้มเนียนนุ่มเบาๆ อย่างทะนุถนอม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ไม่ต้องกลัวหรอกครับ มินตรา... ในโลกใบนี้ ไม่มีใครหน้าไหนพรากคุณไปจากผมได้ แม้แต่ความตายก็ไม่มีสิทธิ์" เสียงทุ้มต่ำของรินทร์นุ่มนวลและหนักแน่นราวกับคำประกาศิต มันไม่ใช่การปลอบใจ แต่คือคำสัญญาจากชายผู้ถือครองอำนาจที่แท้จริง
ทันใดนั้น รินทร์ก็ปรายตามองไปยังกลุ่มมือปืนรับจ้างด้วยแววตาเยียบเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก เขายกมือซ้ายขึ้นช้าๆ แล้วดีดนิ้วเสียงดังสนั่น
แปะ!
กริ๊ก... ครืดดด!
เสียงกลไกโลหะขนาดมหึมาดังขึ้นจากพื้นห้องประชุม พื้นที่เคยเป็นกระเบื้องเคลือบราคาแพงเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นป้อมปืนกลอัตโนมัติอัจฉริยะระบบ AI ที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นห้องถึงแปดกระบอก ลำกล้องปืนสีดำสนิทหันเข้าหาหน่วยคอมมานโดทั้งหมดในพริบตา แสงเลเซอร์สีแดงฉานนับร้อยเส้นทาบทับอยู่บนหน้าอกของพวกมัน
"อะ... อะไรกันวะ?!" หัวหน้าหน่วยคอมมานโดหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับเทคโนโลยีการรบที่ล้ำหน้ากว่าพวกมันหลายเท่าตัว
"ยินดีต้อนรับสู่สุสานส่วนตัวของผมครับ" รินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าเย็นเยียบจนน่าขนลุก "ระบบป้องกันภัยระดับทหารสูงสุด... ทำลายเป้าหมายให้สิ้นซาก"
แทบจะทันทีที่สิ้นเสียงคำสั่ง กระสุนเจาะเกราะนับพันนัดก็พรั่งพรูออกจากลำกล้องปืนกลอัตโนมัติเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า แรงปะทะอันมหาศาลกวาดล้างกลุ่มมือปืนรับจ้างจนกระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมผนังห้องกระจกที่แตกเสียหาย เศษชิ้นส่วนอุปกรณ์ยุทธวิธีหล่นระเกะระラค ทว่าไม่มีกระสุนแม้แต่นัดเดียวที่เฉียดเข้าใกล้รัศมีของรินทร์และมินตราเลยแม้แต่น้อย
มินตราหลับตาปี๋ซบหน้าลงกับอกแผงอกกว้างของรินทร์ เสียงระเบิดและเสียงกรีดร้องของเหล่ามือปืนดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท แต่ความอบอุ่นและอ้อมกอดที่มั่นคงของชายหนุ่มทำให้เธรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด
เมื่อควันจางลง ห้องประชุมหรูหราก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงร่างไร้ลมหายใจของหน่วยคอมมานโดที่นอนเกลื่อนกลาด กองเลือดสีแดงไหลนองพื้นตัดกับแสงไฟนีออนของเมืองหลวง
รินทร์ไม่แม้แต่จะชายตามองซากศพเหล่านั้น เขาก้มลงมองมินตราที่ยังคงตัวสั่นเทาเล็กน้อยในอ้อมแขน เขายกมือขึ้นโอบไหล่บางอย่างอ่อนโยน ก่อนจะพาเธอเดินผ่านกองเลือดไปยังโต๊ะทำงานประธานบริหารตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่ลึกลงไปอีกมุมหนึ่งของห้อง
ก้องเกียรติที่แอบซุ่มดูสถานการณ์ผ่านจอมอนิเตอร์สำรองจากชั้นล่างสุด ถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวอย่างขีดสุด ดวงตาเบิกโพลงจ้องมองภาพบนจอด้วยความไม่อยากจะเชื่อ สายตานั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง มือไม้สั่นเทาจนทำสมาร์ตโฟนราคาแพงร่วงหล่นลงพื้น
"เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! มันเป็นแค่ไอ้จนตรอกไม่ใช่เหรอวะ ทำไม... ทำไมมันถึงมีกองกำลังระดับนี้ได้!" ก้องเกียรติสบถออกมาด้วยความคลุ้มคลั่ง สติสัมปชัญญะของเขาพังทลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ
บนชั้นบนสุด รินทร์ผายมือเชิญให้มินตรานั่งลงบนเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิทตัวใหญ่ที่สุดในห้อง ซึ่งเป็นเก้าอี้ประจำตำแหน่งประธานบริหารสูงสุดของกลุ่มบริษัทในเครือทั้งหมด
มินตรามองเก้าอี้ตัวนั้นสลับกับใบหน้าของรินทร์ด้วยความประหลาดใจ ดวงตาคู่สวยฉายแววไม่เข้าใจ "รินทร์คะ... นี่มันหมายความว่ายังไง ทำไมคุณถึงให้ฉัน..."
"จากวินาทีนี้เป็นต้นไป อาณาจักรทั้งหมดที่ผมสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและเงินตรานับแสนล้าน... จะอยู่ภายใต้การปกครองของคุณครับ มินตรา" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลจริงจัง เขาย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าเธอ มือข้างหนึ่งหยิบแฟ้มเอกสารสีทองคำแท้ขึ้นมาเปิดออก เผยให้เห็นสัญญาการโอนหุ้นร้อยเปอร์เซ็นต์และอำนาจสิทธิ์ขาดทั้งหมดในฐานะ "ประธานบริหารสูงสุด"
มินตราปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งใจ เธอมองหน้าชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยทอดทิ้งเธอแม้ในวันที่ยากลำบากที่สุด และในวันนี้เขากลับสนอavความไว้วางใจสูงสุดให้อย่างไม่มีเงื่อนไข
"รินทร์... ฉัน... ฉันไม่รู้จะพูดอะไรเลยค่ะ..." เสียงของเธอสั่นเครือ ความรู้สึกอัดแน่นอยู่ในอก ทั้งความรัก ความตื้นตัน และความเคารพที่มีต่อผู้ชายคนนี้
"ไม่ต้องพูดอะไรหรอกครับ... แค่รับมันไว้ และยืนเคียงข้างผมในฐานะราชนีของอาณาจักรนี้ก็พอ" รินทร์กล่าวรอยยิ้มละมุน ก่อนจะหยิบปากกาหมึกซึมด้ามทองคำยื่นให้เธอ
มินตราบรรจงจรดปลายปากกาลงบนกระดาษเอกสาร ทันทีที่ลายเซ็นของเธอถูกเขียนลงไปจนเสร็จสิ้น เสียงระบบแจ้งเตือนก้องกังวานในหัวของรินทร์ทันที
[ติ๊ง! ภารกิจมอบอำนาจสูงสุดให้คู่ชีวิตสำเร็จลุล้ำ เลเวลระบบอัปเกรดสู่ขั้นสูงสุด: 'ผู้ครอบครองจักรวาลเงินตรา']
[ปลดล็อกสิทธิ์ขาดเบ็ดเสร็จ: ทรัพย์สินของศัตรูทั้งหมดถูกโอนเข้าสู่บัญชีกลางโดยอัตโนมัติ]
รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขายื่นมือไปกุมมือของมินตราให้ลุกขึ้นยืนเคียงข้างกันที่หน้าต่างบานใหญ่ที่เพิ่งถูกทำลายลง สายลมยามค่ำคืนพัดตีปะทะใบหน้าของทั้งคู่ เบื้องล่างคือแสงไฟนับล้านดวงของมหaนครที่ยอมจำนนอยู่ใต้แทบเท้าของพวกเขา
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังโรแมนติกและเปี่ยมไปด้วยอำนาจนั้น จู่ๆ หน้าจอสมาร์ตโฟนส่วนตัวของรินทร์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นครืนขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกปลอม
รินทร์ปรายตามองหน้าจอที่แสดงชื่อผู้โทรเข้า มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่มินตราเคยเห็นมา
บนหน้าจอนั้นปรากฏข้อความสั้นๆ พร้อมกับภาพวิดีโอคอลจากบุคคลที่พวกเขาคาดไม่ถึงที่สุดกำลังเชื่อมต่อเข้ามา...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เงาฮันเตอร์ไร้เงา" เสมอมานะครับ
ระบบเปย์เงินร้อยล้าน: เมื่ออดีตคนจนกลายเป็นเจ้าพ่อ•ตอนที่ 22
ชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเปย์เงินร้อยล้าน: เมื่ออดีตคนจนกลายเป็นเจ้าพ่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!