เสียงถอนหายใจยาวเหยียดของธันวา ดังแข่งกับเสียงเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ในร้าน "Roast & Root" คาเฟ่เรือนกระจกที่ตั้งอยู่หัวมุมถนนก่อนถึงทางเข้าสวนดอกไม้ของลินิน มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความอึดอัดและคำถามนับร้อยที่ยังค้างคาใจจากสายโทรศัพท์ปริศนาเมื่อครู่
หน้าจอไอแพดโปรตัวเก่งของสถาปนิกหนุ่มเปิดแปลนพื้นที่สวนดอกไม้ค้างไว้ เส้นสายสีดำบนพื้นหลังสีเทาเข้มถูกลากทับด้วยไฮไลท์สีส้มจนยุ่งเหยิง สะท้อนถึงสภาวะจิตใจของเจ้าตัวในเวลานี้ได้เป็นอย่างดี
"สรุปว่า... คุณจะอธิบายเรื่องผู้ชายคนที่โทรมาเมื่อกี้ว่ายังไงครับ คุณลินิน"
ธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง ปลายปากกา Apple Pencil เคาะเบาๆ กับขอบโต๊ะไม้สักตามจังหวะความหงุดหงิดที่กำลังไต่ระดับขึ้นทีละน้อย เขารู้ตัวดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของลูกค้า แต่สมองเจ้ากรรมกลับประมวลผลไปไกลเกินกว่าขอบเขตของคำว่า "สถาปนิกผู้รับเหมา" ไปหลายปีแสงแล้ว
ลินินที่เพิ่งเดินถือถาดเค้กและแก้วกาแฟกลับมาจากการสั่งออเดอร์ที่เคาน์เตอร์ ชะงักเท้าไปเล็กน้อย รอยยิ้มเจื่อนๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่บนใบหน้าถูกปรับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกวนๆ ตามสไตล์ประจำตัวอย่างรวดเร็ว เธอย่อตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม วางถาดลงเสียงดังเบาๆ ก่อนจะเอียงคอมองคนตรงหน้าด้วยแววตาวับวาว
"แหม คุณธันวาคะ... เอ้ย! คุณธันวาครับ" ลินินแกล้งอุทานแก้เก้อเมื่อเผลอใช้คำพูดติดปาก ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับยามที่สังเกตเห็นสันจักษ์ที่ขยับไหวเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ของอีกฝ่าย "นี่เรากำลังประชุมเรื่องการปรับปรุงพื้นที่โซนคาเฟ่ในสวน หรือกำลังไต่สวนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องกันแน่เนี่ย หน้าตาเครียดเชียว กลัวแบบแปลนผมปลิวหายไปกับสายลมหรือไงครับ"
"ผมไม่ได้เครียดเรื่องแบบแปลนครับ" ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตา ปรับสีหน้าให้เรียบนิ่งที่สุดเพื่อซ่อนความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังตีรวนอยู่ในอก "แต่ผมกำลังใช้สมองคำนวณว่า... 'งานออกแบบ' ของผม กับ 'เรื่องส่วนตัว' ของคุณ อันไหนมันสร้างความปวดหัวให้ผมมากกว่ากันต่างหาก"
"โอโห ปากคอเราะร้ายเป็นบ้าเลย สถาปนิกนี่เขาอบรมวิธีพูดจาทำร้ายจิตใจคนอื่นมาเป็นหลักสูตรบังคับเลยรึเปล่าเนี่ย" ลินินทำท่าทางโอเวอร์แอคติ้งด้วยการเอามือกุมหน้าอกราวกับเจ็บปวดเจียนตาย ก่อนจะดันจานเค้กส้มสีสดใสไปตรงหน้าธันวา "เอ้า! กินซะ จะได้หายหงุดหงิด เค้กนี่ผมทำเองกับมือ หวานน้อย เปรี้ยวนิดๆ เหมือนรสชาติชีวิตคุณตอนนี้แหละครับ"
ธันวามองจานเค้กสลับกับใบหน้าที่ยิ้มแป้นของคนตรงข้าม กลิ่นหอมอ่อนๆ ของส้มและเนยสดตีขึ้นจมูก ชวนให้บรรยากาศที่ตึงเครียดเมื่อครู่ผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด เขาเกลียดตัวเองจริงๆ ที่มักจะแพ้ทางรอยยิ้มแบบนี้ของลินินทุกทีสิน่า
"ผมไม่ได้ชอบกินของหวาน" ธันวาบอกเสียงเรียบ แต่ก็ยอมหยิบช้อนส้อมขึ้นมาตักเค้กเข้าปากคำเล็กๆ รสชาติเปรี้ยวนำหวานตามละมุนลิ้นจนเผลอขยับคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด
"ปากบอกไม่ชอบ แต่ตักเข้าปากคำแรกนี่ตาเป็นประกายเชียวนะครับคุณชายเจ้าระเบียบ" ลินินหัวเราะคิกคัก ชอบใจที่ได้เห็นคนมาดนิ่งเสียอาการ "อ้อ ส่วนไอ้เรื่องสายโทรศัพท์เมื่อกี้... ถ้าคุณอยากรู้จนตัวสั่นขนาดนั้น ทำไมไม่ถามตรงๆ ล่ะครับ มานั่งทำหน้ายักษ์ใส่โต๊ะทำงานผมอยู่ได้"
"ใครอยากรู้กันครับ อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลย" ธันวาปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน รีบวางช้อนลงแล้วดึงสติกลับมาที่หน้าจอไอแพด "เรามาคุยเรื่องงานต่อดีกว่าครับ ผมร่างโครงสร้างโซนเรือนกระจกใหม่เสร็จแล้ว ถ้าคุณยังมัวแต่สนใจเรื่องอื่น ระวังกำหนดเปิดสวนเดือนหน้าจะเลื่อนออกไปอีกนะ"
ตลอดช่วงบ่าย ทั้งคู่จมอยู่กับกองแบบร่างและตัวอย่างวัสดุ บรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วยการถกเถียงและปะทะคารมกันอย่างดุเดือดแต่มีชีวิตชีวา ธันวาในโหมดการทำงานนั้นจริงจัง น่าเชื่อถือ และคมคายในทุกรายละเอียดของการออกแบบ จนลินินเผลอมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของสถาปนิกหนุ่มบ่อยครั้งกว่าที่ควรจะเป็น แววตาของเธอมีความชื่นชมซ่อนอยู่ลึกๆ อย่างที่เจ้าตัวก็ไม่ทันได้สังเกต
เวลาล่วงเลยจนแสงแดดยามบ่ายเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มทอง ส่องผ่านกระจกใสของร้านกาแฟทาบทับลงบนโต๊ะไม้ ลินินเอื้อมมือไปหยิบกาแฟลาเต้เย็นที่น้ำแข็งละลายไปเกือบหมดขึ้นมาดูดอึกใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
"ขอบคุณนะครับธันวา" น้ำเสียงของลินินเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย ไร้ซึ่งความกวนประสาทเมื่อครู่ "ที่ยอมเหนื่อยมานั่งแก้แบบรอบที่สามให้ ทั้งๆ ที่ไอเดียผมมันค่อนข้างจะ... เอาแต่ใจตัวเองไปหน่อย"
ธันวาชะงักมือที่กำลังเก็บปากกาลงกระเป๋า เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า แววตาที่มักจะแข็งกระด้างยามเผชิญหน้ากับความไม่สมบูรณ์แบบ กลับอ่อนแสงลงอย่างไม่น่าเชื่อ
"ผมไม่ได้ทำเพราะตามใจคุณหรอกนะครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ลินินไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก "แต่ผมทำเพราะ... งานชิ้นนี้มันคือสวนของคุณ และผมอยากให้มันออกมาดีที่สุด... ในแบบที่มันควรจะเป็น"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ บทสนทนากวนๆ ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่มีความหมายลึกซึ้งซ่อนอยู่ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของทั้งคู่ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับเริ่มรัวเร็วจนน่าตกใจ
"เอ่อ... งั้นเดี๋ยวผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียวนะครับ" ลินินกระแอมเบาๆ เพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดแต่หวานล้ำเกินบรรยาย เธอรีบผุดลุกขึ้นยืนแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งหายเข้าไปทางหลังร้านทันที โดยลืมโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูคว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะ
ธันวามองตามหลังร่างบางด้วยรอยยิ้มจางๆ เขาส่ายหัวให้กับความลนลานของเธอ ก่อนจะก้มลงเก็บเอกสารแผ่นสุดท้ายลงแฟ้ม ทว่าในจังหวะนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์ของลินินที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์ข้อความยาวเหยียดที่เด้งขึ้นมาโชว์หราบนหน้าล็อกอิน โดยมีชื่อผู้ส่งคือ "พี่กรณ์" คนเดิมที่โทรมาเมื่อกลางวัน
ธันวาไม่ได้ตั้งใจจะมอง แต่มันอยู่ใกล้จนสายตาบังเอิญกวาดไปเจอประโยคแรกที่สะดุดตาเข้าอย่างจังจนลมหายใจสะดุดกึก
*"ลินิน... เรื่องที่เราคุยกันเมื่อกลางวัน พี่ตัดสินใจแล้วนะ พี่จะหย่ากับเมีย แล้วเรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่เหมือนเดิมนะ คนดี"*
สมองของธันวาชาดิ่งไปชั่วขณะ เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าวที่ปลายประสาท ความรู้สึกหวงแหน หงุดหงิด และโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาจนควบคุมไม่อยู่ โลกทั้งใบที่เคยสงบสุขพังทลายลงในเสี้ยววินาทีเมื่อตระหนักได้ว่า... ผู้ชายคนนั้นกำลังจะกลับมาทวงพื้นที่ในชีวิตของลินินคืน
ขอบคุุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเดินเคียงข้างในบรรยากาศอุ่นๆ แบบนี้ด้วยกันนะครับ
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของสวนดอกไม้จอมกวน•ตอนที่ 3
กาแฟยามบ่ายที่ขมปร่า
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของสวนดอกไม้จอมกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
