ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด•ตอนที่ 1

รอยร้าวบนผืนผ้าใบ

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอับชื้นของสีน้ำมันเก่าและกลิ่นอายของความทรงจำที่เน่าเฟะ... คือสิ่งแรกที่ต้อนรับการกลับมาของรินรดา ส้นสูงสีดำสนิทกระทบกับพื้นไม้สักขัดเงาของหอศิลป์ธันวาภิรมย์ เสียงก๊อกแก๊กนั้นดังก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกาแห่งการพิพากษา ทุกย่างก้าวที่เธอก้าวเดินไม่ได้มีความตื่นเต้นหรือความหวาดหวั่นเจือปนอยู่เลย มีเพียงความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลกที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากเศษซากของความเจ็บปวดในอدีต รินรดากวาดสายตามองไปรอบห้องจัดแสดงหลัก ภาพวาดชิ้นใหญ่หลายสิบชิ้นยังคงแขวนอยู่บนผนังสีเทาเข้ม ราวกับพวกมันกำลังจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกผิดบาปไม่ต่างจากผู้สร้าง "คุณรินรดา... ในที่สุดคุณก็มา" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของโถงทางเดิน ธันวาก้าวออกมาจากเงาสลัว ใบหน้าของอดีตสามีผู้เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาในวันนั้น บัดนี้กลับซูบผอม แววตาคมกราบที่เคยเต็มไปด้วยความเหินห่างและดูแคลน ปรากฏรอยคล้ำใต้ตาชัดเจน ร่องรอยของความเครียดเรื้อรังและอาการหลอนประสาทกัดกินชายหนุ่มจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม รินรดายังคงยืนนิ่ง ไม่แม้แต่จะปรายตามองเขาด้วยความเห็นใจ เธอค่อยๆ ถอดถุงมือหนังสีดำออกทีละข้างอย่างใจเย็น ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า "ดิฉันไม่ได้มาเพื่อรื้อฟื้นความหลังนะคะคุณธันวา" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล แต่ทว่าราบเรียบและบาดลึกจนคนฟังสะท้าน "ดิฉันมาที่นี่ตามสัญญาจ้าง... ในฐานะภัณฑารักษ์และผู้เชี่ยวชาญการบูรณะภาพวาด ที่ท่านประธานบริษัทผู้ทรงเกียรติเป็นคนเซ็นอนุมัติงบประมาณมหาศาล เพื่อแลกกับการกู้คืนภาพวาดชิ้นสุดท้ายของพ่อดิฉัน" ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาขยับเข้าไปใกล้เธออีกนิด แต่รินรดากลับถอยหลังเว้นระยะห่างอย่างจงใจ กิริยาที่แสดงออกถึงความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างไม่ปิดบังนั้น ทำให้หัวใจของอดีตสามีบีบรัดเข้าหากันจนเจ็บแปลบ "ริน... ผมรู้ว่าผมทำผิดต่อคุณและพ่อของคุณมากแค่ไหน สิ่งที่ผมทำลงไปในอดีต มัน... มันคือฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนผมทุกคืนวัน ผมไม่ได้นอนมาเป็นปีแล้วนะริน ทุกครั้งที่ผมหลับตา ผมจะเห็นภาพวาดชิ้นนั้น... ภาพที่เปื้อนเลือดของคุณพ่อคุณ และเสียงกรีดร้องของคุณในคืนนั้น..." ธันวาละล่ำละลักพูดออกมาด้วยความสิ้นหวัง มือหนาสั่นเทาจนต้องกำเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข "นอนไม่หลับอย่างนั้นหรือคะ? น่าแปลกจังนะคะ ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาสามปีที่เราแต่งงานกัน คุณทำให้ดิฉันต้องนอนจมอยู่บนกองน้ำตาและคราบเลือดมานับครั้งไม่ถ้วน คุณไม่เคยสนใจไยดีว่าดิฉันจะเจ็บปวดเจียนตายแค่ไหนเมื่อสูญเสียลูกในท้องไปพร้อมกับความจริงที่ถูกคุณเหยียบย่ำ วันนี้แค่ฝันร้าย... มันน้อยเกินไปด้วยซ้ำกับสิ่งที่คุณควรได้รับ" คำพูดแทงใจดำนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางอกของธันวาจนเขาเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว ศิลา ทนายความหนุ่มใหญ่ผู้กุมความลับและเป็นผู้ช่วยมือขวาของธันวา ก้าวเข้ามาแทรกกลางความตึงเครียดทันทีก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ "คุณรินรดาครับ... ผมเข้าใจว่าคุณมีความโกรธแค้น แต่งานบูรณะภาพวาดชิ้นนี้ 'รอยร้าวบนผืนผ้าใบ' คือมรดกชิ้นสุดท้ายที่อาจารย์ธันวาคมทิ้งไว้ และมันคือหลักฐานชิ้นสำคัญ..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่แฝงความระแวดระวัง "หลักฐานชิ้นสำคัญที่จะเปิดโปงความเน่าเฟะของพวกคุณสองคนน่ะเหรอคะ ทนายศิลา" รินรดาหันขวับไปสบตากับทนายความหนุ่มด้วยแววตาดุดั่งคมมีด "ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ดิฉันรักผลงานของพ่อ และดิฉันจะทำให้มันกลับมางดงามสมบูรณ์แบบที่สุด... เพื่อที่ความลับเน่าเฟะที่พวกคุณพยายามปกปิดไว้ใต้พรม จะได้ถูกเปิดเผยออกมาให้แสงสว่างแผดเผาจนไม่เหลือซาก" ธันวายืนมองอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหวาดกลัว สำนึกผิด และ... ความโหยหาที่ถูกกักGungไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจ ผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่รินรดาคนเดิมที่อ่อนแอและยอมจำนนให้เขาโขกสับอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็นกุหลาบงามที่มีหนามแหลมคมอาบยาพิษ พร้อมจะทิ่มแทงทุกคนที่เข้าใกล้ให้ตายทั้งเป็น "ห้องทำงานของคุณถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วครับ เชิญทางนี้..." ธันวาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ยอมจำนนต่ออำนาจมืดในแววตาของเธออย่างราบคาบ รินรดาเดินผ่านร่างของอดีตสามีไปอย่างไร้เยื่อใย กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกับความเย็นชาของเธอยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ราวกับคำสาปแช่งที่คอยย้ำเตือนว่า บาปกรรมที่ธันวาได้ก่อไว้ กำลังจะได้รับการชำระสะสางในไม่ช้า เธอเปิดประตูห้องทำงานลับเข้าไป ท่ามกลางแสงไฟสลัวของโคมไฟตั้งโต๊ะ บนขาตั้งตรงกลางห้อง มีผืนผ้าใบขนาดใหญ่คลุมด้วยผ้าดิบสีขาวพาดอยู่ รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ หัวใจเต้นระรัวด้วยความเคียดแค้นผสมความอาลัย มือเรียวบางเอื้อมไปจับชายผ้าดิบเตรียมจะเปิดมันออกเพื่อเผชิญหน้ากับอดีต ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะสัมผัสกับผืนผ้าใบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งจากด้านนอก ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... "คุณรินรดาครับ... มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงคุณจากต่างประเทศครับ จ่าหน้าซองระบุว่าเป็น... ผลการตรวจพันธุศาสตร์ (DNA Test) ที่คุณให้ผมช่วยประสานงานติดตามเรื่องคดีสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตรครับ" เสียงของทนายศิลาก้องลอดเข้ามาจากหน้าประตูห้องทำงาน ทำเอารินรดาชะงักค้าง มือที่กำลังจะดึงผ้าคลุมภาพวาดร่วงหล่นลงข้างลำตัวทันที ในขณะที่ธันวาซึ่งยืนอยู่ด้านหลังศิลาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด เมื่อสมองเริ่มประมวลผลคำว่า... *ผลตรวจ DNA และสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตร* ****************************** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกสู่ความมืดมิดและบททดสอบของจิตใจนี้ร่วมกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%