กลิ่นอายควันบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความชื้นของฝนยามดึกยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ทว่าสิ่งที่อบอวลยิ่งกว่าคือความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน
"คุณสติหลุดไปแล้วหรือไงรินรดา!"
เสียงทุ้มต่ำแต่น่าเกรงขามของพินทุ์ดังขึ้นทันทีที่ประตูกระจกห้องทำงานนิรเวชปิดสนิท ร่างเพรียวในชุดกราฟสีขาวสะอาดตาไม่ได้ดูใจเย็นอย่างที่เคยเป็น มือเรียวถอดถุงมือยางออกแล้วโยนลงถังขยะด้วยความหงุดหงิดที่เก็บซ่อนไว้ไม่มิด ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นทรง The Row จ้องมองคนตรงหน้าเขม็งราวกับอยากจะทะลุร่างอีกฝ่ายให้ได้
รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หมุนอย่างไม่ใส่ใจนัก แม้ว่าหัวใจจะยังเต้นรัวเร็วกว่าปกติจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ชั้นล่างเมื่อครู่ "สติฉันยังอยู่ครบถ้วนดีค่ะคุณหมอพินทุ์ ดีกว่าตอนที่คุณกำลังยืนทำหน้าเป็นหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกใส่ท่านรองฯ เสียอีก"
"นั่นไม่ใช่เรื่องที่จะมาเล่นสนุกนะคะ!" พินทุ์ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน มือเรียวตบลงบนขอบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนรินรดาต้องเผลอชะงัก "หลักฐานชิ้นนั้น... คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังเอาตัวเองไปผูกไว้กับอะไร คดีนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องการตายอุบัติเหตุ แต่มันคือเกมการเมืองระดับสูง ถ้าท่านรองฯ รู้ว่าคุณเป็นคนเปิดโปงเรื่องนี้ ชีวิตคุณจะไม่ปลอดภัยแม้แต่วินาทีเดียว"
รินทร์ช้อนสายตาขึ้นมองคนตรงหน้า ความโกรธที่พินทุ์แสดงออกมาไม่ได้ทำให้เธอกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันทำให้หัวใจที่ด้านชาของเธอเกิดความรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด พินทุ์ปากร้าย ปากจัด และชอบทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ แต่ทุกคำที่หลุดออกมาจากริมฝีปากคู่นั้น... มันคือความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชาเสมอ
"เป็นห่วงฉันเหรอคะ?" รินรดาแกล้งเอียงคอถาม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ฉันแค่วิตกเรื่องความวุ่นวายที่จะตามมาต่างหาก ถ้าคุณตายขึ้นมา ใครจะช่วยฉันสรุปสำนวนคดีบ้าๆ นี่ล่ะ" พินทุ์เสมองไปทางอื่น ใบหูขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด เธอรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม "เก็บข้าวของของคุณซะ เราจะออกไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้"
"ไปไหนคะ? นี่มันตีสองแล้วนะ"
"บ้านพักของฉัน" พินทุ์ตอบเสียงห้วน สั่งการเด็ดขาดราวกับไม่อนุญาตให้มีข้อโต้แย้ง "ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว หลังจากที่คุณเล่นตลกบ้าบิ่นแบบนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาตินี้กลายเป็นสนามรบไปแล้ว และถ้าคุณยังดื้อดึงกลับอพาร์ตเมนต์ตัวเอง ฉันรับรองได้เลยว่าพรุ่งนี้เช้าฉันคงได้ชันสูตรศพคุณแทนที่จะเป็นศพในท้ายรถเบนซ์นั่นแน่ๆ"
รินรดากะพริบตาปริบๆ เธอมองสำรวจใบหน้าหวานที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ก่อนจะแกล้งถอนหายใจยาวเหยียด "โอ้โห ออกปากชวนไปค้างที่บ้านแบบนี้... ฉันต้องคิดลึกไหมคะเนี่ย ว่าคุณหมอแอบมีใจให้ฉันมานานแล้ว"
"รินรดา!" พินทุ์หันกลับมาถลึงตาใส่ "สมองคุณมีแต่เรื่องไร้สาระหรือยังไง ห้ะ? คนเขากำลังซีเรียสเรื่องความปลอดภัย"
"ค่ะๆ ซีเรียสก็ซีเรียส" นักสืบสาวยอมยกมือขึ้นยอมแพ้อย่างไม่จริงจังนัก แต่ลึกๆ ในใจกลับเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น การได้ไปบ้านพักส่วนตัวของพินทุ์... คนที่ชอบทำตัวเหมือนเม่นขασตลอดเวลา ถือเป็นโอกาสทองที่เธอไม่คิดจะปฏิเสธอยู่แล้ว
รถยนต์ยุโรปสีดำสนิทแล่นฝ่าสายฝนปรอยๆ ออกจากตัวเมือง มุ่งหน้าสู่บ้านพักตากอากาศสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางแมกไม้ร่มรื่นแถบชานเมือง บรรยากาศภายในรถเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงแจ่มใสจากคลื่นวิทยุเบาๆ และเสียงปัดน้ำฝนที่ทำงานเป็นจังหวะ
รินรดานั่งกอดอกมองทิวทัศน์นอกกระจก เธอลอบมองเสี้ยวหน้าของพินทุ์ที่กำลังตั้งใจขับรถ แสงไฟจากเสაข้างทางส่องกระทบใบด้านข้างของแพทย์นิติเวชสาวคนเก่ง ทำให้เห็นสันจมูกโด่งรั้นและแพขนตายาวที่ทาบลงบนเปลือกตา ยอมรับตามตรงว่าในยามที่พินทุ์ไม่ได้พ่นคำพูดเชือดเฉือนใส่ เธอก็เป็นผู้หญิงที่ดึงดูดสายตาอย่างร้ายกาจ
"มองอะไรคะ หน้าฉันมีรอยเปื้อนหรือไง" พินทุ์เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากถนน
"เปล่าค่ะ แค่กำลังคิดว่า... บ้านพักของคนปากร้าย จะมีหน้าตาเหมือนเจ้าของบ้านไหมนะ จะเต็มไปด้วยกับดักหนูหรือว่ามีป้ายเตือนระวังหมาดุติดไว้หน้าบ้านหรือเปล่า"
พินทุ์เหลือบตามองคนพูดด้วยความหมั่นไส้ "ถ้าพูดมากอีกคำเดียว ฉันจะปล่อยคุณลงกลางทางแล้วให้เดินกลับเองนะคะ"
"โห ใจร้ายจัง ฉันเพิ่งช่วยคุณไขคดีใหญ่โตระดับชาติมาหมาดๆ นะคะ"
"นั่นแหละคือปัญหา คุณชอบหาเรื่องใส่ตัวตลอดเวลา รินรดา... ทำไมคุณถึงไม่รักชีวิตตัวเองบ้างเลย?" น้ำเสียงของพินทุ์อ่อนลงเล็กน้อยในประโยคหลัง ความห่วงใยที่ซ่อนเร้นหลุดลอดออกมาผ่านแววตาไหววับชั่ววินาที ก่อนที่เธอจะรีบซ่อนมันไว้ใต้มาریدเดิม
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าจางหายไปแทนที่ด้วยความเงียบงัน เธอมองเสี้ยวหน้าของพินทุ์ด้วยแววตาที่ลึกซึ้งขึ้น "เพราะชีวิตฉันมันไม่มีอะไรน่าเสียดายมั้งคะ... จนกระทั่ง..." เธอกลืนคำพูดที่เหลือลงคอไป
"จนกระทั่งอะไร?" พินทุ์ขมวดคิ้วถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป
"เปล่าค่ะ ถึงแล้วนี่คะ บ้านคุณ... สวยดีนี่นา" รินรดาเปลี่ยนเรื่องทันทีเมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทในโรงรถใต้ร่มไม้
บ้านพักของพินทุ์ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มและไม้ธรรมชาติ ให้ความรู้สึกอบอุ่นแต่ก็มีความเคร่งขรึมในเวลาเดียวกัน ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาข้างใน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของลาเวนเดอร์ก็ช่วยคลายความตึงเครียดจากเหตุการณ์ร้ายๆ เมื่อคืนลงได้บ้าง
"ห้องนอนแขกอยู่ชั้นบนสุด ฝั่งขวามือ มีผ้าเช็ดตัวและชุดสำรองอยู่ในตู้ คุณไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ จะได้สบายตัวขึ้น" พินทุ์วางกุญแจรถลงบนเคาน์เตอร์ครัว ก่อนจะหยิบแก้วน้ำมาเทใส่ให้ตัวเอง มือเรียวบางสั่นเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด—ความจริงแล้ว เธอก็ตกใจไม่แพ้กันกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพียงแต่ต้องเก็บอาการไว้เพื่อควบคุมสถานการณ์
รินรดาสังเกตเห็นอาการนั้น เธอเดินเข้าไปใกล้ จนระยะห่างระหว่างเขาทั้งสองเหลือเพียงแค่คืบเดียว พินทุ์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่าร่างโปร่งของนักสืบสาวมายืนประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่
"คุณ... ถอยไปหน่อยสิ จะยืนบังทางทำไม" พินทุ์พยายามเบือนหน้าหนี แต่รินรดากลับขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม มือเรียวยื่นไปแตะที่ขอบแก้วน้ำในมือของพินทุ์เบาๆ เพื่อดึงมันออกแล้ววางลงบนเคาน์เตอร์
"มือคุณสั่นนะคะคุณหมอ" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังอยู่ใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน
"ฉัน... แค่เหนื่อย" พินทุ์หลบสายตา ความเย็นชาที่เคยใช้เป็นเกราะป้องกันเริ่มพังทลายลงทีละน้อย ภายใต้ความดื้อรั้นและปากร้ายของเธอ มีความกลัวซ่อนอยู่... กลัวว่าวันหนึ่งคนตรงหน้าจะหายไปจริงๆ
รินรดายิ้มบางๆ แววตาคมกริบฉายแววอ่อนโยนอย่างที่หาดูได้ยาก มือเรียวเอื้อมไปกุมมือของพินทุ์ที่ยังคงวางอยู่บนเคาน์เตอร์ สัมผัสอบอุ่นส่งผ่านไปยังปลายนิ้วที่เย็นเฉียบ ทำให้พินทุ์สะท้านเฮือกแต่ไม่ได้สะบัดหนี
"ไม่ต้องกลัวนะคะ..." รินรดาเอ่ยเสียงนุ่ม ลมหายใจอุ่นปัดผ่านริมฝีปากของแพทย์นิติเวชสาว "ไม่ว่าท่านรองฯ หรือใครหน้าไหนจะเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้ ฉันไม่มีทางยอมให้ใครมาทำอะไรคุณ... และฉันก็จะไม่ยอมตายง่ายๆ ก่อนจะได้จีบคุณจนติดหรอกค่ะ"
พินทุ์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก คำพูดกำกวมที่แฝงความจริงจังนั้นทำให้เธอพูดไม่ออก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของรินรดายามนี้ช่างน่าหมั่นไส้เสียJing แต่ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นไม่เป็นส่ำขนาดนี้ก็ไม่รู้
"คนบ้า..." พินทุ์พึมพำเบาๆ พร้อมกับเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังจะหลุดออกมา "ใครเขาจะให้คุณจีบ ไปอาบน้ำได้แล้วไป!"
รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี เธอยอมถอยหลังกลับมาหนึ่งก้าว แต่สายตายังคงพราวดระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "ก็ได้ค่ะ ฉันจะยอมไปอาบน้ำตามที่คุณสั่ง... แต่คืนนี้ อย่าล็อคห้องนอนนะคะ เผื่อฉันฝันร้ายแล้วอยากมาหาเซฟโซนแถวนี้"
พูดจบ นักสืบสาวก็ส่งยิ้มหวานหยดให้หนึ่งทือก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นบันไดไปทิ้งให้พินทุ์ยืนหน้าแดงก่ำอยู่คนเดียวในห้องครัว
แพทย์นิติเวชสาวยกมือขึ้นแตะแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเอง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอพ่นลมหายใจออกยาวๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ แต่ทว่าริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
"ยัยนักสืบตัวแสบเอ๊ย..." พินทุ์พึมพำเบาๆ กับตัวเอง
ทว่า ความสงบสุขในค่ำคืนอันเงียบสงบกลับอยู่ได้ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันจากบริเวณระเบียงชั้นล่าง พร้อมกับเสียงกระจกหน้าต่างแตกกระจายดังเพล้ง! ทำให้พินทุ์สะดุ้งสุดตัว รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา
ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นหันขวับไปมองยังต้นเสียง หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเงาร่างสีดำมหึมาหลายร่างกำลังพังประตูกระจกเข้ามาในตัวบ้าน พร้อมกับประกายวาววับของวัตถุโลหะสีเงินในมือของพวกมัน!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
— สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
เซฟโซนของคนปากร้ายคือตู้เก็บพยานหลักฐาน•ตอนที่ 18
ข้ออ้างที่จะได้อยู่ใกล้
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือตู้เก็บพยานหลักฐาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!