กระบี่วิญญาณสยบฟ้า ท่องนทีโลหิต•ตอนที่ 3

บุปผาน้ำแข็งกลางพายุโลหิต

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"ถ้าพวกเจ้ายังก้าวเข้ามาอีกแม้แต่ก้าวเดียว ศพต่อไป... จะไม่ใช่สุนัขรับใช้ปลายแถวพวกนั้นอีก" น้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบจนกระดูกสันหลังผู้ฟังต้องเหน็บหนาว ดังขึ้นท่ามกลางเสียงพายุหิมะที่โหมกระหน่ำบนยอดเขาเทียนซาน เม็ดฝนที่ปะปนเกล็ดน้ำแข็งสาดซัดลงมากระทบกับชุดคลุมสีครามของบุรุษผู้หนึ่ง ร่างของ "เฟยหลง" ยืนหยัดอย่างมั่นคงดั่งภูผา คมกระบี่ในมือยังคงมีหยาดโลหิตสีแดงฉานหยดติ๋งลงสู่พื้นหิมะสีขาวโพลน ตัดกับความมืดมิดของยามสนธยาอย่างน่ากลัว รอบกายของเขาในรัศมีร้อยวา ถูกล้อมไว้ด้วยยอดฝีมือจากพรรคอธรรมโลหิตนับร้อยชีวิต แววตาของพวกมันเต็มไปด้วยความกระหายเลือดและความหวาดกลัวระคนกัน เมื่อมองดูซากศพของสหายร่วมสำนักนับสิบคนที่นอนเกลื่อนกลาดโดยไร้ลมหายใจ ทุกผู้คนต่างรู้ดีว่าบุรุษเบื้องหน้ามิใช่คนที่จะต่อกรด้วยได้ง่ายๆ แม้เขาจะบาดเจ็บจากการฝ่าค่ายกลมารโลหิตมาตลอดทาง แต่รัศมีกระบี่ที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นยังคงคมกริบราวกับพร้อมจะผ่าฟ้าดินเป็นสองเสี่ยง "ฮ่าๆๆๆ เฟยหลง! เจ้าคิดว่าตัวคนเดียวจะฝ่า 'ค่ายกลร้อยอสูรโลหิต' ไปได้หรือ? ต่อให้กระบี่ของเจ้าจะไร้เทียมทานเพียงใด แต่พลังปราณในร่างของเจ้าคงเหลือไม่ถึงสามส่วนแล้วกระมัง ยอมจำนนแต่โดยดีเถอะ แล้วข้าจะไว้ชีวิตให้เจ้าได้ตายอย่างสบายหน่อย!" ผู้อาวุโสพรรคอธรรมผู้หนึ่ง นามว่า "มารโลหิตทมิฬ" แผดเสียงหัวเราะก้องกัมปนาท มันก้าวออกมาจากแถวหน้า รัศมีพลังปราณขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกมากดดันบรรยากาศรอบด้านจนหิมะที่กำลังโปรยปรายต้องลอยวนเวียนด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว เฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตามองมัน ดวงตาคมกราบดั่งพญาอินทรีมองตรงไปเบื้องหน้าอย่างไร้ความหวั่นเกรง ในใจเขายังคงจดจำภาพเหตุการณ์ในคืนวันเพลิงผลาญตระกูลเมื่อสิบปีก่อนได้แม่นยำ ความแค้นที่สลักลึกลงในกระดูกดำทำให้เขาปฏิญาณตนว่า ต่อให้ต้องเอาชีวิตเข้าแลก เขาก็จะล้างบางพวกมันให้สิ้นซาก วิถีกระบี่ของเขาคือวิถีแห่งการตัดขาด ไม่มีความลังเล ไม่มีความปรานี มีเพียงความเด็ดขาดที่สวรรค์ยังต้องก้มหัวให้ "สุนัขแก่... อยากลองทดสอบดูหรือไม่ว่ากระบี่ในมือข้า จะปลิดชีพเจ้าได้ภายในกี่กระบวนท่า?" เฟยหลงเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่มันกลับก้องกังวานเสียดแทงเข้าไปถึงก้นบึ้งจิตใจของทุกคน ฉับพลัน! บรรยากาศรอบยอดเขาหิมะก็พลันเย็นเยียบลงอีกหลายเท่าตัว อุณหภูมิลดฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวขุ่น ความกดดันอันแปลกประหลาดมิได้มาจากกลุ่มพรรคอธรรม หรือแม้แต่ตัวของเฟยหลงเอง แต่มันมาจาก... ฟากฟ้าเบื้องบน! *ฉึบ!* เสียงแหวกอากาศแหลมคมราวกระจกแตกกระจายดังขึ้นเหนือหัวของพวกมัน ท้องฟ้ายามสนธยาที่ควรจะมืดมิด กลับถูกย้อมด้วยแสงสีครามประกายมุกอันเจิดจ้า ไอเย็นยะเยือกสายหนึ่งแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ ร่างของใครคนหนึ่งกำลังร่อนลงมาจากยอดผาสูงชันราวกับเทพเซียนผู้ลงทัณฑ์ นางสวมชุดยาวสีขาวบริสุทธิ์สะท้อนแสงจันทร์และประกายหิมะ เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลม ใบหน้ารูปไข่ไร้ที่ติ งดงามราวกับภาพวาดแต่นิ่งสนิทดั่งรูปสลักน้ำแข็ง ดวงตาคู่คมปลาบดั่งห้วงน้ำค้างแข็งพันปี รัศมีที่นางแผ่ออกมาทำให้เหล่ามารอธรรมถึงกับหน้าถอดสี เพราะมันคือพลังปราณขอบเขตเซียนแท้จริง! "ไป๋... ไป๋อี้หลัน!" ผู้อาวุโสพรรคอธรรมอุทานชื่อนี้ออกมาด้วยความตื่นตระหนก นางเซียนผู้ใช้กระบี่น้ำแข็งผู้โด่งดังแห่งแดนเหนือ เหตุใดจึงมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ได้? ไป๋อี้หลันไม่สนใจสายตาตื่นตะลึงของเหล่าศัตรู ร่างระหงของนางร่อนลงยืนสงบนิ่งอยู่บนก้อนหิมะห่างจากเฟยหลงเพียงส้าวเดียว ปลายเท้าของนางแตะสัมผัสพื้นอย่างแผ่วเบาราวกับไม่มีน้ำหนัก ทว่าในมือของนางกลับถือกระบี่ฝักสีฟ้าครามที่แผ่ไอเย็นจัดจนเกล็ดน้ำแข็งรอบกายก่อตัวเป็นรูปดอกบัวน้ำแข็งนับร้อยดอก นางไม่ได้มองกลุ่มพรรคอธรรมแม้แต่หางตา สายตาคู่ที่มักจะเย็นชาไร้ความรู้สึกต่อโลกหล้า กลับทอดมองไปยังแผ่นหลังของบุรุษชุดครามที่มีบาดแผลฉกรรจ์ ในแววตาคู่นั้น... มีความห่วงใยที่ซ่อนเร้น ความเจ็บปวดที่ไม่อาจเอ่ย และความเด็ดเดี่ยวที่จะเคียงข้างเขาจนถึงวินาทีสุดท้าย "เจ้ายังดื้อรั้นเช่นเคย... เฟยหลง" น้ำเสียงไพเราะดั่งระฆังแก้วเอ่ยขึ้น ทว่าราบเรียบและเย็นชาต่อผู้คนรอบข้าง "บาดแผลเต็มตัวเช่นนี้ ยังกล้าอาจหาญเผชิญหน้ากับสุนัขเดรัจฉานนับร้อยด้วยตัวคนเดียวอีกหรือ?" เฟยหลงเหลือบสายตากลับไปมองนางเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มขึ้นบางเบา รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งในยุทธภพ "ต่อให้มีมากกว่านี้อีกร้อยเท่า หากข้ายังไม่ล้างแค้นให้เสร็จสิ้น ยมโลกก็ยังไม่อาจมารับตัวข้าไปได้หรอก... คุณหนูไป๋" "เช่นนั้น... วันนี้ให้ข้าได้แบ่งเบาภาระบนบ่าของท่านสักครึ่งหนึ่งเถอะ" ไป๋อี้หลันกล่าวจบ มือเรียวดุจหยกขาวก็กุมด้ามกระบี่น้ำแข็งแน่น ทันใดนั้น พลังปราณน้ำแข็งอันไพศาลก็ระเบิดออกรัศมีเป็นวงกว้าง หิมะทั่วทั้งหุบเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นพายุคมกระบี่นับหมื่นเล่มที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งให้กลายเป็นจุล การเผชิญ้าระหว่างจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ และนางเซียนผู้สง่างามเย็นชา ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ณ ใจกลางสมรภูมิโลหิตแห่งนี้แล้ว! "ฆ่าพวกมันให้หมด!" ไป๋อี้หลันและเฟยหลงเอ่ยคำนี้ออกมาพร้อมกันราวกับนัดหมาย ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่ทั้งสองสายกำลังจะปะทะเข้ากับกองกำลังพรรคอธรรม พื้นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินไหว ไอพลังปราณสีดำทมิฬสายหนึ่งพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกของภูเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งราวนรกแตกที่ดังก้องกังวานไปทั่วฟ้าดิน "ฮ่าๆๆๆ... นึกไม่ถึงว่ายอดฝีมืออันดับหนึ่งและสองของรุ่นเยาว์จะมารวมตัวกันที่นี่... ช่างเป็นเหย้าอันโอชะยิ่งนัก!" สิ้นเสียงนั้น ร่างเงาสลับซับซ้อนเจ็ดร่างก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับกระบี่มารที่จ่อตรงมายังแผ่นหลังของไป๋อี้หลันโดยที่นางไม่ทันตั้งตัว! "ระวัง!" เฟยหลงเบิกตากว้าง พลังปราณทั้งหมดถูกรีดเร้นออกมาจนถึงขีดสุด เขาพุ่งทะยานเข้าขวางทางกระบี่มรณะนั้นด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้า ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิญญาณสยบฟ้า ท่องนทีโลหิต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%