"แสบนักนะรณกร... แล้วเราจะได้เห็นดีกัน"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันของเชฟคิรินในวินาทีนั้น ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของผม ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดผ้ากันเปื้อนสีดำสนิทกำลังยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวสแตนเลส ดวงตาคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองผมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ระหว่างความคาดคั้น ความสงสัย และประกายบางอย่างที่อันตรายต่อสุขภาพหัวใจของผมเสียเหลือเกิน
พื้นที่ในครัวปิดของเซฟเฮาส์แคบลงถนัดตาเมื่อเราอยู่กันแค่สองคน กลิ่นหอมจางๆ ของโรสแมรี่และเนยละลายยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ ทว่ามันไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย
"ผมก็อยากรู้เหมือนกันครับว่า เชฟคิรินจะทำอะไรผมดี" ผมยิ้มรับด้วยรอยยิ้มกวนประสาทที่ใช้เป็นเกราะกำบังประจำตัว พร้อมกับยกมือขึ้นเกาปลายจมูกแก้เก้อ "แต่ถ้าจะให้ดี น่าจะเปลี่ยนจากคำขู่ มาเป็นกาแฟดำสักแก้วนะ ฤทธิ์คาเฟอีนน่าจะช่วยลดอุณหภูมิความเดือดในสมองเชฟลงได้บ้าง"
"ปากดี" คิรินพ่นลมหายใจทางจมูก ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวผมทีละน้อยจนแผ่นหลังของผมแทบจะชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์ทำครัว "นายแอบเข้ามาในโซนส่วนตัวของฉันตอนตีสองครึ่ง ค้นลิ้นชักเอกสาร แถมยังมีหน้ามาทำเป็นทองไม่รู้ร้อนแบบนี้... นายเป็นใครกันแน่ รณกร?"
ให้ตายเถอะ... กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นอายความสะอาดแบบคนดูแลตัวเองดีนี่มันชวนเสียสมาทชะมัด ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามตรึงสายตาไว้ที่ดวงตาสีนิลของอีกฝ่าย ไม่ยอมหลบตาให้เสียฟอร์ม แม้ว่าสมองส่วนหน้าจะเริ่มคำนวณเส้นทางหนีทีไล่ไว้สี่ห้าทางแล้วก็ตาม
"ผมก็คือนักสืบเอกชนต๊อกต๋อย ที่ถูกจ้างมาคุ้มครองความปลอดภัยให้เชฟไงครับ" ผมแถหน้าด้านๆ สบตาปร๋อแบบไม่มียางอาย "ส่วนที่ค้นลิ้นชัก... เอ่อ ผมแค่หาที่เปิดขวดไวน์ต่างหาก ดึกดื่นแบบนี้ คนเรามันก็ต้องมีคอแห้งกันบ้างจริงไหมครับเชฟ?"
"ที่เปิดขวดไวน์อยู่ในลิ้นชักเก็บอุปกรณ์บาร์ฝั่งนู้น ไม่ใช่ลิ้นชักเอกสารลับที่ใส่รหัสผ่านสามชั้น" คิรินย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนิทแต่เฉียบคมราคมมีด "นายคิดว่าฉันโง่มากหรือไง ถึงได้เชื่อคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แบบนี้ รณกร นายกำลังปิดบังอะไรอยู่ และที่สำคัญ... นายรู้เรื่องคดีนั้นได้ยังไง"
บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงทันทีเมื่อเขาเอ่ยถึง "คดีนั้น" ปมปริศนาที่ผมพยายามขุดคุ้ยและซ่อนเร้นไว้ภายใต้รอยยิ้มกวนๆ แววตาของคิรินไหววูบไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวและเย็นชาดังเดิม ความรู้สึกผิดบาปที่เคยฝังรากลึกในใจผมพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ผมเคยทำพลาดจนสูญเสียคนสำคัญแล่นริ้วเข้ามาในหัว ชั่ววินาทีนั้น รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของผมเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่ผมเป็นใครกันล่ะ... รณกรผู้ผ่านสมรภูมิชีวิตมาโชกโชน ย่อมไม่มีทางปล่อยให้ความอ่อนแอเผยออกมาให้ใครเห็นนานนักหรอก
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดึงสติกลับมาแล้วปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแกล้งหัวเราะแห้งๆ ออกมาเพื่อทำลายความตึงเครียด
"โธ่ เชฟครับ... จินตนาการเชฟนี่ล้ำเลิศยิ่งกว่าบทละครหลังข่าวอีกนะครับเนี่ย" ผมแกล้งทำเป็นถอนหายใจยาวเหยียด ยื่นมือไปแตะเบาๆ ที่แขนเสื้อของอีกฝ่ายก่อนจะชักมือกลับแทบไม่ทันเมื่อโดนสายตาดุๆ ค้อนใส่ "ผมก็แค่บังเอิญอ่านแฟ้มเก่าๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของสารวัตรตอนไปโรงพัก ก็แค่นั้นเองน่า ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยสักนิด"
"โกหก" คิรินสวนกลับทันทีโดยไม่เสียเวลาคิด ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเราแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มของผม "สายตาของนายตอนที่พูดถึงเรื่องนี้ มันฟ้องว่านายกำลังแบกรับอะไรบางอย่างอยู่ รณกร... นายไม่ใช่แค่นักสืบรับจ้างทั่วไป นายกำลังตามหาอะไรบางอย่าง... หรือใครบางคนกันแน่?"
คำพูดของเขาเฉียบคมราวกับมีดผ่าตัดที่กรีดตรงเข้ากลางใจ ผมชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะกลัวความลับแตก แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดสนิทสนมจนเกินขอบเขตนี้ต่างหากที่กำลังทำลายสติสัมปชัญญะของผม
กลิ่นอายความเป็นชายและความดุดันที่แฝงความอ่อนโยนของเชฟหนุ่มคนนี้ กำลังทำให้ผม "แถจนสีข้างถลอก" จนแทบจะหาข้อแก้ตัวไม่เจอแล้วจริงๆ
"เชฟก็ช่างสังเกตเกินไปแล้วนะครับ..." ผมพยายามเบี่ยงหน้าหนีสายตาคู่นั้น พร้อมกับหัวเราะกลบเกลื่อน "ถ้าผมมีความลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนขนาดนั้น ผมคงไม่อยองมานั่งยืนเถียงกับเชฟเรื่องที่เปิดขวดไวน์ตอนตีสามครึ่งหรอกจริงไหมครับ? ปล่อยผมไปนอนเถอะนะ พรุ่งนี้เชฟยังมีคิวต้องเตรียมวัตถุดิบทำอาหารเช้าให้แขกวีไอพีอีกไม่ใช่หรือไง"
ผมใช้จังหวะที่คิรินกำลังชะงักกับคำพูดของผม ค่อยๆ เอื้อมมือไปดันแผงอกอีกฝ่ายเบาๆ เพื่อเปิดทางหนี แต่ทว่า... มือใหญ่ของเชฟคิรินกลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของผมอย่างรวดเร็ว แรงบิดเบาๆ แต่หนักแน่นตรึงผมไว้กับที่ ไม่ยอมให้ขยับไปไหน
ดวงตาสคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของผม ประกายความดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำที่ทำเอาผมหายใจไม่ทั่วท้อง
"ถ้านายยังไม่ยอมพูดความจริงทั้งหมด..." คิรินกระซิบเสียงต่ำชิดริมฝีปากของผม น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่น่าฟังจนอันตราย "คืนนี้... นายไม่ได้ออกจากห้องครัวนี่แน่ รณกร"
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นสนั่นเซฟเฮาส์ พร้อมกับไฟฉุกเฉินสีแดงที่กะพริบวาบไปทั่วห้อง ทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกเมื่อครู่ให้แตกกระเจิงในพริบตา!
คิรินผละออกจากตัวผมอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักสืบและเชฟผู้ระแวดระวังภัยพุ่งสูงปรี๊ด ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองที่จอภาพมอนิเตอร์วงจรปิดหน้าประตูทางเข้าหลักทันที
ภาพบนจอปรากฏร่างของชายฉกรรจ์สวมหมวกไอ้โม่งสามคนกำลังใช้คีมตัดเหล็กงัดประตูรั้วเซฟเฮาส์เข้ามาอย่างอุกอาจ และหนึ่งในนั้น... กำลังถือปืนติดกระบอกเก็บเสียงเดินตรงมายังระเบียงห้องครัวที่เรายืนอยู่!
มหายุทธ์ไร้เทียมทานขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนนี้นะครับ
เซฟเฮาส์ไม่มีจริงกับเชฟหนุ่มปากจัด•ตอนที่ 6
ตีเนียนเก่งนะนาย
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีจริงกับเชฟหนุ่มปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!