"ถ้าขุดลงไปเจอรากต้นไฮเดรนเยียของผมขาดแม้แต่เส้นเดียว คุณเตรียมตัวเอาตึกทั้งแท่งไปถมทะเลแทนได้เลยนะครับคุณสถาปนิก"
น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดัง แต่กลับคมกริบเหมือนกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ที่เพิ่งลับจนคมปลาบ ธันวาละสายตาจากแปลนกระดาษขนาด A1 ที่ถูกลมพัดจนกระพือเบาๆ ในมือ เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ปรับสีหน้าให้เรียบนิ่งที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งซึ่งถูกปลุกด้วยกาแฟดำแก้วเดียวและรถติดนรกแตกจะทำได้ในเวลาสเก็ตช์งานสิบโมงเช้าแบบนี้
เบื้องหลังกรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมคือดวงตาคู่คมที่กวาดมองผู้พูดตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อเชิ้ตลินินสีเขียวขี้ม้าพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เนื้อผ้าเปื้อนคราบดินจางๆ ตรงชายเสื้อ และเรือนผมหยักศกเล็กน้อยที่ชื้นเหงื่อจากการลงมือย้ายกระถางต้นไม้ด้วยตัวเอง ทั้งหมดนั่นบอกชัดเจนว่าไอ้เจ้าของสวนดอกไม้จอมรั้นคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ปากดี
"ผมชื่อธันวาครับ และในแปลนสถาปัตยกรรมฉบับนี้ ไม่มีคำว่า 'เดา' หรือ 'เผื่อฟลุ๊ค' ในพจนานุกรมของผม เพราะฉะนั้น รากไม้เกรร, ไฮเดรนเยีย หรือแม้แต่หญ้าแพรกหน้าสวนของคุณ จะไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่ใบเดียว ถ้าผู้รับเหมาของผมไม่โง่พอจะขับรถแบ็คโฮเหยียบแปลงดอกไม้ตามที่คุณวิตกจริต"
ธันวาตอบกลับด้วยน้ำพักน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกพยางค์ที่หลุดจากริมฝีปากหยักได้รูปนั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งแบบผู้ดีอังกฤษที่ผสมผสานกับความกวนประสาทอย่างลงตัว เขายกมือขึ้นดันแว่นเล็กน้อย จงใจมองสำรวจพื้นที่สวนดอกไม้สไตล์อังกฤษที่ถูกล้อมรอบด้วยโครงสร้างเหล็กสีดำของไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง มันคือภาพตัดแปะที่ประหลาดสิ้นดีระหว่างความดิบกระด้างของคอนกรีตกับความอ่อนหวานละมุนละไมของมวลดอกไม้
ลินินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มจ้องเขม็งมาที่เขาอย่างไม่เกรงกลัว คนอะไร หน้าตาก็จัดว่าดูดีระดับพระเอกซีรีส์ แต่นิสัยน่าเอาปูนผสมตราช้างพ่นใส่หน้าเป็นที่สุด
"วิตกจริตเหรอครับ?" ลินินก้าวเท้าเข้ามาประชิดเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างสวนกับไซต์งาน นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่แปลนกระดาษในมือของอีกฝ่าย "นี่มันเขตพื้นที่สีเขียวที่ทางโครงการเซ็นสัญญาว่าจะรักษาไว้ครึ่งหนึ่งนะคุณ แต่ดูที่คุณขีดเส้นประสีแดงนี่สิ มันผ่ากลางแปลงกุหลาบอังกฤษสายพันธุ์ 'David Austin' ของผมพอดิบพอดี นี่คุณกะจะเอาส้นตึกมาเหยียบหัวใจผมชัดๆ"
"ผมไม่ได้เหยียบหัวใจใครทั้งนั้นครับ ผมกำลังคำนวณฐานรากเพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยในอนาคตอีกสองร้อยชีวิต ซึ่งผมเกรงว่าชีวิตของคนเหล่านั้นจะมีน้ำหนักมากกว่าความรู้สึกสุนทรีย์ชั่วคราวของคุณกับดอกไม้พวกนี้นะครับ"
ธันวาตอบสวนกลับทันควันอย่างไร้รอยต่อ เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายเช่นกัน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ลอยเข้าจมูกธันวาโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้สถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบถึงกับชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาของลินินที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมนั้นไม่ได้มีแค่ความโกรธ แต่มันมีความดื้อรั้นและประกายระยิบระยับบางอย่างที่ชวนให้คนมองรู้สึก... หงุดหงิดหัวใจอย่างบอกไม่ถูก
"ปากจัดเป็นบ้า..." ลินินพึมพำเบาๆ แต่ดังพอให้คนหูดีได้ยิน
"ผมเรียกว่าพูดความจริงที่มีเหตุผลรองรับครับ" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักกระตุกยิ้มบางๆ อย่างเหนือกว่า "ถ้าคุณไม่อยากให้กุหลาบแสนรักของคุณกลายเป็นปุ๋ยหมักเร็วกว่ากำหนด ผมแนะนำให้คุณถอยหลังไปสามก้าว แล้วปล่อยให้มืออาชีพเขาทำงานครับ คุณ-ลินิน"
เขาย้ำชื่อท้ายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเป็นพิเศษ จนคนฟังรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาที่ใบูโดยไม่ทราบสาเหตุ ลินินเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ มือเรียวแอบกำหมัดแน่นข้างลำตัว อยากจะหยิบกระถางต้นกระบองเพชรแถวนี้มาฟาดหัวคนตรงหน้าสักทีสองที ข้อหาหมั่นไส้ล้วนๆ
"นี่ถ้าไม่ใช่เพราะสัญญาเช่าพื้นที่ยังเหลืออีกครึ่งปีนะ คุณจะได้เห็นสวนดอกไม้ของผมแปรสภาพเป็นสนามเพลาะแน่ คุณธันวาผู้แสนจะเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว!"
"ยินดีต้อนรับสู่สนามรบครับ ถ้าคุณคิดว่าคุณแน่พอ" ธันวาฉีกยิ้มกว้างขึ้น เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากความจริงใจ แต่เป็นรอยยิ้มท้าทายที่ทำเอาลินินอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ ให้รู้แล้วรู้รอด
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นไปด้วยประกายไฟจากความไม่ลงรอย เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของธันวาก็สั่นครืดขึ้นมา เขาก้มลงมองหน้าจอแวบหนึ่ง ปรากฏชื่อของ "คีย์" เพื่อนสนิทตัวแสบโทรเข้ามาพอดี ธันวาจึงถือโอกาสเบนสายตาออกจากใบหน้าหวานที่กำลังบึ้งตึงของเจ้าของสวน แล้วกดรับสายทันทีโดยไม่ละสายตาไปไหน
"ว่าไงคีย์... เออ อยู่หน้างาน กำลังเคลียร์กับ... อืม เจ้าที่เขาแรงนิดหน่อย"
ลินินตวัดสายตาค้อนขวับให้กับคำว่า 'เจ้าที่' ที่อีกฝ่ายจงใจใช้เหน็บแนม เธอสะบัดหน้าหนีเตรียมจะเดินกลับเข้าไปในเรือนกระจกเพื่อสงบสติอารมณ์ แต่ทว่า...
เสียงข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชต์สีเขียวในโทรศัพท์มือถือของลินินกลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน เธอหยิบขึ้นมาดูด้วยความรำคาญ นิ้วเรียวปัดหน้าจอเพื่อเปิดอ่านข้อความยาวเหยียดที่ถูกส่งเข้ามาจากเบอร์แปลกที่เพิ่งบันทึกอัตโนมัติ
*['สวัสดีครับคุณลินิน จากสถาปนิกปากจัดคนเมื่อกี้เองครับ พอดีผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ถ้าผมต้องทนฟังคุณบ่นเรื่องรากไม้ไปอีกสัปดาห์ ผมอาจจะประสาทกินตายซะก่อน... สนใจไปกินกาแฟล้างตาเพื่อสงบศึกกันสักแก้วไหมครับ ผมเลี้ยงเอง เพื่อแลกกับการที่คุณจะยอมถอยร่นแปลงกุหลาบให้ผมอีกสักสิบเซนติเมตร']*
ลินินชะงักกึก เธอกะพริบตาปริบๆ หันขวับกลับไปมองสถาปนิกหนุ่มที่กำลังยืนถือโทรศัพท์แนบหูอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว
ธันวากำลังมองเธออยู่เช่นกัน ดวงตาคมคายคู่นั้นไหววับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกได้รูปโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเล่ห์ไว้อย่างแนบเนียน นิ้วเรียวของเขากำลังกดแป้นพิมพ์ยิกๆ บนหน้าจอสมาร์ทโฟนของตัวเอง
และก่อนที่ลินินจะทันได้ตั้งตัว ประโยคถัดมาก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ของเธออีกครั้งอย่างรวดเร็ว
*[ปล. ผมไม่ได้กลัวคุณนะ... แค่คิดว่าหน้าตาตอนที่คุณโมโหนี่มัน... น่ารักดีเหมือนกัน]*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดหน้าแรกของความป่วนนี้นะครับ ขอให้สนุกกับการเดินทางครั้งนี้ครับผม!
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของสวนดอกไม้จอมกวน•ตอนที่ 1
แบบแปลนกับดอกไม้
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของสวนดอกไม้จอมกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
