กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 45

หนังสือเล่มสำคัญ

ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
“ลบมันทิ้งไปให้หมดเลยดีกว่า…” เสียงพึมพำนั้นแหบพร่าและสั่นเทา ปลายปากกาสไตลัสกระแทกลงบนหน้าจอดิจิทัลซ้ำๆ จนเกิดเสียง *กึก กึก* อันเกรี้ยวกราด ก่อนที่ปลายนิ้วอันเย็นเฉียบของพายจะเลื่อนไปแตะคำสั่ง ‘Select All’ แล้วค้างไว้เหนี่ปุ่ม ‘Delete’ ภาพวาดที่ใช้เวลาอดหลับอดนอนมาตลอดสี่วัน ภาพร่างลายเส้นละเอียดอ่อนที่ถูกปฏิเสธกลับมาเป็นครั้งที่ห้า พร้อมคอมเมนต์สั้นๆ จากสำนักพิมพ์ใหญ่ที่เหมือนเข็มกรีดกลางใจ—*‘ไร้จิตวิญญาณ ดูประดิษฐ์ และไม่อาจสื่อถึงความรู้สึกใดๆ ได้เลย’* แต่ก่อนที่ทุกหยาดหยดของความพยายามจะมลายหายไปในพริบตา ฝ่ามือเรียวอุ่นคู่หนึ่งก็เลื่อนเข้ามากุมข้อมือของพายเอาไว้ สัมผัสเนื้อแท้ที่ไม่ได้ออกแรงบีบ ทว่ามั่นคงดั่งรากไม้ใหญ่ รั้งสติที่กำลังกระเจิดกระเจิงของคนขี้กังวลให้หยุดชะงัก “พอแล้วค่ะคนเก่ง… พอก่อนนะคะ” น้ำเสียงของรินนุ่มนวล ทว่าแฝงน้ำหนักที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เจ้าของร้านหนังสือสาวค่อยๆ ปลดปากกาออกจากนิ้วที่เกร็งแน่นของพาย วางมันลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาวด้านหลังเคาน์เตอร์ ก่อนจะดึงร่างที่สั่นเทิ้มของนักวาดภาพประกอบเข้ามาแนบชิดอก กลิ่นไออุ่นคล้ายกระดาษเก่าผสมกลิ่นชาเอิร์ลเกรย์จางๆ อันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของรินโอบล้อมพายเอาไว้ในทันที “พาย… พายวาดไม่ได้แล้วค่ะพี่ริน” พายซบหน้าลงกับลาดไหล่ของริน น้ำตาที่กลั้นไว้จนแสบกระบอกตาพังทลายลงมาเปรอะเปื้อนเนื้อผ้าลินินสีครีม “เขากล่าวหาว่างานของพายมันกลวง… แม่เคยพูดถูก พายไม่มีพรสวรรค์ พายไม่ควรดื้อรั้นหนีออกมาทำตามใจตัวเองตั้งแต่แรก พายมันไม่เอาไหน…” รินไม่เอ่ยคำปลอบประโลมประเภท ‘ไม่จริงหรอก’ หรือ ‘เธอทำได้ดีแล้ว’ ให้กลายเป็นถ้อยคำปลอมประโลมที่ว่างเปล่า เธอเพียงแค่ลูบแผ่นหลังที่สะท้านไหวอย่างช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบในร้านหนังสือปลายซอยทำหน้าที่ซับหยาดน้ำตา รอบกายมีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาโบราณเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ และกลิ่นฝนที่เริ่มตั้งเค้าอยู่นอกบานกระจก รินเข้าใจความรู้สึกนี้ดี ความรู้สึกของการถูกตัดสินว่า ‘ไม่คู่ควร’ และความหวาดกลัวที่ว่าตัวตนของตัวเองไม่มีค่าพอให้ใครจดจำ หลังการสูญเสียพ่อและแม่ไปในอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน รินเคยจมดิ่งอยู่ในความว่างเปล่าจนแทบหายใจไม่ออก เธอเคยคิดว่าการมีชีวิตอยู่คนเดียวในโลกที่กว้างใหญ่นี้ มันช่างหนาวเหน็บเกินกว่าจะทนไหว จนกระทั่ง… เธอได้พบกับสิ่งนั้น รินค่อยๆ ผละตัวออก ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดหยาดน้ำตาบนพวงแก้มซีดเซียวของคนรักอย่างทะนุถนอม สายตาคู่คมสีน้ำตาลเข้มเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจลึกซึ้งที่ไม่อาจหาได้จากที่ไหน “นั่งรอรินตรงนี้นะคะ อย่าเพิ่งกดลบอะไรทั้งนั้น… สัญญากับรินก่อน” พายเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่หนักแน่นของริน เธอก็ทำได้เพียงพยักหน้ารับช้าๆ รินหันหลังเดินตรงไปยังบันไดไม้ที่ทอดตัวขึ้นสู่ชั้นลอย เสียงฝีเท้าก้าวขึ้นไปทีละขั้นอย่างไม่เร่งร้อน พายมองตามแผ่นหลังนั้นพลางกอดเข่าตัวเองไว้ ความเงียบงันเริ่มแผ่ซ่านเข้ามาเกาะกุมหัวใจอีกครั้ง ความคิดฟุ้งซ่านในหัวตีกันยุ่งเหยิง เสียงก่นด่าในอดีตของครอบครัวยังคงดังก้องหลอกหลอนว่าเธอจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ ไม่กี่นาทีต่อมา รินก็เดินกลับลงมา ในมือของเธอไม่ได้ถ้วยชาอุ่นๆ หรือขนมหวานอย่างที่เคย แต่เป็นหนังสือปกแข็งเล่มหนึ่ง สภาพของมันบอกเล่ากาลเวลาได้อย่างชัดเจน สันปกหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มที่หลุดลุ่ยตามมุม ขอบกระดาษเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลอมน้ำตาล และมีรอยพับ รอยขีดเขียนปรากฏให้เห็นประปราย พายขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอคลุกคลีอยู่ในร้านนี้มานับปี ช่วยรินจัดหมวดหมู่หนังสือนับพันเล่ม แต่เธอไม่เคยเห็นหนังสือเล่มนี้วางอยู่บนชั้นไหนเลย “นี่คือ…” “หนังสือเล่มสำคัญที่สุดในชีวิตของรินค่ะ” รินทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ยื่นหนังสือเล่มนั้นวางลงบนตักของพายอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่ามันจะแหลกสลายไปหากสัมผัสแรงเกินไป มันคือวรรณกรรมแปลเรื่อง *‘The Neverending Story’* ฉบับพิมพ์ครั้งแรกเมื่อหลายสิบปีก่อน “ตอนที่พ่อกับแม่จากไป… รินคิดว่าโลกทั้งใบมันพังทลายลงไปหมดแล้วค่ะพาย” รินเริ่มเล่า น้ำเสียงสงบนิ่งทว่ามีระลอกคลื่นแห่งความทรงจำซัดส่ายอยู่ภายใน “บ้านทั้งหลังว่างเปล่า ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีใครรอทานข้าวเย็น รินไม่อยากตื่น ไม่อยากเปิดร้าน ไม่อยากหายใจด้วยซ้ำ รินคิดว่าตัวเองถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างโดดเดี่ยว และคงไม่มีวันมีความสุขได้อีก” มือของรินเลื่อนมากุมมือของพายไว้ บีบเบาๆ ส่งผ่านความอบอุ่นที่สั่นคลอนหัวใจ “วันนั้น รินรื้อห้องเก็บของแล้วเจอหนังสือเล่มนี้… มันเป็นหนังสือเล่มโปรดที่แม่เคยอ่านให้ฟังก่อนนอน แม่เขียนข้อความไว้ที่หน้าแรก รินเปิดอ่านมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าในคืนที่มืดมนที่สุด รินไม่ได้รอดชีวิตมาได้เพราะคำพูดสวยหรูของใคร แต่รอดมาได้เพราะรู้ว่าครั้งหนึ่ง… ตัวเองเคยถูกรักอย่างลึกซึ้งแค่ไหนผ่านตัวอักษรพวกนี้” พายก้มมองหนังสือในตัก มือสั่นเทาขณะค่อยๆ พลิกเปิดหน้าปกขึ้นมา ที่กระดาษหน้ารองปก มีลายมือหวัดๆ แต่เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนเขียนเอาไว้ด้วยหมึกสีน้ำเงินที่ซีดจางไปตามเวลา: *‘แด่ริน… ไม่ว่าเรื่องราวภายนอกจะโหดร้ายเพียงใด ขอให้จำไว้ว่า โลกในจินตนาการและหัวใจของลูก คือที่ที่ปลอดภัยที่สุดเสมอ จงเติบโตและสร้างเรื่องราวของลูกต่อไปนะ’* และถัดลงมาด้านล่าง เป็นลายมือลายเส้นปากกาหมึกซึมที่เขียนเพิ่มขึ้นมาใหม่… เป็นลายมือของรินเอง ลายมือที่เพิ่งถูกเขียนลงไปไม่นาน *‘และแด่พาย… ภาพวาดของเธอไม่เคยกลวงเปล่า เพราะมันคือที่พักพิงใจเพียงแห่งเดียวของรินเสมอมา อย่าให้เสียงของคนที่ไม่รู้จักหัวใจเธอ มาทำลายโลกที่งดงามของเธอเลยนะคะ’* หยดน้ำตาของพายร่วงเผาะลงบนหน้ากระดาษ เธอรีบยกหลังมือขึ้นปาดมันออกด้วยความตกใจเพราะกลัวหนังสือล้ำค่าของรินจะเสียหาย แต่รินกลับดึงมือเธอออก แล้วประกบริมฝีปากลงบนหน้าผากมนของพายอย่างอ่อนโยน เนิ่นนาน และลึกซึ้ง “รินมอบมันให้พายค่ะ” รินกระซิบชิดผิวแก้ม “ไม่ใช่เพื่อให้พายวาดรูปให้ชนะใจใคร แต่ให้ไว้เตือนใจ… ว่าในวันที่พายไม่เหลือความเชื่อมั่นในตัวเอง ขอให้รู้ว่าพายมีความเชื่อมั่นของรินทั้งหมดอยู่ในมือนี้แล้ว” หัวใจของพายเต้นระรัว ความเจ็บปวด ความกดดัน และปมในอดีตที่คอยรัดคอเธอไว้ราวกับโซ่ตรวน ค่อยๆ คลายตัวลงด้วยความรักที่บริสุทธิ์ตรงหน้านี้ พายโผเข้ากอดรินแน่น ซุกใบหน้าลงกับซอกคออุ่น สองแขนโอบรัดร่างของรินไว้ราวกับกลัวว่าความอ่อนโยนนี้จะเลือนหายไป “ขอบคุณนะคะพี่ริน… ขอบคุณที่มองเห็นพายเสมอ” รินยิ้มบางๆ ลูบเรือนผมนุ่มของคนในอ้อมกอด ไออุ่นในค่ำคืนนี้ควรจะดำเนินต่อไปอย่างสงบสุขและเปี่ยมล้นไปด้วยความหวัง ทว่า… *ครืด… ครืด…* โทรศัพท์มือถือของพายที่วางอยู่ข้างหน้าจอดิจิทัลสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงบนโต๊ะไม้ เสียงนั้นบาดลึกเข้ามาในความเงียบ แสงสว่างวาบจากหน้าจอส่องสว่างท่ามกลางแสงสลัว ไม่ใช่การแจ้งเตือนจากสำนักพิมพ์ ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอสายเรียกเข้าคือ… ‘แม่’ ยังไม่ทันที่พายจะได้เอื้อมมือไปหยิบ เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นอย่างแรงและกะทันหัน—*ปัง! ปัง! ปัง!* ร่างของพายแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึก รินขมวดคิ้วแน่นก่อนจะหันขวับไปมองที่ประตูหน้าร้านซึ่งปิดไฟมืดสนิทตามเวลาทำการ บนผิวกระจกฝ้าที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝน ปรากฏเงาดำของใครบางคนยืนนิ่งตระหง่านอยู่ตรงนั้น… และประกายไฟแช็กที่ถูกจุดขึ้นวูบหนึ่งนอกร้าน เผยให้เห็นเสี้ยวใบหน้าที่เย็นชาของผู้หญิงวัยกลางคนที่พายพยายามวิ่งหนีมาตลอดทั้งชีวิต! *** ขอขอบพระคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของไออุ่นในค่ำคืนนี้ และคอยอยู่เคียงข้างหัวใจของรินกับพายนะคะ
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%