มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง•ตอนที่ 19

อาวุธชิ้นใหม่

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กกระทบพื้นโต๊ะไม้สักทองดังสนั่น หักล้างความเงียบงันภายในห้องประชุมใหญ่ของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจได้อย่างไร้ความปราณี "คุณกำลังเสียสติไปแล้วหรือคะ ธันวา?" ลินินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของวิศวกรสาวไม่ได้สั่นเครือแม้แต่น้อย มีเพียงประกายตาคมกริบที่จ้องมองผู้ชายตรงหน้า—ชายผู้กุมอำนาจการเงินมหาศาลและหัวใจที่ด้านชาจนน่ากลัว เธอยืนกอดอกพิงขอบกระจกใสบานยักษ์ เบื้องล่างคือมหานครที่กำลังเคลื่อนไหวราวกับฝูงมด แต่ภายในห้องนี้ อากาศกลับเบาบางจนแทบหายใจไม่ออก ธันวาไม่แม้แต่จะชายตามองแฟ้มเอกสารบนพื้น เขากำลังหมุนปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือเล่น ช้าๆ ทว่ามั่นคง เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวของใครหลายคนที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ในเกมนี้ "ผมดูเหมือนคนเสียสติเหรอครับ... อ้อ ขอโทษที ผมติดนิสัยพูดผิด" ธันวาเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มมุมปากของเขาไม่ใช่รอยยิ้ม แต่มันคือคมมีดที่กรีดลงบนความมั่นใจของเหยื่อทีละนิด "ผมหมายถึง... ผมมีสติครบถ้วนดีต่างหาก ลินิน" ตลอดสิบแปดตอนที่ผ่านมา โลกใบนี้รู้จักธันวาในฐานะ 'กระเป๋าเงินไร้ก้นบึ้ง' เขาใช้เงินซื้อความพินาศ ซื้อหุ้น ซื้อบริษัท และซื้อแม้กระทั่งลมหายใจของคนที่เคยเหยียบย่ำเขา แต่วันนี้... เกมได้เปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว เงินซื้อความพังพินาศได้รวดเร็วก็จริง แต่มันยังมีความเจ็บปวดอีกระดับหนึ่ง—ระดับที่คมเงินซื้อไม่ได้ แต่ 'ความสัมพันธ์' ทำได้ดีกว่า ธันวาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมา นิ้วเรียวยาวกดส่งข้อความเพียงสطرเดียว ก่อนจะวางคว่ำลงบนโต๊ะ "คุณกำลังจะดึง 'เขา' เข้ามาเกี่ยวด้วยจริงๆ น่ะหรือ" ลินินถอนหายใจยาว เธอมองทะลุเปลือกนอกอันเยือกเย็นนั้น เธอดึงเก้าอี้ตรงข้ามขึ้นมานั่งลง แว่นสายตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟนีออนวาววับ "คุณรู้ดีว่าการใช้ความสัมพันธ์ของ 'คนคนนั้น' เป็นเครื่องมือ มันหมายถึงการเปิดแผลเก่าที่ไม่มีวันหายให้ฉีกกว้างขึ้น ทั้งกับตัวคุณ... และกับผม" "แผลเหรอครับ?" ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข "สำหรับผม มันไม่ใช่แผล แต่มันคือ 'อาวุธ' ที่คมที่สุดต่างหากลินิน ตระกูลภักดีบดินทร์คิดว่าพวกเขายิ่งใหญ่และปลอดภัยหลังกำแพงกฎหมายและเส้นสายทางการเมืองมาตลอดหลายปี... แต่พวกเขาหลงลืมไปอย่างหนึ่ง ความภักดีของมนุษย์เราน่ะ ซื้อได้ด้วยเงินก็จริง แต่ถ้าจะทำลายมันให้ย่อยยับ... ต้องใช้ 'คนที่เขารักที่สุด' มาเป็นคนลงมือเองต่างหาก" ภาพเหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้นมาในหัวของวิศวกรสาว ครอบครัวที่ล่มสลาย เสียงร้องไห้ในค่ำคืนที่ฝนตกหนัก และรอยยิ้มเยาะเย้ยของผู้มีอำนาจในวันนั้น ลินินหลับตาลงชั่วขณะ เธอย่อมรู้ดีว่าธันวาไม่ใช่คนใจร้ายโดยกำเนิด แต่โลกใบนี้ต่างหากที่ปั้นแต่งให้เขาเป็นปีศาจสวมสูทสั่งตัดพิเศษ และเธอก็คือคนเดียวที่ยืนหยัดอยู่ข้างเขา ไม่ใช่ในฐานะผู้บริสุทธิ์ แต่ในฐานะผู้ร่วมสมคบคิดในเกมทวงคืนความยุติธรรมอันบิดเบี้ยวนี้ "ถ้าคุณเลือกทางนี้... คุณจะไม่มีวันหวนกลับไปเป็นธันวาคนเดิมได้อีกนะ" ลินินกระซิบ น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย เจือความเปราะบางที่หาได้ยากยิ่ง "ผมไม่เคยต้องการเป็นคนเดิม" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสูงสง่าเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าวิศวกรสาว กลิ่นอายความเป็นผู้กุมชะตากรรมแผ่ซ่านจนลินินต้องเงยหน้าขึ้นมอง "คนเดิมมันตายไปตั้งแต่วันที่พ่อแม่ผมต้องกราบเท้าขอความช่วยเหลือจากพวกมันแล้วลินิน... ตอนนี้ ถึงเวลาที่พวกมันจะต้องรู้ซึ้งถึงคำว่า 'สูญสิ้นทุกสิ่ง' โดยที่แม้แต่เงาของคนที่รัก ก็ไม่อาจเอื้อมมือไปคว้าไว้ได้" ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศอันตึงเครียด ประตูห้องประชุมเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างของเลขาฯ ส่วนตัวก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด ในมือถือแท็บเล็ตที่กำลังแสดงภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของคฤหาสน์ตระกูลภักดีบดินทร์ "ท่านประธานคะ... ทางนั้น... เคลื่อนไหวแล้วค่ะ" ธันวายิ้มรับ รอยยิ้มที่ทำให้ลินินรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด เขาหันไปมองหน้าจอแท็บเล็ต ภาพบนนั้นปรากฏร่างของหญิงสาวผู้เลอโฉม ทายาทคนเดียวของตระกูลภักดีบดินทร์—คนที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างไข่ในหิน ผู้ซึ่งไม่เคยรู้จักความลำบากแม้แต่วินาทีเดียว—กำลังเดินลงมาจากรถยนต์ส่วนตัวท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องตะลึงงัน คือคนที่ยืนกางร่มรอต้อนรับเธออยู่ตรงหน้าประตูคฤหาสน์... ไม่ใช่บิดาผู้ทรงอิทธิพลของเธอ... ไม่ใช่คู่หมั้นหนุ่มไฮโซตระกูลดัง... แต่กลับเป็น 'อชิระ' อดีตคู่หูมือขวาคนสนิทของธันวา ผู้ซึ่งหักหลังและแปรพักตร์ไปซบตั๋วฝั่งศัตรูเมื่อหกเดือนก่อน ทว่าตอนนี้ ในมือของอชิระกลับกำลังยื่นกุญแจรถซูเปอร์คาร์มูลค่าหลายสิบล้านให้แก่หญิงสาว พร้อมรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความลับบางอย่างที่แม้แต่กล้องวงจรปิดก็ยังบันทึกไว้ได้ไม่ชัดเจน ดวงตาคมกริบของธันวาหรี่ลงเล็กน้อย เขายกมือขึ้นรับแท็บเล็ตมาจากเลขาฯ ปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ "เริ่มแผนที่สองได้เลยครับ... บอกอชิระว่า หมากตัวนี้ เดินได้สวยมาก" ลินินมองหน้าธันวาด้วยความตกใจระคนไม่อยากเชื่อ "นี่คุณ... ซื้อตัวอชิระกลับมาแล้วงั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้! ทางนั้นให้ข้อเสนอที่ดีกว่าตั้งสามเท่า!" "เงินสามเท่าอาจจะซื้อความโลภได้ลินิน..." ธันวาหันมาสบตาเธอนิ่ง ประกายตาคู่นั้นทั้งมืดมนและลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งถึง "แต่ความกลัวตาย... และความแค้นที่ถูกหักหลัง มันซื้อได้ด้วยสิ่งเดียวเท่านั้น..." เขายังไม่ทันพูดจบ ประโยคถัดมาก็ถูกกลืนหายไปด้วยเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของลินินเอง หน้าจอของเธอสว่างวาบขึ้นพร้อมข้อความจากบุคคลที่ไม่คาดคิดว่าจะติดต่อมาในเวลานี้—ข้อความจากน้องสาวแท้ๆ ของคุณชายตระกูลภักดีบดินทร์ ที่ส่งภาพถ่ายบัตรเชิญงานแต่งงานลับๆ ระหว่างเธอกับอชิระ พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาวิศวกรสาวถึงกับมือไม้สั่น *'ช่วยฉันด้วย... ธันวาไม่ได้ต้องการแค่ทำลายตระกูลเรา แต่เขากำลังจะทำให้พวกเรากลายเป็นฆาตกรที่ฆ่าคนในครอบครัวตัวเอง'* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมการแก้แค้นอันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจ กับวิศวกรผู้ทำลายล้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%