นิยามรักฉบับห่างกันหนึ่งช่วงแขน•ตอนที่ 2

สงครามบนพิมพ์เขียว

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
“ถ้าคุณยังยืนกรานจะยัดเยียดผนังระแนงไม้สักทองทึบตันชิ้นนี้ไว้ตรงกลางห้องนั่งเล่น รินดา... ผมเกรงว่าโปรเจกต์ ‘The Horizon’ คงต้องเปลี่ยนชื่อเป็น ‘สุสานสถาปัตยกรรมยุคเรเนซองส์’ แทนที่จะเป็นคอนโดมิเนียมสุดหรูสไตล์โมเดิร์นลอฟท์นะครับ” เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันนิดๆ ดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องประชุมกระจกฝ้าปิดสนิท กวินท์กอดอกพิงพนักเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาโลหะสีเงินกวาดมองแบบแปลนสามมิติบนจอโปรเจกเตอร์ด้วยความหงุดหงิดระคนดูแคลน เส้นผมสีดำสนิทถูกจัดแต่งอย่างเป็นระเบียบไม่มีที่ติ สะท้อนภาพลักษณ์ของสถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบผู้ไม่เคยยอมประนีประนอมให้ความสวยงามต้องแปดเปื้อนด้วยรสนิยมที่เขาเรียกว่า ‘หายนะทางศิลปะ’ รินดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์เดือดพล่านที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุด หญิงสาวยืนกอดอกหลังตรงไม่ไหวติง ส้นสูงสี่นิ้วจิกแน่นกับพื้นปูนเปลือยขัดมัน เธอส่งยิ้มหวานหยดแบบที่ถ้าเปลี่ยนเป็นอาวุธคงสังหารคนได้ทั้งห้องให้กวินท์ “แปลกจังนะคะ คุณกวินท์ สถาปนิกมือหนึ่งผู้กวาดรางวัลมาทั่วเอเชีย แต่กลับมองไม่ออกว่าระแนงไม้นั่นคือจุดเชื่อมโยงระหว่างความดิบกระด้างของโครงสร้างปูนกับความอบอุ่นของหัวใจที่เรียกว่า ‘บ้าน’ หรือว่าสมองส่วนสุนทรียภาพของคุณมันเสื่อมสภาพไปพร้อมกับอายุที่เพิ่มขึ้นทุกปีกันแน่คะ?” บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบลงทันที รินดาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับชายหนุ่มผู้กำลังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เธอยกมือขึ้นเคาะเบาๆ บนแท็บเล็ตเพื่อเปลี่ยนหน้าจอแสดงผลวัสดุอินทีเรียที่เธอคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน “ฟังให้ดีนะคะคุณสถาปนิก ลูกค้าของเราเป็นนักธุรกิจรุ่นใหญ่ที่โหยหาความอบอุ่น ไม่ใช่หุ่นยนต์ไร้หัวใจที่ชอบอาศัยอยู่ในกล่องคอนกรีตเปลือยๆ ไร้ชีวิตชีวาแบบที่คุณออกแบบมาเพื่อสนองนี้ดตัวเอง!” รินดาลากเสียงยาวอย่างจงใจ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นดอกไม้จางๆ ลอยแตะจมูกกวินท์ ชวนให้หัวใจของคนปากร้ายกระตุกวูบไปชั่วขณะ—แต่ใบหน้าคมคายยังคงเก๊กขรึมไว้ได้อย่างแนบเนียน “วานิลลาเลี่ยนๆ กับความคิดฟุ้งซ่านไม่เคยช่วยให้โครงสร้างรับน้ำหนักได้ดีขึ้นหรอกนะรินดา” กวินท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปทำให้เขาดูคุกคามเธอโดยสัญชาตญาณ เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงหนึ่งช่วงแขนพอดี—ระยะอันตรายที่ทำให้ทั้งคู่ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน “ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้ไม้ชิ้นนั้น ฉันก็จะยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ยอมแก้แบบเด็ดขาดค่ะ!” รินดาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาวาววับไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัว รอยยิ้มท้าทายที่มุมปากของเธอยิ่งกระตุ้นให้กวินท์อยากเอาชนะ “คุณนี่มัน… ดื้อด้านสิ้นดี” กวินท์ขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันคมอยู่ห่างจากแก้มเนียนใสของเธอเพียงไม่กี่คืบ ความโกรธผสมผสานกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังตีรวนอยู่ในอก เขาเกลียดความรู้สึกที่ควบคุมอะไรไม่ได้เลยตั้งแต่มีผู้หญิงคนนี้เข้ามาเอี่ยวในชีวิตการทำงาน และยิ่งเกลียดเข้าไปใหญ่ที่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เธอเถียงคำไม่ตกฟากแบบนี้ ก่อนที่สงครามน้ำลายระหว่างสถาปนิกและอินทีเรียดีไซเนอร์จะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงปรบมือเบาๆ สองสามครั้งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง “โอho ช่างเป็นภาพการทำงานที่… ดູดดื่มและแนบแน่นเสียจริงครับ นึกว่ากำลังดูละครเวทีรอบปฐมทัศน์เสียอีก” ธันวาปรากฏตัวขึ้นตรงกรอบประตู รอยยิ้มมุมปากที่แฝงแววตารู้ทันและท่าทีเยาะเย้ยถูกส่งตรงมาทางรินดาและกวินท์สลับกัน มือถือแฟ้มเอกสารโครงการคู่แข่งในมือถูกเคาะเบาๆ กับต้นขาอย่างสบายอารมณ์ กวินท์ถอยหลังออกห่างจากรินดาหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ สีหน้ากลับคืนสู่ความเรียบเฉยเย็นชาดั่งน้ำแข็ง ขณะที่รินดาขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองผู้มาใหม่ด้วยความระแวดระวัง “คุณเข้ามาทำอะไรที่นี่ ธันวา ที่นี่คือเขตหวงห้ามของทีมเรา” กวินท์เอ่ยเสียงเย็น เยเยียบจนน่าขนลุก “ผมก็แค่แวะเอาเอกสารอนุมัติงบประมาณล็อตใหม่มาให้ท่านประธานพิจารณา… แต่บังเอิญผ่านมาได้ยินเสียงสุนัขเห่าหอนเถียงกันเรื่องเศษไม้ผุๆ เข้าพอดี เลยแวะมาดูให้เห็นกับตาว่าโปรเจกต์เรือธงของบริษัทเรากำลังจะล่มเพราะอีโก้ของคนสองคนหรือเปล่า” ธันวาหัวเราะในลำคอ สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองรินดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความโลภเลื่อมใสที่ปิดไม่มิด รินดาก้าวถอยหลังมาเล็กน้อย รู้สึกสะอิดสะเอียนกับสายตาคู่นั้น แต่ยังไม่ทันที่เธอจะสวนกลับ ธันวาก็ยื่นเอกสารในมือมาตรงหน้าเธอ พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงชวนขนลุก “อันที่จริง… ถ้าคุณรินดารู้สึกว่าทำงานกับคนใจแคบอย่างคุณกวินท์มันอึดอัด ทีมของผมยินดีต้อนรับอินทีเรียฝีมือดีอย่างคุณเสมอนะครับ ยิ่งเรื่องสุนทรียภาพ… ผมรับรองว่าผมเข้าใจคุณมากกว่าไอ้หมอนี่หลายเท่าแน่นอน” บรรยากาศในห้องประชุมดิ่งลงเหวในพริบตา กวินท์พุ่งตัวเข้ามาขวางระหว่างรินดากับธันวาอย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าปกเสื้อสูทของธันวาไว้แน่น ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม “ถอยปากสกปรกๆ ของนายออกไปจากคนของฉันซะ ธันวา!” ธันวาเพียงแค่หัวเราะหึๆ ในลำคอ ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวต่อแรงกดดันจากกวินท์แม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นปัดมือของกวินท์ออกเบาๆ ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้ทั้งกวินท์และรินดาต้องชะงักง้าง “คนของนายงั้นเหรอ? งั้นก็ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ… เพราะของเล่นชิ้นโปรดชิ้นนี้ นายอาจจะไม่ได้เป็นเจ้าของมันคนเดียวอีกต่อไปแล้วล่ะ” ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในทุกความรู้สึกด้วยกันนะครับ — โครโนสทริกเกอร์
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิยามรักฉบับห่างกันหนึ่งช่วงแขน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%