กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของหินผาโบราณในดันเจี้ยนระดับ S นั้นช่างน่าคลื่นไส้เกินกว่าจะบรรยาย เรย์ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าประตูศิลาบานยักษ์ที่ถูกสลักด้วยอักขระโบราณเรืองแสงสีแดงฉาน บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบทำให้แก้วหูอื้ออึง แต่สิ่งที่เยือกเย็นยิ่งกว่าอุณหภูมิ ติดลบในชั้นใต้ดินนี้ คือสายตาของเหล่าเพื่อนร่วมทีมที่กำลังทอดมองมายังเขา—ไม่ใช่ในฐานะเพื่อนร่วมเป็นร่วมตาย แต่เป็น "เครื่องมือ" ที่หมดประโยชน์
"เรย์ นายอย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นเลยนะ"
เสียงของแบรด หัวหน้ากิลด์อัศวินพยัคฆ์ทมิฬเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ รอยยิ้มที่มักจะเสแสร้งแสดงความห่วงใยถูกถอดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย เหลือเพียงรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก มือหนากำด้ามดาบเล่มโตแน่น ขณะที่เท้าข้างหนึ่งก้าวถอยหลังออกห่างจากจุดยืนของเรย์ทีละน้อย
"พวกเราจำเป็นต้องใช้เวลาในการหลบหนี และเจ้าบอสระดับ S ตัวนั้น... มันต้องการเครื่องสังเวยเพื่อดึงความสนใจ ไม่อย่างนั้นพวกเราทั้งหมดคงต้องตายกันอยู่ที่นี่" แบรดกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติ แม้ว่าเม็ดเหงื่อจะผุดพรายบนหน้าผากก็ตาม
เรย์ไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ เขาเพียงแค่กวาดสายตามองเพื่อนร่วมทีมทั้งห้าคนที่ร่วมผจญภัยด้วยกันมานับปี ทุกคนต่างหลบสายตา ไม่มีใครกล้าสบตาเขาตรงๆ แม้แต่เอמה รองหัวหน้าหน่วยเวทมนตร์ที่เรย์เคยใช้พลังเวทรักษาชีวิตเธอไว้จากปากเหวแห่งความตายเมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนนี้เธอกลับเบือนหน้าหนี ไปมองผนังถ้ำราวกับว่าการมองหน้าเขาในวินาทีนี้เป็นเรื่องน่ารังเกียจ
"พวกนายตัดสินใจกันเรียบร้อยแล้วสินะครับ" เสียงของเรย์เอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว ไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนก ความโกรธเกรี้ยว หรือแม้แต่ความหวาดกลัว เจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความว่างเปล่าที่ลึกซึ้งดุจก้นบึ้งของมหาสมุทร
"อย่าทำเป็นตัดพ้อเลยน่า เรย์ นายเป็นแค่ฮีลเลอร์แรงก์ E ไร้ค่าที่พวกเราเก็บตกมาใช้งาน หน้าที่ของฮีลเลอร์ขยะอย่างนาย ก็คือการตายแทนพวกเรา... เพื่อเกียรติยศของกิลด์เรายังไงล่ะ!"
เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นจากด้านหลัง เป็นของลูคัส นักฆ่าประจำกลุ่มที่มักจะคอยฉวยโอกาสกินแรงคนอื่นอยู่เสมอ เขายกมือขึ้นประสานไว้ที่ท้ายทอย มองดูเรย์ด้วยสายตาราวกับกำลังมองเศษขยะชิ้นหนึ่งที่กำลังจะถูกกวาดทิ้งลงถังขยะ
ครืนนนนน!
เสียงกลไกโบราณสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ประตูศิลาบานยักษ์เบื้องหน้าค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ ไอสังหารสีดำทมิฬพวยพุ่งทะลักออกมาจากภายในราวกับพายุทอร์นาโด ความกดอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ลมหายใจสะดุด เงาร่างมหึมาที่มีดวงตาสสีแดงฉานดั่งโลหิตกำลังคืบคลานออกมาจากความมืดมิด
"ไปซะ! จงถ่วงเวลาให้พวกเราอย่างน้อยสิบนาที ถ้านายรอดมาได้... ค่อยมาคุยกันเรื่องทวงบุญคุณก็แล้วกัน!"
แบรดคำรามลั่น ก่อนที่เขาจะใช้เท้าถีบเข้าที่แผ่นหลังของเรย์อย่างแรง แรงปะทะนั้นทำให้ร่างของเรย์เซถลาพุ่งเข้าไปในเขตแดนของบอสระดับ S ทันที
ปัง!
ประตูศิลาปิดกระแทกอย่างรุนแรง ตัดขาดแสงสว่างและความช่วยเหลือทั้งหมด เหลือไว้เพียงความมืดมิดและเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ เรย์ล้มลงคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้นหินที่เปียกชุ่มไปด้วยเลือดเก่าของเหยื่อรายก่อน เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างใจเย็น ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนกใดๆ ทั้งสิ้น
ในความมืดนั้น... มุมปากของเรย์ค่อยๆ ยกขึ้นโค้งสูง กลายเป็นรอยยิ้มที่เยือกเย็นและทรงอำนาจจนน่าขนพองสยองเกล้า
"คิดไม่ถึงเลยนะครับ ว่าความใจดีตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา จะซื้อความไร้มนุษยธรรมได้คุ้มค่าขนาดนี้"
เรย์พึมพำกับตัวเองเบื้องหน้าอสูรกายระดับ S ที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาสีแดงฉานของมันจ้องมองเขาเขม็ง แต่เรย์กลับไม่แม้แต่จะหยิบอาวุธขึ้นมาป้องกันตัว เขากลับเอื้อมมือไปหยิบบัตรสีดำสนิทที่สะท้อนประกายแสงเรืองรองออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
บัตรเครดิตอภิสิทธิ์ไร้ขีดจำกัด... บัตรที่เชื่อมต่อกับระบบการแพทย์ระดับจักรวาลที่แม้แต่กิลด์ระดับประเทศก็ไม่มีวันเอื้อมถึง
เรย์กดปุ่มเปิดใช้งานบนหน้าจอโฮโลแกรมที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ เสียงระบบจักรกลอัจฉริยะดังขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
[ ตรวจพบผู้ถือสิทธิ์ระบบ 'หมอเทวะแรงก์ SSS' ต้องการเปิดใช้งานระบบสนับสนุนฉุกเฉินหรือไม่ครับ? ]
"เปิดใช้งาน... และส่งเสียงออกไมโครโฟนไปยังห้องควบคุมภายนอกทั้งหมด" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจเด็ดขาด
[ ยืนยันคำสั่ง... ทำการเชื่อมต่อสัญญาณเสียงข้ามมิติไปยังกิลด์อัศวินพยัคฆ์ทมิฬ ณ บัดนี้ ]
ทางด้านนอกของดันเจี้ยน แบรดและพรรคพวกกำลังเร่งฝีปากวิ่งหนีตายไปยังจุดอพาร์ตเมนต์ ทันใดนั้น หน้าจอถ่ายทอดสดฉุกเฉินที่ติดตั้งไว้หน้าทางเข้าดันเจี้ยนก็สว่างวาบขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของเรย์ดังกระหึ่มก้องไปทั่วบริเวณลานกว้างท่ามกลางสายตาของฮันเตอร์นับร้อยคนที่มารอรับรายงานภารกิจ
*"แบรด... พวกคุณคิดจริงๆ หรือครับ ว่าคนอย่างผมจะยอมตายอยู่ที่นี่โดยไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลย?"*
แบรดสะดุ้งสุดตัว หยุดฝีเท้ากะทันหัน ใบหน้าซีดเผือกด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อได้ยินเสียงนั้นลอยออกมาจากลำโพงสาธารณะ
*"แก... แกพูดเรื่องอะไรวะ! ไหนแกบอกว่าเป็นแค่ฮีลเลอร์ขยะไง!"* แบรดตะโกนตอบโต้ผ่านอุปกรณ์สื่อสารด้วยความสั่นเครือ
*"ฮีลเลอร์ขยะงั้นเหรอครับ..."* เสียงหัวเราะแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารดังลอดออกมาจากลำโพง
*"น่าเสียดายจริงๆ นะครับที่ความจริงก็คือ... ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ที่พวกคุณติดค้างผมไว้รวมกัน เป็นจำนวนเงินหหมื่นล้านเครดิต... และเนื่องจากพวกคุณเลือกที่จะผิดสัญญาชำระหนี้ด้วยการฆ่าผม..."*
เรย์เว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนที่ประโยคถัดมาจะทำให้เลือดในกายของทุกคนที่ได้ยินต้องเย็นเฉียบ
*"กฎข้อที่หนึ่งของหมอเทวะ... ผู้ป่วยที่ปฏิเสธการจ่ายค่ารักษา จะต้องถูกริบทรัพย์สินทั้งหมด... และชีวิตของพวกคุณ นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผมแต่เพียงผู้เดียวครับ"*
ปัง!
เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวติดตราสัญลักษณ์สีทองอร่ามบินแหวกม่านหมอกลงมาจอดสนิทบนลานกว้างหน้าดันเจี้ยน ประตูห้องโดยสารเปิดออกเผยให้เห็นร่างของ "ซีร่า" อดีตหัวหน้ากิลด์อันดับหนึ่งที่ก้าวลงมาพร้อมกับกองกำลังติดอาวุธนับร้อยชีวิต เธอเดินตรงเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าหน้าจอถ่ายทอดสดด้วยความเคารพสูงสุด
"ท่านเรย์... ยานพาหนะและกองกำลังพร้อมปฏิบัติการกวาดล้างแล้วค่ะ... โปรดสั่งการได้เลยค่ะ นายท่าน"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านผลงานชิ้นนี้ด้วยใจระทึกครับ
ฮีลเลอร์จอมหยิ่งกับเหล่านักรบที่ต้องคลานเข่าขอชีวิต•ตอนที่ 1
ฮีลเลอร์ขยะกับการถูกทิ้งในนรก
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮีลเลอร์จอมหยิ่งกับเหล่านักรบที่ต้องคลานเข่าขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!