กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า•ตอนที่ 12

สัตว์อสูรบรรพกาล

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
ความกดดันระดับที่สามารถบดขยี้กระดูกของยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณให้แหลกสลายเป็นผุยผงกำลังแผ่ซ่านไปทั่วทุกตารางนิ้วของหุบเขาบรรพกาล ปราณและคมกระบี่มา ณ ที่นี้ครับ มันไม่ใช่แค่คลื่นพลังธรรมดา หากแต่เป็นเจตจำนองอันเก่าแก่ที่หลับใหลมานับหมื่นปี "ระวังตัวด้วย" สุ้มเสียงราบเรียบดั่งธารน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ดังขึ้นจากเบื้องหลัง เซียนหิมะจิวหลิงนางก้าวเข้ามาเคียงข้าง หลี่มู่เหวิน ชายหนุ่มผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ แม้แววตาของนางจะยังคงไว้ซึ่งความเยชาชาและห่างเหินต่อสรรพสิ่งในหล้า แต่มือเรียวดั่งหยกขาวกลับกระชับกระบี่เซียนคู่กายแน่น ไอความเย็นยะเยือกแผ่พุ่งออกมาราวกับต้องการปกป้องแผ่นหลังของบุรุษผู้ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้า หลี่มู่เหวินไม่เอวาจาใด ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่เพ่งมองผ่านม่านหมอกสีชาดเบื้องหน้า สัญชาตญาณดิบแห่งนักล่าและวิถีแห่งกระบี่ร่ำร้องเตือนภัยถึงตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังตื่นจากการหลับใหล *โฮก————!* เสียงคำรามสะท้านฟ้าดินดังสนั่นหวั่นไหวราวกับท้องนภากำลังจะฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงๆ ผืนแผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ก้อนหินขนาดมหึมากลิ้งตกจากหน้าผาสูงชัน แรงปะทะของคลื่นเสียงเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปกระรักษ์เลือดออกมาจนตายได้ จากความมืดมิดเบื้องลึกของแดนลับแล ร่างมหึมาปรากฏขึ้นทีละน้อย... มันคือ 'พยัคฆ์มังกรอัคคีทมิฬ' สัตว์อสูรบรรพกาลที่มีเกล็ดสีดำสนิทปกคลุมทั่วร่างราวกับชุดเกราะเหล็กไหลหมื่นปี ดวงตาสดดั่งโลหิตคู่ใหญ่จ้องมองผู้บุกรุกทั้งสองด้วยความเหี้ยมเกรียมและรังเกียจ กลิ่นอายความตายแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง กดดันจนแม้แต่ห้วงอากาศยังบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น "สมกับที่เป็นผู้พิทักษ์แดนลับแล..." หลี่มู่เหวินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว "เกรงว่ากระดูกของเจ้าคงจะแข็งพอที่จะลับคมกระบี่ให้ข้าได้บ้างกระมัง" สิ้นคำ หลี่มู่เหวินก็ก้าวออกไปหนึ่งก้าว ร่างกายพลิดพลันระเบิดประกายแสงสีครามเจิดจ้า ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกมฆหมอกหนาทึบจนเผยให้เห็นดาราบนนภา อาภรณ์สีขาวสะบัดพริ้วไหวตามแรงลมปราณที่หมุนวนรอบกาย เขายืนหยัดตระหง่านราวกับเทพแห่งกระบี่ผู้ไม่ก้มหัวให้ฟ้าดิน พยัคฆ์มังกรอัคคีทมิฬคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกท้าทาย มันอ้าปากพ่นเพลิงโลกันตร์สีดำสนิทออกมา ทะลักทลายราวกับคลื่นสึนามิแห่งเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้มอดไหม้ในพริบตา "หลบไป!" จิวหลิงสะบัดแขนเสื้อ รัศมีบุปผาหิมะโปรยปรายลงมาราวกับหิมะโปรยในฤดูหนาว แต่นี่ไม่ใช่หิมะธรรมดา มันคือ 'เขตแดนเหมันต์นิรันดร์' ที่ถูกหลอมรวมด้วยพลังปราณระดับสูง ความเย็นยะเยือกเข้าปะทะกับเปลวเพลิงสีดำจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว *ซ่า...* ไอความร้อนและไอความเย็นเข้าห้ำหั่นกันจนเกิดกลุ่มควันหนาทึบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทว่า สัตว์อสูรบรรพกาลหาได้อ่อนแอไม่ มันสะบัดหางอันทรงพลังฟาดเข้าใส่กลุ่มควันอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ความเร็วนั้นเหนือล้ำเกินกว่าที่ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปจะทันตั้งตัว หางเหล็กกล้าฟาดเข้าใส่ร่างของจิวหลิงอย่างจัง! *เปรี้ยง!* ร่างของนางเซียนผู้สูงส่งถอยหลังไปสามก้าว ลมหายใจสะดุดวูบ มุมปากปรากฏคราบโลหิตสีแดงฉานตัดกับผิวขาวราวน้ำแข็งอย่างเด่นชัด ทว่าแววตาของนางกลับยิ่งทอประกายความเยือกเย็นและดุดันขึ้น นางมิใช่สตรีอ่อนแอที่ต้องให้ใครปกป้องตลอดเวลา ดวงตาของหลี่มู่เหวินหรี่แคบลงทันทีที่เห็นหยดเลือดบนริมฝีปากของสตรีผู้กุมหัวใจเขา ความโกรธเกรี้ยวสายหนึ่งพุ่งพล่านจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ ดั่งพายุร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหล "เจ้า... กล้ารังแกนางรึ" น้ำเสียงของหลี่มู่เหวินแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่กลับทรงพลังจนกดทับสรรพเสียงรอบด้านให้เงียบสงบลงในพริบตา เขาประสานสายตากับจิวหลิงเพียงเสี้ยววินาที ความเข้าใจอันลึกซึ้งผ่านทางสายตาถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยสิ่งใด นางพยักหน้ารับเล็กน้อย ยอมรับการตัดสินใจของบุรุษเบื้องหน้า หลี่มู่เหวินสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในตันเถียน พลังปราณทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ที่จุดศูนย์กลาง กระบี่โบราณในฝักส่งเสียงร้องคำรามดังก้อง กลิ่นอายกระบี่ที่หลับใหลถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้ขีดจำกัด กระแสลมรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นคมดาบอันแหลมคมนับหมื่นเล่มที่หมุนวนรอบร่างของเขา นี่คือวิถีกระบี่ที่อาจารย์ผู้ล่วงลับเคยพร่ำสอน... วิถีกระบี่ที่ตัดขาดทุกสิ่งแม้กระทั่งความตาย! พยัคฆ์มังกรอัคคีทมิฬสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามถึงชีวิต มันแยกเขี้ยวคำรามด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรก ร่างมหึมาถอยหลังไปครึ่งก้าว แต่ความดุร้ายของสัตว์อสูรบรรพกาลไม่อนุญาตให้มันยอมจำนน มันรวบรวมพลังปราณทั้งหมดไว้ที่กรงเล็บคู่หน้า เตรียมปลิดชีพศัตรูในกระบวนท่าเดียว หลี่มู่เหวินก้าวเท้าออกไปข้างหน้า ร่างของเขากลายเป็นเงาสะท้อนสายหนึ่ง มือขวาจับด้ามกระบี่มั่น นัยน์ตาคู่นั้นเปล่งประกายเจิดจ้าดั่งดวงดาราบนฟ้าค่ำคืน *ฉับพลันนั้นเอง...* พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของสัตว์อสูรบรรพกาลก็แตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ อักขระโบราณสีทองอร่ามพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดิน ล้อมรอบร่างของพยัคฆ์มังกรอัคคีทมิฬไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนมาจากความว่างเปล่าเบื้องบน— "ช้าก่อน... สัตว์อสูรตัวนี้ มิใช่ของเล่นที่พวกเจ้าจะมาฆ่าได้ตามอำเภอใจ" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปในยุทธภพอันกว้างใหญ่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%