“ริน... คุณกำลังกลัวอะไรกันแน่คะ?”
น้ำเสียงของพายไม่ได้ดังไปกว่าเสียงฝีเท้าของแมวจรที่เดินผ่านหน้าร้าน แต่มันกลับดังก้องในความรู้สึกของรินราวกับเสียงฟ้าผ่าท่ามกลางความเงียบงัน รินนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม มือที่เคยถือกระดาษแผ่นนั้นสั่นระริกจนมุมกระดาษยับย่น เธอยังไม่กล้าหันกลับไปมองเจ้าของเสียงที่ยืนอยู่ตรงประตูหลังร้าน—กลิ่นควันไฟจางๆ ที่เธอกลัวจนสุดหัวใจเมื่อครู่ กลับกลายเป็นกลิ่นหอมของสีน้ำมันและกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ที่คุ้นเคยของพายในตอนนี้
รินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามบังคับกล้ามเนื้อบนใบหน้าให้ผ่อนคลายที่สุดก่อนจะค่อยๆ หันไปเผชิญหน้า
“พาย... คุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” รินถามเสียงเบา พยายามซ่อนเศษเสี้ยวของความตื่นตระหนกไว้ใต้รอยยิ้มจางๆ
“มานานพอที่จะเห็นว่าคุณกำลังพยายามจะซ่อนอะไรบางอย่างไว้หลังแผ่นหลังนั่น” พายก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะในมุมร้านส่องให้เห็นแววตาที่สั่นไหวของนักวาดภาพสาว พายไม่ได้คาดคั้นด้วยคำพูด แต่สายตาที่จ้องมองมานั้นกลับคมกริบราวกับจะอ่านทะลุเข้าไปถึงปมในใจที่รินพยายามถักทอไว้แน่นหนา
รินวางกระดาษลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังก้องท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วร้านหนังสือ “มันไม่มีอะไรสำคัญหรอกค่ะ แค่... เรื่องเก่าๆ ที่ไม่ควรจำ”
“เรื่องเก่า หรือคนเก่าคะ?” พายถามย้ำ เดินเข้ามาประชิดจนระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่แทบจะไร้รอยต่อ “รินคะ... คุณบอกว่าร้านหนังสือแห่งนี้คือพื้นที่ปลอดภัย แต่สายตาของคุณบอกว่าคุณกำลังติดอยู่ในกรงขังที่มองไม่เห็นมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา”
รินนิ่งอึ้ง เธอเผลอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือ ความทรงจำในคืนที่ทุกอย่างพังทลาย—คืนที่มีกลิ่นควันไฟ กลิ่นของบ้านที่ถูกเผาทำลายไปพร้อมกับหัวใจของเธอ—มันย้อนกลับมาเตือนว่าความใกล้ชิดคือสิ่งที่อันตรายที่สุด
“พาย เราเคยคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าเรื่องของอดีต...”
“พายไม่ได้ถามถึงอดีตของริน พายถามถึงปัจจุบัน” พายเอื้อมมือขึ้นมา ประคองใบหน้าของรินให้หันไปสบตา “บอกพายมาตรงๆ สิคะ ว่าสิ่งที่รินรู้สึกกับพาย... มันคือความรัก หรือแค่ความสงสารที่เห็นคนอย่างพายเดินหลงทางเข้ามาในชีวิตของคุณกันแน่?”
คำถามนั้นเปรียบเสมือนก้อนน้ำแข็งที่เย็นเฉียบและคมกริบ รินนิ่งงันไปครู่ใหญ่ หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอไม่ได้กลัวคำถามของพาย แต่เธอกลัวคำตอบของตัวเอง... กลัวว่าหากเธอเปิดเปลือยความรู้สึกนั้นออกไป ความอบอุ่นที่พายมอบให้จะมอดไหม้ไปเหมือนกับทุกอย่างในชีวิตที่เธอเคยครอบครอง
“ทำไมคุณถึงถามแบบนี้คะพาย?” รินถามเสียงสั่น แววตาของเธอดึงดูดความสนใจไปที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย ก่อนจะเบนสายตาหลบด้วยความรู้สึกผิด
“เพราะในทุกครั้งที่พายกอดริน พายรู้สึกเหมือนรินกำลังกอดเงาของใครบางคนอยู่” พายพูดเสียงแผ่ว แต่ทุกคำพูดกลับหนักแน่นเหมือนหินที่ทิ้งลงในใจ “รินไม่ได้มองเห็นพายจริงๆ รินแค่เห็นคนที่จะมาช่วยเติมเต็มความว่างเปล่าที่คุณสร้างขึ้นมาเองใช่ไหมคะ?”
รินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธออยากจะปฏิเสธ อยากจะดึงพายเข้ามากอดให้แน่นที่สุดเพื่อพิสูจน์ว่าความรู้สึกของเธอนั้นจริงแท้เพียงใด แต่ความจริงที่ค้างคาใจกลับทำให้เธอขยับตัวไม่ออก
“พายคะ... คุณไม่เข้าใจหรอกว่าความโดดเดี่ยวมันกัดกินใจคนได้ลึกแค่ไหน” รินตอบเสียงแผ่ว ในขณะที่มือของเธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
พายถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความอ่อนโยนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความร้าวราน “พายอาจจะไม่เข้าใจความโดดเดี่ยวของริน... แต่พายเข้าใจว่าการรักคนที่ไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับความจริงของตัวเองมันเหนื่อยแค่ไหน”
พายหันหลังเตรียมจะเดินจากไป แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงกรีดร้องของโลหะที่กระทบกันอย่างรุนแรงดังมาจากหน้าร้าน—เสียงประตูกระจกที่ถูกกระแทกจนแตกละเอียด!
รินและพายหันไปมองพร้อมกัน ร่างของชายแปลกหน้าในชุดเสื้อโค้ทตัวหนา กลิ่นควันไฟที่รุนแรงและฉุนกึกพุ่งเข้ามาปะทะจมูกของรินทันที เขายืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางเศษกระจกที่เกลื่อนพื้น พร้อมกับจดหมายฉบับหนึ่งที่เปื้อนคราบเขม่าสีดำในมือ
“ฉันบอกแล้วไง... ว่าของที่ควรถูกเผา มันไม่มีวันหายไปไหนหรอก ริน”
รินทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นใบหน้าของชายผู้นั้นชัดๆ... คนที่เธอคิดว่าตายไปแล้วในเปลวเพลิงเมื่อหลายปีก่อน
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้าง "ชากุหลาบอุ่นๆ" มาจนถึงบรรทัดนี้เสมอนะคะ
กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 12
คำถามที่ไม่มีคำตอบ
ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!