กลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งตลบอบอวลอยู่เบื้องหน้า
หลี่มู่เหวินยืนหยัดนิ่งงันดั่งขุนเขาคีรีท่ามกลางซากศพของเหล่ามือสังหารจากสำนักมารโลหิต ปลายกระบี่นิลกาฬในมือยังคงหยดหยาดโลหิตสีชาดลงสู่พื้นดินทีละหยด... ทีละหยด ดั่งเสียงนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลัง ศัตรูเบื้องหน้าเหลือเพียงผู้อาวุโสขั้นกำเนิดวิญญาณอีกเพียงผู้เดียว ดวงตาของมันเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เพราะไม่คาดคิดว่าเด็กหนุ่มวัยปักปิ่นผู้ถือครองวิถีกระบี่เดียวดาย จะลุกขึ้นมาสังหารยอดฝีมือระดับเดียวกันถึงเจ็ดคนได้ภายในเวลาเพียงก้านธูปเดียว
"เจ้า... เจ้าปีศาจ!" ผู้อาวุโสสำนักมารโลหิตแผדเสียงคำรามด้วยความหวาดผวา กระบี่ในมือสั่นเทาน้อยๆ ปราณโลหิตรอบกายปั่นป่วนจนควบคุมไม่อยู่
หลี่มู่เหวินไม่เอวาจาใด ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาไร้ความรู้สึก นัยน์ตาดำขลับลึกล้ำดั่งห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง เขาก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า แต่ทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว วิถีกระบี่ของเขาไม่ใช่แค่การฆ่าฟัน แต่มันคือสัจธรรม—กระบี่ในมือคือตัวตน จิตใจคือคมกระบี่ เมื่อจิตใจไม่หวั่นไหว โลกหล้าก็ไร้ผู้ต่อต้าน
"ในวิถีกระบี่ของข้า ไม่มีคำว่าปรานีแก่ผู้ที่ก้าวล้ำเส้นเขตแดนแห่งความตาย"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดูหลุดจากริมฝีปากของหลี่มู่เหวิน ก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไปจากจุดเดิม กลายเป็นเพียงเงาสีดำสายหนึ่งที่พาดผ่านอากาศ ทิ้งไว้เพียงประกายกระบี่เจิดจ้าดั่งดาราตก
*ฉับ!*
ศีรษะของผู้อาวุโสสำนักมารโลหิตหลุดลอยขึ้นสู่ห้วงอากาศ พร้อมกับโลหิตพุ่งทะลักดั่งน้ำพุ ก่อนที่ร่างไร้หัวจะล้มลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
หลี่มู่เหวินเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยกิริยาสงบนิ่ง ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะโคจรลมปราณเพื่อฟื้นฟูกำลังภายในที่สูญเสียไป ห้วงมิติเบื้องบนกลับคำรามลั่นราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย!
*เปรี้ยง! ครืนนน—!*
มวลเมฆสีดำทะมฬก่อตัวขึ้นอย่างฉับพลัน สายฟ้าสีครามสายใหญ่ผ่าลงมาจากสรวงสวรรค์ฉีกกระชากความมืดมิดให้สว่างวาบ แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจากเบื้องบนจนเข่าแทบทรุด แรงกดดันนี้ไม่ใช่ภัยพิบัติธรรมชาติ ทว่ามันคือ "เขตแดนปราณ" อันทรงพลังที่เหนือล้ำกว่าขอบเขตกำเนิดวิญญาณไปไกลลิบลิ่ว!
หลี่มู่เหวินเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาเคร่งขรึม มือขวาแตะที่ด้ามกระบี่โดยสัญชาตญาณ จิตสังหารพวยพุ่งออกจากร่างเพื่อต้านทานแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา
ท่ามกลางสายฟ้าที่ฟาดกระหน่ำและเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาราวกับฤดูเหมันต์ย้อนกลับ กลีบดอกเหมันต์นับหมื่นกลีบได้หลอมรวมกันกลางอากาศ ส่องประกายแสงสีขาวเจิดจ้าบาดตา และจากใจกลางพายุหิมะอันหนาวเหน็บนั้น ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ก็ก้าวเดินออกมา ราวกับนางเซียนผู้สูงส่งที่สลัดหลุดจากกิเลสทั้งปวงในโลกหล้า
เรือนผมสีดำสนิทปลิวไสวตามแรงลม ใบหน้างดงามล่มเมืองไร้ที่ติทว่าราบเรียบเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี ทว่าในวินาทีที่ดวงตาคู่สวยคู่นั้นกวาดมองมายังร่างของหลี่มู่เหวิน ความเย็นชาทั้งหมดก็พลันละลายหายไปสิ้น เหลือไว้เพียงประกายแห่งความอาลัยและไออุ่นที่มอบให้แก่บุรุษตรงหน้าเพียงผู้เดียว
"มู่เหวิน..."
เสียงหวานใสแต่กังวานดั่งระฆังแก้วเอ่ยเรียกชื่อเขา สุ้มเสียงนั้นสั่นเครือน้อยๆ บ่งบอกถึงคลื่นอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีอันสง่างาม
หลี่มู่เหวินนิ่งงัดไปชั่วขณะ นัยน์ตาที่เคยแข็งกร้าวทอประกายอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่คาดคิดเลยว่า... นางจะกลับมาเร็วกว่าที่คาดไว้ และที่สำคัญ พลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของนางในยามนี้... ได้ก้าวข้ามผ่านประตูสวรรค์เข้าสู่ "ขอบเขตเซียนแท้จริง" ไปเรียบร้อยแล้ว!
"จิวหลิง..." หลี่มู่เหวินเอמהเสียงแผ่วเบา ร่างสูงก้าวเข้าไปหาหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
เซียนหิมะจิวหลิงทอดถอนหายใจเบื้องเบา นางยื่นมือเรียวดั่งหยกขาวออกไปสัมผัสแก้มสากของชายหนุ่ม ไอเย็นจากกายเซียนผสมผสานกับความอบอุ่นจากหัวใจ ทำให้ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้อันยาวนานมลายหายไปในพริบตา
"ข้ากลับมาแล้ว..." จิวหลิงกล่าวด้วยรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกเหมันต์ผลิบานท่ามกลางหิมะโปรยปราย "คราวนี้... ไม่มีผู้ใดในใต้หล้าสามารถพรากเราออกจากกันได้อีก แม้กระทั่งเงื้อมมือของสวรรค์ก็ไม่มีสิทธิ์"
หลี่มู่เหวินจับมือเรียวนั้นไว้แน่น ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก วิถีกระบี่เดียวดายของเขาในยามนี้หาได้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว เมื่อมีนางเซียนผู้สูงส่งยอมละทิ้งแดนเซียนเพื่อมาเคียงข้างเขาบนเส้นทางยุทธภพอันนองเลือดนี้
ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและอบอุ่น สายลมรอบตัวกลับเปลี่ยนเป็นสีเลือดอย่างไร้สาเหตุ!
*ฉับพลัน!*
เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องหลังของจิวหลิงอย่างรวดเร็วดั่งอสุนีบาต ปลายกระบี่อาบยาพิษสีดำสนิทพุ่งตรงเข้าเสียบทะลวงแผ่นหลังของนางเซียนสาวโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า!
"จิวหลิง ระวัง!"
หลี่มู่เหวินแผดเสียงคำรามลั่นด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด พลังปราณทั้งหมดระเบิดออกมาราวกับภูเขาไฟระเบิด มือขวาชักกระบี่นิลกาฬออกจากฝักในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพและเติบโตเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับตัวละครทุกตัวนะครับ มังกรครามท่องภพ
กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า•ตอนที่ 27
การกลับมาของคนรัก
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!