“วิถีกระบี่ของเด็กเมื่อวานซืนเช่นเจ้า กล้าดีอย่างไรจึงเรียกว่าวิถีกระบี่?”
เสียงหัวร่อเยาะหยันของผู้อาวุโสตระกูลมารโลหิตดังสะท้อนก้องกราบฟ้า ดังกังวานเสียจนเมฆหมอกบนนภากาศพลอยแตกกระเจิง ท่ามกลางสายตาของยอดฝีมือจากทั่วสารทิศนับหมื่นคู่ที่รายล้อมลานประลองยุทธ์แปดทิศ รัศมีปราณโลหิตสีแดงฉานแผ่พุ่งทะยานราวกับอสูรกายกระหายเลือด กดดันจนพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าของเหล่าผู้ฝึกตนถึงกับปริร้าวเป็นทางยาว
ทว่า หลี่มู่เหวิน หาได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย
ร่างโปร่งในชุดคลุมสีครามเข้มยืนหยัดตรงดั่งพลองเหล็ก ประกายแสงสีครามเจิดจ้าบาดตาที่พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนหน้านี้ ยังคงทิ้งร่องรอยความเวิ้งว้างของมิติที่ฉีกขาดเป็นรอยแยกสีดำสนิทไว้เบื้องบน ท่ามกลางเสียงคำรามของสายฟ้าและเกล็ดน้ำค้างนับล้านที่หยุดนิ่งกลางอากาศราวกับเวลาถูกแช่แข็ง กระบี่โบราณในมือของเขาถูกชักออกจากฝักเพียงครึ่งเดียว... แต่เพียงแค่ครึ่งเดียวนี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้ลมหายใจของคนนับหมื่นสะดุดกึก
ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ชั่วขณะนั้น ราวกับว่ากฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินถูกบิดเบือนด้วยพลังจิตอันไร้ขอบเขตของบุรุษหนุ่มผู้เดียว
“วิถีกระบี่... ไม่ได้วัดกันที่ความหนาของกระบี่โลหิต หรือเสียงคำรามที่ดังคับฟ้า” หลี่มู่เหวินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย เยือกเย็นดั่งน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์ แต่ทุกคำที่เปล่งออกมากลับหนักแน่นราวน้ำหนักของภูเขาไท่ซาน “แต่มันวัดกันที่หัวใจที่ซื่อตรงต่อกระบี่... และเจตจำนงที่จะตัดSảnทุกสิ่งที่เป็นอธรรม”
สิ้นคำพูดของเขา ดบกระบี่ครึ่งเล่มในมือก็เปล่งประกายแสงสีครามเจิดจ้าขึ้นอีกระลอก คลื่นกระบี่ระลอกแล้วระลอกเล่าแผ่ซ่านออกไปรอบทิศทาง จนเหล่าปรมาจารย์ผู้เฒ่าที่นั่งชมอยู่บนอัฒจันทร์สูงถึงกับต้องเปลี่ยนสีหน้า แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นอย่างปิดไม่มิด
“เด็กน้อยวดสดี! เจ้ากล้าอวดดีต่อหน้าหน้ายอดฝีมือเช่นพวกเราเชียวหรือ!” ผู้อาวุโสโลหิตแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว พลังปราณมารสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากฝ่ามือ กลายเป็นรูปหัวกะโหลกโลหิตมหึมาพุ่งเข้าใส่หลี่มู่เหวินราวกับจะกลืนกินทั้งร่างให้แหลกสลายในพริบตา
ความรุนแรงของกระบวนท่านี้ทำให้เหล่าผู้ชมส่งเสียงอุทานออกมาด้วยความตกใจ บางคนถึงกับหลับตาลงเพราะไม่อาจทนดูภาพจอมยุทธ์หนุ่มถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ได้
ทว่า หลี่มู่เหวินไม่แม้แต่จะขยับกายถอยหลัง สายตาคมปลาบดุจคมกระบี่มองตรงไปยังหัวกะโหลกโลหิตที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ในวินาทีเป็นตายนั้นเอง เขาก็ขยับข้อมือเล็กน้อย!
*ฉึบ!*
เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดังขึ้นเพียงครึ่งส่วน แต่มันกลับก้องกังวานเสียดแก้วหูของคนนับหมื่น ราวกับเสียงคำรามของมังกรครามที่ตื่นจากการหลับใหลยาวนานนับพันปี ประกายแสงสีครามสายหนึ่งพาดผ่านความว่างเปล่าอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ มันคือความเร็วจนแม้แต่สายตาของยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณก็ยังมองตามไม่ทัน!
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาผู้คนคือ หัวกะโหลกโลหิตมหึมาถูกผ่าออกเป็นสองซีกอย่างสะอาดหมดจดในชั่วพริบตา ปราณมารที่รุนแรงสลายกลายเป็นละอองแสงสีแดงแล้วจางหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย และก่อนที่ผู้อาวุโสตระกูลมารโลหิตจะทันได้ตั้งตัว เส้นแสงสีครามบางเบาก็พาดผ่านลำคอของเขาไปแล้ว
เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่งลงชั่วขณะ...
ผู้อาวุโสโลหิตแข็งค้างอยู่ในท่าเดิม ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถล่นออกมาจากเบ้า เลือดสีแดงสดสายหนึ่งค่อยๆ ซึมออกมาบริเวณลำคอ ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะทรุดฮวบลงกับพื้นศิลาอย่างไร้เรี่ยวแรง ลมหายใจขาดห้วงไปในทันที!
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมลานประลองอีกครั้ง เงียบเสียจนได้ยินเสียงหัวใจของคนนับหมื่นเต้นระรัวอยู่ในอก การกวาดล้างยอดฝีมือที่มาดูถูกวิถีกระบี่ของเขา... เกิดขึ้นและจบลงภายในกระบวนท่าเดียว! ไม่มีแม้แต่โอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามได้แก้ตัว ไม่มีแม้แต่การต่อสู้ยืดเยื้อ นี่คือความเด็ดขาด นี่คือพลังแห่งวิถีกระบี่ที่แท้จริง!
ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดของฝูงชน บนยอดหอคอยสูงอันไกลโพ้น ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกฤดูยืนนิ่งสงสงบ เซียนหิมะจิวหลิงทอดมองเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยแววตาที่ฉายแววความอ่อนโยนขึ้นมาวูบหนึ่ง นางผู้ซึ่งเย็นชาต่อโลกหล้าและไม่เคยแยแสต่อความเป็นความตายของผู้ใด บัดนี้มุมปากกลับยกย่องขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งนี้งดงามราวกับดอกเหมันต์ที่ผลิบานท่ามกลางความหนาวเหน็บ นางพึมพำกับตนเองแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะราวเสียงดนตรี
*“เขายังคงงดงาม... ยามเมื่อชักกระบี่เช่นเคย”*
หลี่มู่เหวินเก็บกระบี่กลับเข้าฝักด้วยกิริยาที่ราบเรียบ นัยน์ตาคมกริบกวาดตามองไปยังเหล่าปรมาจารย์และยอดฝีมือจากสำนักต่างๆ ที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่โดยรอบ ไม่มีใครกล้าสบตาเขา แม้แต่เสียงหายใจก็ยังต้องผ่อนให้เบาลงที่สุด ความหยิ่งทะนงในวิถีกระบี่ของเขาได้รับการพิสูจน์แล้วด้วยเลือดและคมกระบี่ ณ เบื้องหน้าคนนับหมื่น
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตกอยู่ภายใต้การควบคุมของหลี่มู่เหวินอย่างสมบูรณ์แบบนั้นเอง...
จู่ๆ มิติที่เคยสงบลงที่เหนือท้องฟ้าเบื้องบน ก็กลับเกิดรอยแยกสีดำสนิทขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้เกิดจากพลังปราณของเขา แต่กลับเป็นกลุ่มหมอกควันสีดำทมิฬที่แผ่กลิ่นอายโบราณอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าตระกูลมารโลหิตนับร้อยเท่าพวยพุ่งออกมา! พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าเย็นยะเยือกที่ดังสะท้อนก้องกราบฟ้า ราวกับเสียงกריสจากขุมนรกภูมิที่ลึกที่สุด
*“ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นกระบี่ที่ร้ายกาจนัก! หลานชายหลี่... เจ้าคิดว่าการกวาดล้างสุนัขรับใช้พวกนี้ จะทำให้เจ้าพ้นจากเงื้อมมือของ 'แดนลับสวรรค์เร้น' ได้อย่างนั้นหรือ?”*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้วิถีกระบี่นี้มาโดยตลอดนะครับ
กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า•ตอนที่ 21
ชัยชนะท่ามกลางสายตาคนหมื่น
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!