ปลายนิ้วเรียวของพายที่กำลังกดปลายพู่กันลงบนกระดาษร้อยปอนด์textureหยาบ หยุดชะงักลงกลางคัน ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยน้ำหนักบางอย่างที่มองไม่เห็น สีน้ำสีครามเข้มที่ซึมกระจายบนเนื้อกระดาษแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ไร้ทิศทางและควบคุมไม่ได้ เช่นเดียวกับความคิดในหัวของเธอยามนี้ที่กำลังแตกซ่านกระเซ็น
เสียงพลิหน้ากระดาษบัญชีรายรับ-รายจ่ายของร้านหนังสือเบาหวิวจากโต๊ะไม้ตัวยาวมุมห้อง ไม่ได้ช่วยให้ความว้าวุ่นในอกของคนอายุน้อยกว่าสงบลงเลย ตรงกันข้าม เสียงกุกกักแผ่วเบานั้นกลับยิ่งขับเน้นความเงียบงันระหว่างพวกเธอให้เด่นชัดขึ้น—ความเงียบที่ไม่ได้เกิดจากความอึดอัด แต่เกิดจากการพยายามซ่อนเร้นรอยร้าวที่ต่างฝ่ายต่างรู้ว่ามันมีอยู่จริง
"พายคะ... ตรงนี้แสงเริ่มน้อยแล้วนะ ลูกค้าแถวนี้เขากลับกันหมดตั้งแต่ฝนซิลานเมื่อชั่วโมงก่อนแล้วนะคะ"
เสียงนุ่มนวลของรินดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสอุ่นจัดของแก้วเซรามิกเคลือบสีครีมที่ถูกวางลงบนโต๊ะทำงาน ชาคาโมมายล์ส่งกลิ่นหอมกรุ่นเจือจางความตึงเครียดในอากาศ รินไม่ได้คาดคั้น ไม่ได้เร่งรีบ ดวงตาคู่สวยคู่นั้นมองพายด้วยความห่วงใยที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาทั้งหมด
พายวางพู่กันลงในกระป๋องน้ำจนน้ำใสๆ กลายเป็นสีขุ่นคลั่ก เธอยกมือขึ้นเสยผมที่ตกลงมาปรேกใบหน้าอย่างลวกๆ ก่อนจะซบหน้าลงกับฝ่ามือทั้งสองข้าง เสียงถอนหายใจยาวเหยียดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง
"พายรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนเห็นแก่ตัวเลยค่ะพี่ริน..." น้ำเสียงของพายสั่นเครือเล็กน้อย เจือความเปราะบางที่รินสัมผัสได้ทันที
รินผละจากโต๊ะบัญชี เดินอ้อมมาทรุดตัวลงนั่งยองๆ บนพื้นไม้ข้างเก้าอี้ที่พายนั่งอยู่ มือเรียวเอื้อมไปกุมมือเย็นเฉียบของคนรักขึ้นมาแนบไว้กับฝ่ามืออุ่นของตนเอง รินไม่ได้พูดขัด เธอยอมเป็นพื้นที่รองรับความร้าวรานนั้นด้วยความเต็มใจ
"วันนี้น้าณีโทรมาค่ะ..." พายเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยแดงเรื่อ รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ "ท่านไม่ได้ต่อว่าอะไรพายสักคำ... ท่านแค่บอกว่ากับข้าวเย็นวันนี้มีแต่เมนูที่พายชอบ แม่ทำเผื่อไว้เหมือนทุกวัน... แต่ไม่มีใครแตะมันเลย"
รินบีบกระชับมือคู่นั้นแน่นขึ้น ส่งผ่านความอบอุ่นให้ซึมซาบผ่านผิวสัมผัส "การเลือกเดินออกมาจากจุดที่ทำให้เราหายใจไม่ออก ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวหรอกนะคะพาย มันคือการรักษาชีวิตตัวเองต่างหาก"
"แต่พวกท่านคือครอบครัวนะคะพี่ริน!" พายโพรงขึ้น เสียงสั่นสะท้านด้วยความอัดอั้น "พายทิ้งแม่ที่มีโรคประจำตัว ทิ้งพ่อที่คาดหวังให้พายสอบบรรจุรับราชการตามรอยตระกูล มาขลุกอยู่กับร้านหนังสือเล็กๆ ในซอยตัน กับคนรักที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน... ถ้าวันหนึ่งพายไม่มีอะไรเลย ถ้าเกิดว่างานวาดของพายมันไปต่อไม่ได้จริงๆ พายจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนคะ"
คำถามนั้นทิ่มแทงหัวใจของรินไม่แพ้กัน เพราะรินเองก็เคยยืนอยู่บนจุดที่เคว้งคว้างที่สุดในชีวิต วันที่สูญเสียทุกอย่างจนเหลือแค่ตัวคนเดียว รินเข้าใจดีว่าความกลัวต่อ "อนาคตที่ไม่ชัดเจน" มันน่ากลัวขนาดไหน มันไม่ใช่แค่เรื่องปากท้อง แต่เป็นความรู้สึกผิดบาปที่เกาะกินวิญญาณทุกครั้งยามเอนตัวลงนอน
รินยื่นมือไปเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากของพายอย่างอ่อนโยน ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากผิวแก้มของคนรัก
"พายคะ... มองตาพี่นะคะ" รินรอจนกว่าพายจะยอมสบตาด้วย แววตาของรินนิ่งสงบ มั่นคง และเปี่ยมด้วยความจริงใจอย่างถึงที่สุด "พี่ไม่เคยสัญญาว่าโลกใบนี้จะใจดีกับเราสองคน พี่ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้หนังสือจะขายดีไหม หรือภาพวาดของพายจะมีคนจองหมดหรือเปล่า... แต่อย่างหนึ่งที่พี่มั่นใจ และกล้าเอาชีวิตที่เหลือทั้งหมดเป็นประกันก็คือ ไม่ว่าวันข้างหน้ามันจะมืดมนแค่ไหน มือของพายจะไม่ต้องเคว้งคว้างกลางอากาศลำพังเด็ดขาดค่ะ"
พายมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ความกลัวที่เกาะกุมหัวใจเริ่มคลายตัวลงทีละน้อย หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินลงมาเงียบๆ พายโผเข้าสวมกอดเอวบางของรินแน่น ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่คุ้นเคย สะอื้นไห้เบาๆ ออกมาอย่างไม่อาย
รินโอบกอดแผ่นหลังบางนั้นไว้แนบอก มือข้างหนึ่งลูบผมพายช้าๆ ราวกับจะช่วยปัดเป่าความหนาวเหน็บในใจออกไป ทั้งสองคนนั่งนิ่งท่ามกลางแสงสลัวของร้านหนังสือที่ทอดยาวเป็นเงาทอดตัวทับซ้อนกัน กลิ่นกระดาษเก่าและไออุ่นจากชาคาโมมายล์โอบล้อมพวกเธอไว้ ราวกับเกาะป้องกันอันเปราะบางจากโลกภายนอก
เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งความเงียบสงบถูกทำลายลงด้วยเสียงกริ่งทองเหลืองเหนือประตูกระจกหน้าร้านที่ดังขึ้น *กริ๊ง...*
ไม่ใช่เสียงกริ่งธรรมดา แต่เป็นจังหวะการผลักประตูที่หนักแน่นและรีบร้อน รินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เพราะเวลานี้เลยเวลาปิดร้านมาเกือบชั่วโมงแล้ว และป้ายหน้าร้านก็พลิกกลับด้านเป็นคำว่า "ปิดทำการ" ชัดเจน
พายผละออกจากอ้อมแขนของรินอย่างตกใจ ทั้งคู่หันไปมองยังประตูทางเข้าพร้อมกัน
เงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปของสตรีวัยกลางคนยืนเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าชั้นหนังสือวรรณกรรมแปล แสงไฟสลัวจากถนนสะท้อนกระทบกับแว่นตากรอบทองและใบหน้าที่ถอดแบบมาจากพายราวกับพิมพ์เดียวกัน น้าณี... มารดาของพายยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น โดยมีชายร่างใหญ่ในชุดสูทอีกสองคนยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอก
"พาย... ลูกจะทนเล่นเกมเด็กๆ แบบนี้ไปถึงไหน กลับบ้านกับแม่เดี๋ยวนี้ค่ะ"
ขอขอบพระคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและพักผ่อนไปกับความอบอุ่นของรินและพายในบทนี้นะคะ
กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 44
อนาคตที่ยังไม่ชัดเจน
ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!