รอยเลือดสดๆ หยดลงกระทบพื้นศิลาแผ่นสีเทาเข้มทีละหยด... ติ๋ง... ติ๋ง... เสียงนั้นดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันของลานฝึกยุทธ์สำนักกระบี่เมฆาคารวะ
"เฟิงอวี่ เจ้ายังมีหน้ามาเดินลอยชายอยู่ที่นี่อีกหรือ? ขยะสายนอกเช่นเจ้า สมควรคุกเข่ากวาดลานหินนี้ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่!"
เสียงคำรามด้วยความดูแคลนดังขึ้นจากจ้าวเฟิง ศิษย์สายนอกขั้นสมบูรณ์ผู้กุมอำนาจรองรับกลุ่มอิทธิพลเล็กๆ ภายในเขตพำนักระดับล่าง ร่างกายของจ้าวเฟิงกำยำล่ำสัน อัดแน่นด้วยไอพลังปราณแท้จริงขั้นที่สาม ลมปราณรอบตัวหมุนวนจนเกิดเสียงหวีดหิวเบาๆ แผ่แรงกดดันเข้าใส่ร่างผอมบางของเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
เฟิงอวี่ ไม่ได้ขยับเขยื้อน ร่างของเขาอยู่ในชุดศิษย์สายนอกสีเทามอมแมม มุมปากข้างหนึ่งมีคราบโลหิตไหลซึม ดวงตาคู่คมกริบราวกับพยัคฆ์ซ่อนเล็บทอดมองพื้นศิลาเบื้องล่าง นัยน์ตาคู่นั้นว่างเปล่า ทว่าลึกซึ้งดุจก้นบึงเหวนรก ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัว หรือแม้แต่ความโกรธเกรี้ยวให้เห็นแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งสงบที่ชวนให้รู้สึกเย็นยะเยือกจนน่าประหลาด
ภายในใจของเฟิงอวี่ หวนนึกถึงคำสอนสุดท้ายของผู้เป็นอาจารย์ก่อนจะสิ้นลมหายใจภายใต้ทัณฑ์สวรรค์อันอยุติธรรม... *'วิถีกระบี่ที่แท้จริง หาใช่การอวดอ้างประกายคมกล้าให้โลกประจักษ์ แต่คือการซ่อนคมเขี้ยวไว้ในฝัก จนกว่าจะถึงเวลาพิพากษาฟ้าดิน'*
"ข้าเพียงแต่เดินมาทำหน้าที่ของตนตามกฎสำนัก" เฟิงอวี่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานชัดเจน ไม่มีความสั่นเครือแม้แต่น้อย
"กฎสำนักงั้นเรอะ? ฮ่าๆๆๆ!" จ้าวเฟิงระเบิดเสียงหัวเราะเยาะหยัน ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวในระยะประชั้นชิด ฝ่ามือหยาบกร้านตบเข้าที่ไหล่ของเฟิงอวี่อย่างแรงหวังจะกดให้ร่างนั้นทรุดลงคุกเข่า "ในเขตสายนอกแห่งนี้ พลังคือ ‘กฎ’ ส่วนพวกไร้ค่าอย่างเจ้าเป็นได้แค่ฝุ่นผงใต้รองเท้า!"
แรงกดดันจากไอพลังปราณระดับสามถูกปลดปล่อยออกมาเต็มพิกัด หมายจะกดทับเส้น A ชีพจรของเฟิงอวี่ให้สำลักเลือดออกมาอีกครา ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ฝ่ามือนั้นสัมผัสลงบนไหล่... ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นเลยว่า ภายในจุดตันTian (ตันเถียน) ของเฟิงอวี่ เกิดประกายแสงสีทองจางๆ วับแวมขึ้นชั่วพริบตา ราวกับมังกรหลับใหลที่ขยับตัวเพียงเล็กน้อยเพื่อปัดเป่าเศษธุลี
*เปรี้ยะ!*
เสียงคล้ายกระดูกลั่นเบาๆ ดังขึ้นจากฝ่ามือของจ้าวเฟิง เจ้าตัวสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังกรูดไปสามก้าวด้วยความตกตะลึง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแปลบปลาบที่แล่นริ้วขึ้นมาจากฝ่ามือ ราวกับเมื่อครู่ตนเพิ่งผลักใส่ก้อนหินอัคนีพันปีที่ร้อนระอุและแข็งแกร่งจนไร้เทียมทาน
"เจ้า... ทำอะไร?" จ้าวเฟิงกัดฟันกรอด จ้องมองเฟิงอวี่ด้วยความหวาดระแวงระคนประหลาดใจ สายตาที่มองมาเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย
"ศิษย์พี่จ้าวเข้าใจผิดแล้ว ข้าเพียงยืนรับน้ำใจของท่านตามสมควร" เฟิงอวี่เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย แววตาคมกริบคู่นั้นฉายประกายเยียบเย็นวับหนึ่ง ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็วราวกับภาพลวงตา "หากไม่มีอันใดอีกแล้ว ข้าขอตัวไปทำความสะอาดหอตำราตามคำสั่งของผู้อาวุโสก่อน"
กล่าวจบ เฟิงอวี่ก็ประสานมือคารวะตามมารยาทอย่างขอไปที หมุนตัวเดินเลี่ยงผ่านกลุ่มคนเหล่านั้นไปอย่างไม่รีบร้อน แผ่นหลังที่ดูบอบบางในชุดศิษย์สายนอกกลับตั้งตรงสง่างามราวกับทวนเหล็กกล้าที่ปักค้ำฟ้า
จ้าวเฟิงมองตามร่างที่เดินจากไป ขบกรามจนเป็นสันนูนด้วยความคับแค้นใจ "ไอ้สวะนี่... วันนี้มันมีท่าทีแปลกไป... หรือมันแอบฝึกเคล็ดวิชานอกรีตอะไรมา?" เขากำหมัดที่ยังคงชาหนึบแน่น หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องหาโอกาสหักแขนขาเด็กหนุ่มคนนี้ให้ได้ในงานประลองประจำปีที่กำลังจะมาถึง
ในเวลาเดียวกัน ห่างออกไปหลายร้อยลี้ ณ ยอดเขาเหมันต์นิรันดร์อันเป็นเขตหวงห้ามของสำนัก ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพเซียนกำลังยืนนิ่งอยู่ริมหน้าผา ปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้ด้ามกระบี่วิเศษที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างเหม่อลอย
นางคือ หลินซี ศิษย์เอกแห่งยอดเขาเหมันต์นิรันดร์ ผู้เยือกเย็นราวรูปสลักน้ำแข็ง ดวงตาดอกท้อคู่งามทอดมองผ่านหมู่เมฆหมอกลงมายังเบื้องล่าง ราวกับสามารถมองทะลุกำแพงหินและระยะทางอันไกลโพ้นมาหยุดอยู่ที่ร่างของเฟิงอวี่ได้
ริมฝีปากบางเฉียบสีมุกขยับน้อยมาก ราวกับกระซิบกับสายลมหนาว "หึ... ซ่อนตัวตนอยู่ใต้โคลนตม เพื่อรอวันทะยานขึ้นสู่เก้าชั้นฟ้าเช่นนั้นหรือ... เฟิงอวี่ เจ้ามีความลับอันใดซ่อนไว้อย้องกันแน่..."
ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ทว่าลึกเข้าไปในจิตใจของนางที่ถูกแช่แข็งมาเนิ่นนานด้วยเคล็ดวิชาไร้รัก กลับมีความรู้สึกระลอกคลื่นแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ราวกับโชคชะตาได้เริ่มหมุนวนเฟือง톱อันยิ่งใหญ่ขึ้นแล้ว
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างไร้สุ้มเสียงนั้นเอง ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือสำนักกระบี่เมฆาคารวะที่เคยแจ่มใส กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทในพริบตา!
เมฆทมิฬหนาทึบม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง สายฟ้าสีทองคำบริสุทธิ์เส้นมหึมาพาดผ่านผืนฟ้า ส่งเสียงคำรามกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งอาณาจักร แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจนศิษย์ทุกคนในสำนักทรุดฮวบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
ศูนย์กลางของสายฟ้าสีทองคำเส้นนั้น... พุ่งตรงมายังทิศทางที่เฟิงอวี่กำลังก้าวเดินอยู่พอดี!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
เซียนผู้ลบลิขิตกับศิษย์สาวผู้เย็นชา: ฝืนวิถีสวรรค์ด้วยกระบี่เดียว•ตอนที่ 1
วิถีแห่งศิษย์สายนอก
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนผู้ลบลิขิตกับศิษย์สาวผู้เย็นชา: ฝืนวิถีสวรรค์ด้วยกระบี่เดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!