“พาย... ถ้าภาพนี้เป็นพาย พายคิดว่าสีไหนคือความรู้สึกที่ชัดเจนที่สุดในใจตอนนี้คะ?”
เสียงของรินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงกว้างในพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย พื้นหินขัดเย็นเยียบสะท้อนเงาของทั้งคู่ที่ยืนทอดมองภาพวาดนามธรรมชิ้นใหญ่ตรงหน้า ภาพที่เต็มไปด้วยรอยปาดแปรงสีน้ำเงินเข้มตัดกับสีส้มแสบตา รินไม่ได้หันไปมองคนข้างกาย แต่สายตาของเธอยังคงตรึงอยู่กับผืนผ้าใบ ราวกับกำลังค้นหาเศษเสี้ยวชีวิตของตัวเองในนั้น
พายขยับแว่นสายตาที่ไม่มีเลนส์สายตา—นิสัยที่ติดตัวมาเวลาประหม่า—ปลายนิ้วเรียวเล็กของเธอสั่นน้อยๆ ก่อนจะสอดประสานเข้ากับฝ่ามือของริน ความเย็นจากฝ่ามืออีกฝ่ายส่งผ่านความมั่นคงมาให้จนพายยอมผ่อนลมหายใจออก
“สีส้มค่ะ... แต่มันกำลังถูกสีน้ำเงินกลืนกินทีละน้อย” พายตอบเสียงแผ่ว “เหมือนกับสิ่งที่พายกำลังเจอ พยายามจะเปล่งประกาย แต่ก็มีอะไรบางอย่างดึงให้จมลงไปในความเงียบงันเสมอ... คุณรินล่ะคะ เห็นอะไรในภาพนี้?”
รินหันมามองพาย แววตาของหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของร้านหนังสือเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้งจนคนถูกมองรู้สึกหน้าร้อนผ่าว รินไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่ใช้นิ้วโป้งลูบไล้หลังมือของพายเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เป็นสัมผัสที่บอกแทนคำพูดว่า *‘ฉันอยู่นี่ และฉันจะไม่ปล่อยให้เธอจมลงไปคนเดียว’*
“ฉันเห็นการเติบโตค่ะ” รินกล่าวเสียงนุ่ม “สีส้มไม่ได้ถูกกลืนกิน แต่มันกำลังปรับตัวเพื่อที่จะอยู่ร่วมกับสีน้ำเงิน ภาพนี้ไม่ได้สื่อถึงการสูญเสีย แต่คือการยอมรับว่าเราเป็นมนุษย์ที่มีหลายเฉดสีในคราวเดียว... เหมือนกับคุณไงคะ พาย”
บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะหมุนช้าลง กลิ่นอายของกระดาษเก่าๆ ที่รินมักจะพกติดตัว จางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสีน้ำมันและอากาศเย็นฉ่ำในพิพิธภัณฑ์ พายเงยหน้าขึ้นมองคนข้างกาย รินในวันนี้ดูต่างออกไปจากรินที่เป็นเจ้าของร้านหนังสือผู้แสนสงบ เธอสวมเสื้อเชิ้ตคอปกสีครีมที่ดูเรียบง่ายแต่สะท้อนถึงความหนักแน่นในตัวตน ช่างขัดกับพายที่เลือกสวมชุดกระโปรงสีพาสเทลซึ่งดูเปราะบางเหมือนแก้วที่พร้อมจะแตกสลาย
“คุณรินไม่เคยใจร้ายกับความรู้สึกของพายเลยนะคะ” พายพึมพำขณะเดินนำไปยังโซนถัดไป เป็นนิทรรศการภาพวาด ‘หน้าต่างที่มองไม่เห็น’ ซึ่งตั้งอยู่สุดทางเดิน
“ทำไมต้องใจร้ายด้วยล่ะคะ?” รินถามพลางก้าวตาม “โลกข้างนอกน่ะโหดร้ายเกินพอแล้ว ร้านหนังสือของฉัน... และที่สำคัญที่สุดคือตัวฉัน ต้องเป็นที่พักพิงให้คุณไม่ใช่เหรอ”
คำว่า ‘ที่พักพิง’ ทำให้พายหยุดกวาดสายตามองภาพวาดบนผนัง เธอหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับรินโดยไม่สนใจสายตาของนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ที่เดินผ่านไปมา
“ถ้าพายไม่ใช่ที่พักพิงที่สมบูรณ์แบบล่ะคะ? ถ้าพายยังมีความลับที่ซ่อนไว้... ความลับที่อาจจะทำให้พื้นที่ปลอดภัยของคุณต้องสั่นคลอน...”
รินนิ่งไปครู่หนึ่ง ประกายตาของเธอไหววูบเหมือนเปลวเทียนที่ถูกลมพัด แต่เธอก็ไม่ได้ถอยห่าง กลับกัน รินขยับเข้าไปใกล้จนช่องว่างระหว่างทั้งคู่แทบจะเป็นศูนย์ “ความลับก็เหมือนหนังสือที่ยังไม่ได้เปิดอ่านค่ะพาย ถ้ามันยังไม่ได้เปิดออกมา เราก็ไม่มีวันรู้ว่าเนื้อหามันจะทำร้ายเรา หรือเป็นเรื่องราวที่สวยงามที่สุดเท่าที่เราเคยอ่านมา... ฉันเลือกที่จะอ่านมันพร้อมกับคุณเสมอ ไม่ว่าหน้าถัดไปจะเป็นอย่างไร”
พายเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอึดอัดที่สั่งสมมานานนับเดือนจากการถูกครอบครัวกดดันเรื่องเส้นทางชีวิตกำลังจะล้นปรี่ เธอต้องการจะพูดเรื่องจดหมายฉบับนั้น จดหมายจากทางบ้านที่พายแอบซ่อนไว้ในกระเป๋าถือใบเก่ง แต่ทว่า...
“ขอโทษนะคะ... คุณสองคนใช่คนที่ชื่อรินกับพายหรือเปล่าคะ?”
เสียงทุ้มต่ำของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบดังขึ้นขัดจังหวะ ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว พายรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก สายตาของชายคนนั้นไม่ได้จดจ้องที่ใบหน้าของริน แต่กลับจับจ้องมาที่พายด้วยแววตาที่เย็นเยียบและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
“ผมเป็นทนายความของครอบครัวคุณพายครับ” ชายคนนั้นกล่าวต่อ พลางยื่นนามบัตรสีขาวสะอาดให้ “คุณพ่อคุณแม่ของคุณรออยู่ที่ร้านกาแฟหน้าพิพิธภัณฑ์ และท่านกำชับว่า... ให้พาคุณรินไปด้วย เพราะเรื่องที่ท่านจะคุย มันเกี่ยวข้องกับ ‘อนาคต’ ของร้านหนังสือปลายซอยที่คุณรินรักนักรักหนา”
รินชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาที่มองชายตรงหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นความเย็นชา ในขณะที่พายหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เธอหันมามองรินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสำนึกผิด
รินไม่ได้มองไปที่ทนายความ แต่เธอกลับมองเห็นแผ่นหลังของใครบางคนที่คุ้นตาในกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนภาพโถงนิทรรศการจากมุมไกล... เป็นผู้หญิงสูงวัยในชุดหรูหราที่กำลังยืนจ้องมองพวกเธออยู่เงียบๆ และที่ข้างกายของผู้หญิงคนนั้น คือกล่องพัสดุสีน้ำตาลที่ถูกพันด้วยเชือกปอแบบเดียวกับที่รินมักใช้ห่อหนังสือให้ลูกค้าประจำ...
“คุณรินคะ...” พายสั่นเสียงเครือ “นั่น... นั่นมันกล่องพัสดุที่พายเพิ่งได้รับเมื่อเช้านี้ แต่มันควรจะอยู่ที่ห้องของพายไม่ใช่เหรอคะ!”
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้าง “ชากุหลาบอุ่นๆ” มาจนถึงบรรทัดนี้เสมอนะคะ
กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย•ตอนที่ 13
วันหยุดที่แสนพิเศษ
ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กลิ่นกระดาษและไออุ่นในร้านหนังสือปลายซอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!