หน้าจอเทรดหุ้นดิจิทัลขนาดมหึมาบนผนังห้องกระจกใสชั้นเพนต์เฮ้าส์ระฟ้ากำลังกะพริบเป็นสีแดงฉาน กราฟแท่งเทียนดิ่งพสุธาลากยาวลงเบื้องล่างราวกับน้ำตกที่ไหลเชี่ยวกราก เสียงแจ้งเตือนของระบบวิเคราะห์ตลาดดังระรัวจนแทบกลายเป็นเสียงเดียวกัน ทุกตัวเลขที่ร่วงหล่นคือมูลค่ามหาศาลที่ละลายหายไปในอากาศ และทุกวินาทีที่ผ่านพ้นไปคือลมหายใจที่ถูกบีบให้แคบลงเรื่อย ๆ ของตระกูลพงศกร
"มันเกิดบ้าอะไรขึ้นวะ!"
เสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดดังลั่นห้องทำงานหรู พงศกรปัดแก้วกาแฟราคาแพงจนตกลงมาแตกกระจายบนพื้นพรมขนสัตว์หนานุ่ม เศษกระเบื้องและของเหลวสีเข้มกระจายเกลื่อน แต่เขาไม่มีเวลามาสนใจมัน ดวงตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองบัดนี้มีเส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำปูดโปน ใบหน้าซีดเผือดขณะจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงสถานะหุ้นของบริษัทในเครือพงศกรกรุ๊ป กำลังถูกเทขายอย่างหนักหน่วงด้วยปริมาณมหาศาลที่มนุษย์ธรรมดาไม่น่าจะถือครองได้
คำสั่งขายล็อตใหญ่ระดับหลายร้อยล้านหุ้นไหลทะลักเข้ามาทุก ๆ สามวินาที แรงรับจากฝั่งซื้อแทบจะไม่มีเหลือ รั้วกำแพงหุ้นที่เคยแข็งแกร่งถูกทะลวงพังพินาศในเวลาไม่ถึงสิบนาที มูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) ของบริษัทระดับแถวหน้าของประเทศ หดหายไปมากกว่าครึ่งภายในพริบตาเดียว
"คุณพงศกรครับ! แผนกวาณิชธนกิจรายงานมาว่า มีกองทุนปริศนาไม่ทราบฝ่ายกว้านซื้อหุ้นที่เราโดนเทขายทั้งหมดไว้ในมืออย่างเงียบ ๆ ตอนนี้พวกมันถือครองหุ้นเกินกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับ!" เลขานุการหนุ่มวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง รายงานด้วยเสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
พงศกรหันขวับ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวระคนกัน "กองทุนไหนวะ! ตรวจสอบสิ! ใช้เส้นสายทางการเงินทั้งหมดที่มี เจาะลึกเข้าไปดูว่าใครอยู่เบื้องหลังกระดานนี้!"
"พวกเราพยายามแล้วครับ... แต่ระบบหลังบ้านถูกบล็อกด้วยไฟร์วอลล์ระดับทหาร ร่องรอยการทำธุรกรรมถูกซ่อนไว้ภายใต้บริษัทเปลือกหอยนับร้อยแห่งในต่างประเทศ ทางตลาดหลักทรัพย์เองก็กำลังตรวจสอบความผิดปกติ แต่พวกเขายังไม่สามารถระบุตัวตนที่แท้จริงของผู้ถือหุ้นรายใหม่ได้เลยครับ" เลขานุการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย
ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร ภายในร้านกาแฟสไตล์วินเทจบรรยากาศเงียบสงบ ลีโอนั่งไขว่ห้างจิบชาเอิร์ลเกรย์ร้อนกรุ่นอย่างใจเย็น แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านกระจกใสตกกระทบลงบนกรอบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มจาง ๆ บนโต๊ะไม้ตรงหน้ามีแท็บเล็ตเครื่องบางวางอยู่ หน้าจอนั้นแสดงผังโครงสร้างองค์กรของตระกูลพงศกรที่กำลังถูกระบบรีเซ็ตและยึดครองทีละส่วนอย่างเป็นระบบ
รินรดานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอวางแก้วโกโก้ร้อนลงบนจานรองอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเงยหน้ามองชายหนุ่มผู้เป็นทั้งคู่หมั้นและโลกทั้งใบของเธอ ดวงตาคู่สวยฉายแววทึ่งระคนโล่งใจ ลีโอในยามนี้ไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงระยับ แต่รัศมีรอบตัวกลับทรงอำนาจและเยือกเย็นเสียจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องเหลียวมองด้วยความเกรงขาม
"คุณกำลังทำให้จักรวรรดิธุรกิจของตระกูลพงศกรสั่นคลอนจนถึงรากฐานเลยสินะคะ" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ "พวกเขาน่าจะกำลังคลุ้มคลั่งจนสติหลุดไปแล้วในตอนนี้"
ลีโอวางถ้วยชาลงบนจานรอง เสียงกระทบกันเบา ๆ ดังกังวานท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงคลอเบา ๆ ในร้าน เขามองสบตาหญิงสาวด้วยแววตาที่อ่อน Mล-ละมุนลงเล็กน้อย ต่างจากความเย็นชาที่ใช้จัดการกับศัตรู
"นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นครับริน" ลีโอเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "คนที่เคยเหยียบย่ำเรา คนที่เคยหัวเราะเยาะในวันที่เราไม่มีแม้แต่บาทเดียว จะต้องได้ลิ้มรสชาติของการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปต่อหน้าต่อตาอย่างช้า ๆ"
ปลายนิ้วเรียวยาวของลีโอแตะลงบนหน้าจอแท็บเล็ตเบา ๆ ระบบบัตรดำส่งเสียงแจ้งเตือนสถานะการทำธุรกรรมวงเงินระดับหมื่นล้านผ่านเข้ามาในห้วงความคิด ความรู้สึกของการเป็นผู้กุมชะตากรรมของโลกใบนี้ไว้ในกำมือ ช่างหอมหวานและเด็ดขาด
ที่ตึกใหญ่ของพงศกรกรุ๊ป บรรยากาศเต็มไปด้วยความโกลาหล พนักงานวิ่งวุ่นกันอลหม่าน โทรศัพท์ทุกเครื่องดังระرัวจนไม่มีใครกล้ารับสาย ข่าวลือเรื่องการเทคโอเวอร์แบบไม่เป็นมิตร (Hostile Takeover) แพร่สะพัดไปทั่วตลาดหุ้นและหน้าสื่อเศรษฐกิจทุกสำนัก นักวิเคราะห์การเงินต่างออกมาฟันธงตรงกันว่า หากสถานการณ์ยังดำเนินต่อไปเช่นนี้ อีกไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงข้างหน้า ตระกูลพงศกรที่ยิ่งใหญ่ค้ำฟ้ามาหลายทศวรรษ อาจจะต้องล้มละลายและกลายเป็นเพียงตำนานในหน้าประวัติศาสตร์
พงศกรยืนมองความพินาศผ่านกระจกใสด้วยร่างที่สั่นเทา เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ตระกูลของเขาจะไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินจะกลบหน้า
ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของพงศกรก็แผדเสียงดังลั่น มันไม่ใช่เสียงเรียกเข้าธรรมดา แต่เป็นสายตรงจากประธานกรรมการธนาคารกลาง ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่ที่สุดของตระกูลเขา
พงศกรสูดหายใจเข้าลึก ๆ มือที่สั่นเทายื่นไปกดรับสายด้วยความหวังอันริบหรี่ "ฮัลโหลครับท่านประธาน..."
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาจนน่าขนลุกจะเอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่ง ซึ่งทำให้โลกทั้งใบของพงศกรพังทลายลงในพริบตา
"คุณพงศกร... ทางธนาคารของเราจำเป็นต้องขอยกเลิกวงเงินสินเชื่อทั้งหมดของคุณในทันที และ... มีบุคคลปริศนารายหนึ่งเพิ่งซื้อหนี้สินทั้งหมดของตระกูลคุณไว้เรียบร้อยแล้ว"
พงศกรเบิกตากว้างจนแทบถล่นออกจากเบ้า โทรศัพท์ในมือร่วงหล่นลงกระแทกพื้นพรมดังตุบ
ก่อนที่สติของเขาจะหลุดลอย ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างของชายในชุดสูทสากลสีดำสนิทผู้หนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ด้านหลังของเขาคือทีมทนายความระดับประเทศและเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์สิน
"สวัสดีครับคุณพงศกร... ผมได้รับมอบหมายจาก 'ท่านประธานลีโอ' ให้มาแจ้งหมายยึดทรัพย์สินทั้งหมดของพวกคุณ ณ วินาทีนี้ครับ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "จอมเวทไร้นาม" เสมอมานะครับ
ระบบบัตรดำทวงแค้น: กวาดซื้อโลกให้มหาเศรษฐีตกอับ•ตอนที่ 12
วิกฤตของตระกูลศัตรู
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบบัตรดำทวงแค้น: กวาดซื้อโลกให้มหาเศรษฐีตกอับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!