"ปล่อยค่ะ"
เสียงกระซิบที่ลอดผ่านไรฟันไม่ได้ทำให้คนที่พันธนาการเธอไว้รู้สึกรู้สาเลยสักนิด กลับกัน กวินทร์ยังคงจงใจกดน้ำหนักฝ่ามือลงบนพนักเก้าอี้หนังแท้สีเข้ม กักขร่างเธอไว้ในวงแขนอย่างจงใจ ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานสถาปนิกไร้ความหมายไปถนัดตา เมื่อแผ่นหลังของรินรดาแนบชิดติดกับพนักพิง และไออุ่นจากกายหนาที่โน้มลงมาใกล้จนได้กลิ่นหอมสะอาดของมินต์ผสมกลิ่นกาแฟคั่วเข้มกำลังแผดเผาความนิ่งสงบทั้งหมดที่เธอสะสมมาตลอดสัปดาห์
บัญชีเรื่องปากดีเมื่อคืนยังคาอยู่บนเตียงอย่างที่เขาขู่ไว้จริงๆ เสียด้วย
"เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะ รินรดา..." น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ารดรินอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นจัดที่เป่ารดลาดไหล่เปลือยเนียนทำเอาขนอ่อนลุกชัน ดีไซเนอร์สาวเม้มริมฝีปากแน่น สมองหมุนเร็วจี่เพื่อหาทางหนีทีไล่ แต่ไอ้ท่าทีคุกคามแบบผู้ดีตีนเปล่าที่แฝงความดุดันของสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งคนนี้ มันไม่เปิดช่องให้เธอได้กระดิกตัวเลยแม้แต่น้อย
ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร... ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนาที่เธอชอบกวนประสาท แต่เวลานัยน์ตาคมกริบคู่นั้นมองมา มันกลับเต็มไปด้วยประกายความคลั่ง
รินรดากัดฟันกรอด ขยับตัวหนีเล็กน้อยจนข้อศอกไปกระแทกเข้ากับแฟ้มกระดาษบนโต๊ะทำงาน เสียงเอกสารปึกใหญ่เลื่อนไถลเกือบตกพื้น นั่นแหละ... ถึงทำให้กวินทร์ยอมผละถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความหงุดหงิดระคนเสียดาย
"ซุ่มซ่าม" เขาพ่นคำวิจารณ์สั้นๆ ออกมาพร้อมกับยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนให้เข้ารูปด้วยท่าทางเนี้ยบกริบ ราวกับเหตุการณ์สิวๆ เมื่อกี้เป็นแค่ภาพลวงตา "ถ้ายังเดินสะดุดขาตัวเองแบบนี้ โปรเจกต์รีโนเวทห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองคงพังก่อนจะได้เริ่มตอกเสาเข็ม"
"ฉันจะซุ่มซ่ามหรือเดินชนเสา ก็เรื่องของฉันค่ะคุณกวินทร์" รินรดาผุดลุกขึ้นยืนบ้าง เชิดหน้าสู้สายตาร้ายกาจคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอกก็ตาม มือเรียวคว้ากระเป๋าหนังดีไซน์เก๋มาสะพายไหล่ "แต่เรื่องกาแฟที่คุณสั่งแก้บนความปากจัดของฉันเมื่อคืน... รอแป๊บนะคะ เดี๋ยวจัดให้แบบสาสมกับรสนิยมอันแสนจะวิเศษของคุณเลย"
รอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย รินรดากระแทកส้นรองเท้าทรงสูงเดินดุ่มๆ ออกจากห้องทำงานส่วนตัวของเขาไปทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้สถาปนิกหนุ่มได้อ้าปากท้วงติง
กวินทร์มองตามแผ่นหลังบางที่หายลับไปหลังบานประตูไม้สัก ก่อนจะยกปลายนิ้วขึ้นแตะสันจมูกเบาๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างอดไม่ได้... ยัยตัวแสบเอ๊ย ปากเก่งไม่เคยเปลี่ยนจริงๆ
สิบห้านาทีต่อมา รินรดากลับเข้ามาพร้อมกับแก้วกระดาษสีดำสนิทไร้ลวดลายในมือ หล่อนวางมันลงบนโต๊ะทำงานของกวินทร์ด้วยแรงที่ค่อนข้างหนักหน่วงจนกาแฟกระฉอกเล็กน้อย แต่เจ้าตัวกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตาท้าทาย
"อะไร" กวินทร์เงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต เลิกคิ้วมองแก้วกาแฟตรงหน้าด้วยความเคลือบแคลง
"เครื่องดื่มพิเศษ... อภินันทนาการจากดีไซเนอร์ผู้ร่วมงานที่แสนน่ารักของคุณค่ะ" รินรดาตอบเสียงใส รอยยิ้มพราวเสน่ห์บนใบหน้านั้นชวนให้รู้สึกไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย "สูตรลับเฉพาะตัว รับรองว่าดื่มแล้วตื่นเต็มตา หายง่วงไปสามวันเจ็ดวัน สมกับรสนิยมล้ำเลิศที่ชอบติโน่นตินี่ของสถาปนิกมือหนึ่งอย่างคุณแน่นอน"
กวินทร์หรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา เขารู้ดีว่ายัยนี่ไม่มีทางหวังดีแน่ๆ แต่ด้วยศักดิ์ศรีและมาดของหัวหน้าทีมโปรเจกต์ มีหรือที่เขาจะแสดงความหวาดกลัวออกมา มือหนาเอื้อมไปหยิบแก้วกระดาษขึ้นมา เปิดฝาออกแล้วก้มลงสูดกลิ่น...
กลิ่นหอมกรุ่นของเอสเพรสโซ่เข้มข้นเตะจมูก ทว่า... มันมีกลิ่นฉุนแปลกปลอมบางอย่างปะปนอยู่ด้วย
"คุณใส่อะไรลงไป" เสียงทุ้มถามลอดไรฟัน สายตาคมกริบตวัดกลับมามองคนจอมเจ้าเล่ห์
"ชิมดูก่อนสคะ ค่อยถาม" รินรดาลอยหน้าลอยตาตอบ "ช็อตเอสเพรสโซ่เข้มข้นคั่วกลางค่อนไปทางไหม้แบบที่คุณชอบไงคะ แต่ฉันเพิ่ม 'ความใส่ใจ' พิเศษลงไปนิดหน่อย... อิตาเลียนไซรัปรสเฮเซลนัทผสมกลิ่นวานิลลาเข้มข้นสะใจ แถมด้วย... ผงอบเชยครึ่งช้อนโต๊ะพูนๆ"
กวินทร์สำลักลมหายใจทันที อบเชย? เขาเกลียดกลิ่นอบเชยเข้าไส้! ยัยนี่ต้องรู้แน่ๆ ถึงได้แกล้งใส่มาแบบจัดเต็ม
"รินรดา..." เสียงเรียกชื่อนั้นต่ำลึกจนน่ากลัว สถาปนิกหนุ่มวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความขุ่นเคือง "คุณก็รู้ว่าผมเกลียดกลิ่นอบเชย"
"อ้าวเหรอคะ? อุ๊ย ตายจริง... ฉันคงจำสลับกับรสนิยมของธันวาหรือเปล่าหนอ เห็นช่วงนี้คุณธันวาเขาชอบสั่งเมนูแนวนี้บ่อยๆ จนฉันเผลอคิดไปว่ารสนิยมของสถาปนิกแถวหน้าคงไม่ต่างกันหรอกมั้งคะ" รินรดาแสร้งยกมือขึ้นทาบอก ทำหน้าตาตื่นตระหนกได้อย่างสมบทบาท แต่ประกายตากลับพราวระยับด้วยความสะใจ
คำว่า 'ธันวา' ถูกโยนเข้ามากลางวงสนทนาราวกับระเบิดเวลา กวินทร์ชะงักไปชั่วขณะ ขากรรไกรที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนบ่งบอกถึงอารมณ์ที่เริ่มพุ่งสูงขึ้น คู่แข่งคนสำคัญที่คอยแต่จะหาทางแทงข้างหลังในโปรเจกต์นี้ เป็นชื่อเดียวที่เขารังเกียจพอกับกลิ่นอบเชยในแก้วกาแฟตรงหน้า
และยัยผู้หญิงปากร้ายตรงหน้าก็จงใจเอาสองสิ่งนี้มารวมกันเพื่อยั่วโมโหเขาโดยเฉพาะ!
"คุณจงใจกวนประสาทผม" กวินทร์ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาด้วยความรวดเร็ว จนเธอต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางหนังสือด้านหลังอย่างช่วยไม่ได้ "อยากลองดีนักใช่ไหม รินรดา..."
"ก็เปล่าสักหน่อย... อื้อ!"
คำแก้ตัวถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อกวินทร์ไม่ปล่อยให้เธอได้ต่อปากต่อคำอีกต่อไป มือหนาคว้าเอวบางไว้แน่นด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาปิดกั้นเรียวปากช่างเจรจานั้นด้วยริมฝีปากของตัวเองอย่างอุกอาจ
สัมผัสร้อนผ่าวที่แนบชิดลงมาทำให้รินรดาดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด รสชาติขมปร่าของกาแฟผสมกลิ่นอบเชยจางๆ จากริมฝีปากของเขาที่ถ่ายทอดผ่านมาทำให้ความโกรธกลายเป็นความตื่นตระหนก ร่างบางพยายามทุบไหล่หนาเพื่อประท้วง แต่กวินทร์กลับยิ่งรัดวงแขนให้แน่นขึ้น ราวกับต้องการลงโทษคนปากเก่งให้เข็ดหลาบ
เนิ่นนานกว่าเขาจะยอมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หอบหายใจด้วยความเหนื่อยหอบ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววพึงพอใจอย่างชัดเจนขณะมองริมฝีปากบวมเจ่อสีระเรื่อ
"กาแฟของคุณ... รสชาติแย่เป็นบ้า" กวินทร์กระซิบชิดริมฝีปากเธอ เสียงทุ้มพร่าสั่นปร่า "แต่ปากคุณ... หวานกว่าที่คิดแฮะ"
"ไอ้... คนฉวยโอกาส!" รินรดาหน้าแดงก่ำทั้งด้วยความโกรธและความเขินอาย เธอยกมือขึ้นเตรียมจะตบสั่งสอนคนหน้าไม่อายสักฉาดใหญ่ แต่ทว่า...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูห้องที่ถูกผลักเปิดออกโดยวิสาสะ ร่างสูงโปรดของ 'ธันวา' คู่แข่งคนสำคัญก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะบนใบหน้า ทว่าเมื่อสายตาคมกริบของเขากวาดมาเห็นภาพสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่กำลังกอดรัดดีไซเนอร์สาวคนเก่งแนบชิดติดชั้นหนังสือ รอยยิ้มนั้นก็แข็งค้างไปในทันที
กวินทร์ชะงักเล็กน้อย แต่ไม่ได้ผละตัวออกจากร่างบาง เขากลับตวัดสายตาคมปลาบมองผู้มาใหม่ด้วยแววตานิ่งสนิท ราวกับจงใจประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
"ขอโทษที... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวสินะครับ" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ แต่ประกายตาในความอิจฉาริษยาและเกลียดชังกลับฉายชัดเจนจนปิดไม่มิด "พอดีผมเอาเอกสารแบบแปลนแก้ไขรอบสุดท้ายมาส่ง... ไม่คิดว่าคุณกวินทร์จะกำลัง 'ตรวจงาน' แบบแนบชิดขนาดนี้"
รินรดารีบใช้แรงทั้งหมดผลักอกกวินทร์ให้ออกห่างแล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความกระอักกระอ่วนใจ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากอธิบายอะไร ธันวาก็โยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความลับบางอย่าง
"เก็บกวาดอารมณ์กันให้เรียบร้อยนะครับคุณกวินทร์..." ธันวาหัวנסในลำคอเบาๆ สายตาคมกริบมองสลับระหว่างทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเยาะ "เพราะอีกสิบนาทีข้างหน้า กรรมการผู้บริหารทุกคนกำลังจะเดินมาตรวจแบบแปลนที่ห้องประชุมใหญ่... และผมเกรงว่า 'ความลับ' บางอย่างที่คุณพยายามซ่อนไว้ อาจจะถูกเปิดเผยให้พวกเขารู้เร็วกว่ากำหนด"
---
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเข้ามาเติมความหวานและร่วมลุ้นไปกับเคมีสุดแซ่บของคู่นี้ด้วยกันนะคะ! รักเสมอค่ะ - เอมเมอรัลด์อายส์*
เซฟโซนติดลบกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 3
กาแฟหนึ่งแก้วกับความประชด
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนติดลบกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!