กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า•ตอนที่ 29

พันธมิตรที่ไม่คาดคิด

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
"หากเจ้ายังคิดใช้กระบวนท่า 'เก้ากระบี่ต้วนฮุน' สู้กับอสูรมิติเบื้องหน้านั้น ข้าเกรงว่าแม้แต่กระดูกของพวกเราก็คงไม่เหลือให้แร้งกาได้แทะโลม" เสียงหัวเราะเยาะหยันที่แฝงไว้ด้วยกระแสลมปราณอันเกรี้ยวกราดดังขึ้นท่ามกลางกลิ่นอายความตายที่ตลบอบอวลไปทั่วหุบผาสวรรค์ หลี่มู่เหวินไม่แม้แต่จะชายตามองผู้พูด ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่ของเขายังคงจับจ้องไปยังรอยแยกมิติสีม่วงคล้ำเบื้องหน้า ซึ่งบัดนี้กำลังปริแตกออกราวกับกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อนยักษ์ พลังกดดันระดับบรรพชนที่แผ่ซ่านออกมาจากรอยแยกนั้นทำให้แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกหล้ากำลังจะดับสลาย ผู้ที่ยืนอยู่เคียงข้างเขาในยามนี้หาใช่สหายร่วมเป็นร่วมตายไม่ หากแต่เป็น 'มารโลหิตเยี่ยเทียน' ศัตรูคู่อาฆาตที่เคยหมายเอาชีวิตกันมานับครั้งไม่ถ้วน รอยแผลเป็นลึกที่พาดผ่านใบหน้าด้านซ้ายของเยี่ยเทียนเป็นเครื่องเตือนใจถึงความแค้นในอดีต แต่ในยามที่มหันตภัยจากต่างมิติกำลังจะกลืนกินยุทธภพ ความแค้นส่วนตัวย่อมต้องถูกพับเก็บไว้ใต้ฝ่าเท้าอย่างไม่มีทางเลือก "เยี่ยเทียน เจ้ามีเวลามาห่วงกระบวนท่าของข้า สู้เอาเรี่ยวแรงไปพยุงกระดูกเก่าๆ ของเจ้าไม่ให้แหลกสลายก่อนที่พวกมันจะข้ามมิติมาเสียยังดีกว่า" หลี่มู่เหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดั่งน้ำแข็งพันปี ปลายกระบี่ไร้เงาในมือส่งเสียงครางฮือเบาๆ ราวกับกระหายเลือดของสิ่งมีชีวิตจากต่างภพ เซียนหิมะจิวหลิงก้าวเท้าเข้ามาเบื้องหน้า นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศอันมืดหึ่ม ไอเย็นยะเยือกแผ่พุ่งออกจากร่างจนหยาดน้ำค้างกลางอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่น ทว่าใบหน้าอันงดงามล่มเมืองกลับปรากฏร่องรอยความตึงเครียด นางเหลือบมองหลี่มู่เหวินแวบหนึ่ง สายตานั้นสื่อความนัยลึกซึ้งที่อ่านออกเพียงคนทั้งสอง นางยื่นมือเรียวดุจหยกขาวออกมากำด้ามกระบี่เซียนน้ำแข็งแน่น เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาแต่หนักแน่น "รอยแยกนั้นเปิดกว้างเกินกว่าจะปิดด้วยกำลังของคนผู้เดียว... มารโลหิต หากเจ้ายังรักชีวิตและผืนแผ่นดินนี้ จงผนึกกำลังกับพวกเรา มิฉะนั้น วันนี้จะเป็นวันตายร่วมกันของพวกเราทั้งหมด" เยี่ยเทียนแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ใบหน้าดุดันฉายแววหยิ่งทะนง แต่เขาก็รู้ดีว่าคำพูดของนางเซียนผู้นี้คือความจริงอันโหดร้าย พลังปราณมารโลหิตรอบกายของเขาปะทุขึ้นจนกลายเป็นกลุ่มควันสีเลือดพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า "ฮ่าๆๆ ดี! วันนี้ข้า ยอมร่วมมือกับศัตรูคู่อาฆาตและนางเซียนน้ำแข็งผู้สูงส่งสักครั้ง ให้พวกมันได้รู้ว่ายอดฝีมือแห่งจงหยวนหาได้ยอมก้มหัวให้ภูตผีต่างมิติไม่!" สิ้นเสียงคำรามของเยี่ยเทียน ร่างทั้งสามก็ทะยานขึ้นสู่ท้องนภาพร้อมกันราวกับดาวตกที่พุ่งย้อนศร พลังปราณสามสาย—ปราณกระบี่อันบริสุทธิ์ดั่งสายน้ำ, ปراณเซียนเหมันต์อันหนเหนาว, และปราณมารโลหิตอันดุร้าย—หลอมรวมเข้าหากันกลางอากาศ เกิดเป็นคลื่นกระแทกพญายมที่แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างนับร้อยลี้ ณ เบื้องล่าง เหล่าศิษย์สำนักต่างๆ และชาวยุทธที่เหลือรอดต่างแหงนมองภาพนั้นด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึงและศรัทธาอันเปี่ยมล้น พวกเขาต่างรู้ดีว่าศึกครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเอาชีวิตรอด แต่เป็นการเดิมพันด้วยชะตากรรมของมวลมนุษยชาติ รอยแยกมิติระเบิดออกสนั่นหวั่นไหว เงาร่างมหึมานับพันที่มีรูปร่างบิดเบี้ยว ดวงตาสีแดงฉานนับหมื่นคู่จ้องมองลงมาจากความมืดมิด เสียงคำรามที่สะเทือนจิตวิญญาณดังระเบิดขึ้น พร้อมกับกองทัพอสูรต่างมิติที่หลั่งไหลทะลักออกมาดั่งกระแสน้ำป่า หลี่มู่เหวินสูดลมหายใจเข้าลึก 1 ครั้ง ดวงตาคมกริบเปล่งประกายเจิดจ้าดั่งดาราในคืนแรม เคล็ดวิชากระบี่เดียวดายไร้เงาถูกขับเคลื่อนถึงขีดสุด ร่างของเขากลายเป็นเงาสลัวที่ไร้ตัวตน ทว่าทุกย่างก้าวที่พุ่งผ่านกลับทิ้งประกายกระบี่สีครามที่ตัดขาดแม้กระทั่งความว่างเปล่า "ฆ่า!" คำประกาศิตสั้นๆ ดั่งอสุนีบาตฟาดลงกลางใจอสูรเบื้องหน้า หลี่มู่เหวินพุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางกองทัพอสูรต่างมิติเพียงลำพัง ท่ามกลางวงล้อมนับหมื่นชีวิตที่พร้อมจะฉีกกระชากเขาเป็นชิ้นๆ กระบี่ในมือวาดผ่านอย่างไร้รูปแบบ ทว่าทุกคราที่กระบี่ขยับ เลือดเนื้อและเศษซากของอสูรต่างมิติกลับร่วงหล่นราวกับใบไม้ร่วง ทว่า ในวินาทีที่หลี่มู่เหวินกำลังจะทะลวงเข้าไปถึงใจกลางรอยแยกเพื่อปิดผนึกราก เงาร่างสีดำสนิทสายหนึ่งก็พุ่งวาบออกมาจากความมืดมิดของมิติเบื้องล่างอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย! มันเป็นร่างของเงาอสูรระดับราชันย์ที่ซ่อนเร้นไอพลังไว้อย่างสมบูรณ์แบบ มันไม่ได้โจมตีใส่หลี่มู่เหวินโดยตรง หากแต่พุ่งเป้าไปที่จุดอ่อนด้านหลังของเซียนหิมะจิวหลิงที่กำลังรวบรวมพลังน้ำแข็งบรรพกาล! "ระวัง!" เยี่ยเทียนคำรามลั่น พยายามพุ่งตัวเข้าไปช่วยแต่มันสายเกินไป ระยะทางและฝูงอสูรขวางกั้นไว้จนไม่อาจไปถึงทันท่วงที เซียนหิมะจิวหลิงสัมผัสได้ถึงภัยมืดที่แผดเผาแผ่นหลัง นางเบิกตากว้างเล็กน้อย ร่างกายชะงักไปชั่วพริบตาเนื่องจากพลังปราณส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับการรักษากระบวนท่าผนึกมิติ ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เงาร่างสีครามสายหนึ่งก็พุ่งตัดผ่านอากาศมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้า หลี่มู่เหวินทิ้งเป้าหมายเบื้องหน้า หันกลับมาใช้ร่างกายของตนเองเข้าขวางกั้นคมกรงเล็บอันมหึมาของราชันย์อสูรต่างมิติเอาไว้เต็มๆ! ฉับพลัน! เสียงเนื้อหนังฉีกขาดดังชัดเจนท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้อง... ...ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพด้วยกันนะครับ มังกรครามท่องภพ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดาย ไร้เงาพ่ายเหนือใต้หล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%