กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคผสมกับกลิ่นอับชื้นของคราบฝนในยามวิกาลไม่ใช่กลิ่นที่น่ารื่นรมย์เอาเสียเลยค่ะ สำหรับคนปกติทั่วไป ห้องเก็บพยานหลักฐานใต้ถุนตึกนิติเวชคงเป็นสถานที่ที่ไม่มีใครอยากเฉียดเข้าไปใกล้ในยามที่เข็มนาฬิกี้ย่างเข้าสู่เลขสาม แต่นั่นไม่ใช่สำหรับ ‘รินรดา’ นักสืบสาวผู้มีงานอดิเรกเป็นการหาเรื่องใส่ตัวและท้าทายอำนาจมืดของคุณหมอเจ้าของพื้นที่
“ฉันเตือนคุณเป็นรอบที่สามแล้วนะคะ ผู้กองรินรดา ว่าที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และตู้เก็บหลักฐานหมายเลขแปดก็ไม่ใช่ล็อกเกอร์ส่วนตัวที่คุณจะมาแอบงัดเล่นตามอำเภอใจ”
เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแสงไฟฉายคาดหัวที่สาดตรงมายังใบหน้าของรินรดาเต็มตา จนเจ้าตัวต้องยกมือขึ้นป้องและหรี่ตาลงด้วยความหงุดหงิด
รินรดาค่อยๆ ยืดตัวขึ้นจากท่าคุกเข่า มือเรียวที่สวมถุงมือยางพยายามซ่อนแฟ้มเอกสารปกสีน้ำเงินเข้มไว้ข้างลำตัวอย่างเนียนที่สุด เธอยิ้มแห้งส่งให้ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อกาวน์สีขาวที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางราวกับผู้พิพากษาเตรียมสั่งประหารชีวิต
“แหม, คุณหมอพินทุ์คะ อย่าทำหน้าดุเหมือนฉันเพิ่งไปเผาโรงพยาบาลสิคะ ฉันแค่… ผ่านมาตรวจความเรียบร้อยเฉยๆ หรอกน่า ดึกดื่นแบบนี้ ทำไมยังไม่ยอมกลับบ้านอีก หรือว่าอาลัยอาวรณ์ความหล่อของฉันจนนอนไม่หลับคะ?”
รินรดาเลือกใช้ยุทธวิธี ‘รุกฆาตด้วยความหน้ามึน’ เสมอเวลาจนมุม พินทุ์ปรายตามองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตานิ่งสนิทหลังกรอบแว่นสายตาคู่นั้นเดาอารมณ์ไม่ออกเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มหยันที่มุมปากของแพทย์นิติเวชคนเก่งทำให้รินรดาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืนๆ
“ถ้าความเรียบร้อยที่คุณว่าหมายถึงการรื้อค้นแฟ้มคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อสามปีก่อนที่ถูกปิดตายไปแล้วล่ะก็… ฉันคงต้องรายงานผู้กำกับให้ส่งคุณไปอบรมมารยาทในการปฏิบัติหน้าที่ใหม่สักสามเดือนนะคะ” พินทุ์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละนิด ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยแรงกดดันจนรินรดาเผลอถอยหลังไปชนตู้โลหะเย็นเฉียบ
“ก็คดีนี้มันมีพิรุธนี่คะ!” รินรดาเผลอเสียงดังขึ้นด้วยความขัดใจ “ศพไร้ญาติที่ถูกระบุว่าจมน้ำเสียชีวิต แต่ปอดกลับไม่มีน้ำหลงเหลืออยู่เลยสักหยดแถมกระดูกซี่โครงยังมีรอยร้าวแบบตั้งใจ… ถ้าคุณหมอไม่ได้จงใจปกปิดรายงานชันสูตรเบื้องต้น ฉันคงไม่ลงทุนมางัดตู้เอกสารตอนตีสามหรอกค่ะ!”
บรรยากาศในห้องแคบๆ พลันเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงหยดน้ำฝนกระทบกระจกด้านนอกเป็นจังหวะ พินทุ์หยุดยืนห่างจากรินรดาเพียงแค่คืบ กลิ่นหอมจางๆ ของชาคาโมมายล์ที่เจ้าตัวชอบดื่มลอยวนอยู่รอบกาย ท่ามกลางความเย็นชาของสถานการณ์ กลับมีประกายความไหววูบในแววตาคู่คมที่จ้องมองมาอย่างมีความหมาย
“คุณฉลาดเกินไปแล้วนะคะ, รินรดา…” พินทุ์กระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นความจริงจังที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ “บางเรื่อง… รู้มากไปอาจจะไม่ได้พาตัวเองไปสู่ความจริง แต่มันกำลังพาคุณเดินเข้าไปสู่หลุมศพที่ฉันไม่มีวันช่วยคุณทัน”
รินรดาใจกระตุกวูบ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อคำขู่ แต่เป็นเพราะปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบของพินทุ์เอื้อมมาแตะที่ปกเสื้อของเธอแผ่วเบา ก่อนจะดึงแฟ้มเอกสารลับที่เธอซ่อนไว้ด้านหลังออกมาถือไว้เองอย่างง่ายดาย ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีคุกรุ่นระหว่างความดื้อรั้นและอาการห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความปากร้ายกำลังปะทุขึ้นในระยะประชิด
ทว่า… ก่อนที่รินรดาจะได้ทันต่อปากต่อคำอะไรกลับไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังเร่งรีบมาจากทางทางเดินด้านนอก พร้อมกับแสงไฟฉายวูบวาบสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกฝ้าของห้องเก็บพยานหลักฐาน
เสียงทุ้มตื่นตระหนกของเจ้าหน้าที่เวรตะโกนลั่นตึกทำลายความเงียบ
“คุณหมอพินทุ์ครับ! ผู้กอง! แย่แล้วครับ… ศพปริศนาในห้องเย็นหมายเลขสี่… มันหายไป!”
พินทุ์ชะงักกึก ดวงตาคมกริบหันขวับกลับไปมองที่ประตูทันที ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงไม่แพ้กัน และในวินาทีที่แสงไฟจากด้านนอกสาดเข้ามาสว่างจ้า รินรดาก็ต้องกั้นหายใจเมื่อเหลือบไปเห็นรอยเลือดสดๆ หยãดใหม่เอี่ยมที่เพิ่งหยดลงบนพื้นรองเท้าผ้าใบสีขาวของพินทุ์… รอยเลือดที่ไม่ได้มาจากศพในห้องเย็น แต่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง!
(ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!)
เซฟโซนของคนปากร้ายคือตู้เก็บพยานหลักฐาน•ตอนที่ 1
ศพปริศนาในคืนฝนตก
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือตู้เก็บพยานหลักฐาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!