สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ•ตอนที่ 48

บทที่ 48

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
"คุณคิดจริง ๆ หรือคะกวินทร์ ว่าการเอาตัวเลขสิบล้านมาวางบนโต๊ะไม้เก่า ๆ ตัวนี้ จะลบหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาที่ปู่ของฉันใช้เวลาทั้งชีวิตสร้างมันขึ้นมาได้" เสียงของรินรดาไม่ได้สั่นไหว มันนิ่งเรียบ เย็นเยียบ และคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีดปาเต๊ะที่ธาวินใช้ตัดเค้กช็อกโกแลตเมื่อครู่ ภายในร้าน "Aroma & Soul" ยามวิกาลที่ปิดไฟมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากป้ายหน้าร้านที่สาดส่องเข้ามาทาบทับใบหน้าเรียบตึงของชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพง กวินทร์หัวเราะในลำคอเบา ๆ รอยยิ้มของเขาเคลือบไว้ด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจทุนนิยมที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งขวางหน้า "ริน... อย่าใช้คำว่าหยาดเหงื่อมาทำให้มันดูดราม่าเลยครับ" กวินทร์จงใจเน้นเสียงคำว่า 'ครับ' เพื่อกวนประสานทับความตึงเครียด "โลกธุรกิจไม่มีคำว่าความทรงจำ มีแต่คำว่า 'คุ้มค่า' กับ 'ฉิบหาย' และที่ดินตรงนี้... ต่อให้เธอพยายามยื้อด้วยกาแฟแก้วละแปดสิบเก้าบาทอีกสักกี่ชาติ ก็ไม่มีทางหาเงินมาซื้อคืนจากธนาคารได้หรอกนะ" รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บแปลบช่วยดึงสติเธอให้อยู่กับความจริง กลิ่นหอมจาง ๆ ของเมล็ดพันธุ์กาแฟคั่วบดที่อบอวลอยู่ในบรรยากาศยามนี้ไม่ได้ช่วยให้จิตใจสงบลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่เธอกำลังจะสูญเสียมันมากกว่าแค่ตึกแถวเก่า ๆ แต่มันคือลมหายใจสุดท้ายของครอบครัว ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประดั่งปาฏิหาริย์หรือโชคชะตาที่เล่นตลก ประตูไม้สักของร้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้เสียง ธาวินก้าวเข้ามาในความมืด เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปーンที่ท่อนแขนจากการนวดแป้งมาตลอดทั้งวัน แววตาของเชฟหนุ่มผู้แสนอ่อนโยนในยามปกติ ตอนนี้กลับว่างเปล่าและเย็นชาจนน่ากลัว สองมือของเขาถือถาดเซรามิกสีขาว ที่บนนั้นมีถ้วยเอสเพรสโซ่ร้อนกรุ่นควันจาง ๆ ลอยอวล ธาวินไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างรินรดา ร่างสูงใหญ่ของเขาแผ่รังสีความกดดันจนกวินทร์ต้องขยับตัวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว เชฟหนุ่มวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะตรงหน้ากวินทร์ เสียงกระทบกันของเซรามิกดัง *กริ๊ก* เบา ๆ แต่กลับบาดลึกในความเงียบ "กาแฟแก้วนี้... ผมคั่วเองกับมือครับคุณกวินทร์" ธาวินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ แต่มันแฝงด้วยแรงกดดันมหาศาล "เมล็ดพันธุ์มาจากดอยสูงที่เจ้าของไร่ต้องแลกมาด้วยความซื่อสัตย์และหยดเหงื่อจริง ๆ ไม่ใช่เงินสกปรกที่ได้จากการฮุบที่ดินคนอื่นด้วยเล่ห์กล" กวินทร์หน้าเสียไปชั่วขณะ แต่ก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเย่อหยิ่งเช่นเดิม "แกเป็นใครวะ? เป็นแค่เชฟทำขนมกระจอก ๆ ในร้านกาแฟเจ๊ง ๆ แบบนี้ มีสิทธิ์อะไรมาพูดจาอวดดีกับฉัน" "ผมเป็นคนที่จะทำให้คุณรู้ว่า... บางอย่าง ต่อให้คุณมีเงินล้นฟ้า ก็ไม่มีปัญญาซื้อ" ธาวินไม่ได้ขึ้นเสียง เขายังคงรักษารอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้กวินทร์รู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนปากเหว รินรดาเหลือบมองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มข้างกาย หัวใจที่เคยแห้งแล้งและหวาดกลัวกลับอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากไหล่ของเขาที่เบียดชิดกัน มันคือความรู้สึกที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดว่าเธอกำลังโหยหามัน "คุณวิน..." รินรดากระซิบเสียงแผ่ว ขณะที่มือเรียวเอื้อมไปแตะชายเสื้อเชิ้ตของเขาเบา ๆ เชฟหนุ่มปรายตาลงมองเล็กน้อย ก่อนจะใช้มือใหญ่อีกข้างทับลงบนหลังมือของเธอ สัมผัสนั้นมั่นคง หนักแน่น และส่งกระแสความอบอุ่นผ่านผิวหนังจนเธอแทบจะลืมความหวาดกลัวต่อหน้าศัตรู กวินทร์กัดฟันกรอดด้วยความโมโหที่ถูกมองข้ามหัว "พวกเธอคิดว่าจะเล่นเกมนี้ชนะฉันได้เหรอ? อีกสามวัน... สัญญาจำนองจะหลุด และที่ดินตรงนี้จะเป็นของฉันโดยสมบูรณ์ ถึงตอนนั้น... ฉันจะรอดูว่าพวกเธอจะมีปัญญาเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน!" พูดจบร่างสูงของนักธุรกิจหนุ่มก็สะบัดหน้าหันหลังเดินพ้นประตูร้านไปอย่างหัวเสีย เสียงกระดิ่งลมหน้าร้านดังกรุ๊งกริ๊งตามแรงเหวี่ยง ปิดฉากการเผชิญหน้าที่ตึงเครียด แต่บรรยากาศภายในร้านกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลย ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ดังสลับกันในความสลัว รินรดาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ด้วยความอ่อนล้า แรงฮึดทั้งหมดเมื่อครู่มลายหายไป เหลือไว้เพียงความจริงอันโหดร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา อีกสามวัน... เธอกำลังจะสูญเสียทุกอย่างจริง ๆ หรือ? หยาดน้ำใสคลอเบ้าตาคู่สวยอย่างสุดจะกลั้น เธอก้มหน้าลงซ่อนความอ่อนแอไว้เบื้องหลังเส้นผมที่ตกลงมาปรกใบหน้า ธาวินดึงเก้าอี้ตัวข้าง ๆ มานั่งลงตรงหน้า เขาย่อตัวลงให้ระดับสายตาอยู่เสมอกับเธอ นิ้วเรียวอุ่นจัดเกลี่ยปอยผมที่ปิดหน้าผากของหญิงสาวออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ทะนุถนอมนั้นทำให้เขื่อนน้ำตาที่รินรดากลั้นไว้พังทลายลงมาอย่างไร้ท่าที "ร้องออกมาเถอะครับ... ริน" เสียงกระซิบของเขาอ่อนโยนราวกับสายสำนวนที่โอบกอดแผลใจ "คุณแบกรับมันไว้คนเดียวมานานเกินไปแล้ว ให้ผมได้แบกมันไปกับคุณบ้าง... นะครับ" รินรดาส่ายหน้าช้า ๆ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วง 100 ผ่านปลายนิ้วของเขา "มันไม่ทันแล้วค่ะธาวิน... อีกสามวัน เราจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ตั้งหลายล้าน ร้านนี้... ปู่สร้างมันมาด้วยมือของท่าน ฉัน... ฉันรักษาไว้ไม่ได้" ธาวินไม่พูดอะไรอีก เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ ดึงร่างบอบบางเข้าสู่อ้อมอกกว้าง อ้อมกอดที่อบอุ่นและหอมกรุ่นกลิ่นเนยและกาแฟจาง ๆ ทำให้รินรดาสสะอื้นฮักซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา ปล่อยให้ความอัดอั้นตันใจทั้งหมดระบายออกมาเป็นหยดน้ำตาที่ซึมผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตสีขาว แต่ในขณะที่รินรดากำลังเคลิบเคลิ้มไปกับความอบอุ่นที่เธอโหยหา และคิดว่านี่คือที่หลบภัยที่ปลอดภัยที่สุด... ปลายนิ้วมือของธาวินที่ลูบหลังเธออยู่นั้น จู่ ๆ ก็ชะงักกึก ดวงตาคมกริบของเชฟหนุ่มที่เคยเต็มไปด้วยความรักและความเห็นอกเห็นใจ ในเสี้ยววินาทีที่รินรดาก้มหน้าซบอยู่กับอกเสื้อของเขา แววตาคู่นั้นกลับเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมปลาบอย่างน่ากลัว ริมฝีปากที่เคยระบายรอยยิ้มอ่อนโยน บัดนี้กลับยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มแปลกประหลาด—รอยยิ้มของผู้ชนะเกมที่ไม่มีใครล่วงรู้ เขาก้มลงกระซิบเบา ๆ ที่ข้างใบหูของหญิงสาว น้ำเสียงที่เคยอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นราบเรียบจนน่าขนลุก "ไม่ต้องห่วงหรอกครับริน... เพราะอีกสามวันข้างหน้านี้ ที่ดินผืนนี้ จะตกเป็นของตระกูลเราอย่างสมบูรณ์แบบเสียที" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างความละมุนและคราบน้ำตานี้มาจนถึงบทนี้นะคะ เมฆหมอกสีชมพู
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%